#####1
หญิงสาวพยุงร่างตัวเองออกจากสถานการณ์วุ่นวายตรงหน้า ตอนนี้เธอปวดหัวจนเหมือนหัวจะระเบิด แถมยังรู้สึกมึนหัวราวกับทุกสิ่งรอบตัวเธอมีล้อเลื่อนเคลื่อนที่ได้หมดทุกสิ่ง กว่าจะพาตัวเองออกมาอยู่ในที่เงียบสงบได้นัทธนิษฐ์ก็ต้องใช้พลังเป็นอย่างมาก ตอนนี้เธอไม่รู้ว่ากำลังเดินไปที่ไหน ขอแค่เป็นที่สงบ ๆ แค่ให้เธอได้พักสายตาก็พอ
เดินมานานจนเธอรู้สึกว่าไกลจากที่วุ่นวายนั่นพอสมควร ก่อนที่เธอจะล้มฟุบอยู่ในสถานที่ที่เธอไม่รู้จักก็มีวงแขนแข็งแกร่งของใครบางคนเข้ามารับร่างแบบบางเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี
“คะ คะ คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม” เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ได้ครับ” เขาตอบกลับคนตัวเล็กที่เนื้อตัวนุ่มนิ่ม
เมื่อได้สัมผัสร่างกายนุ่มนิ่มบวกกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เธอฉีด ทำให้อารมณ์บางอย่างที่เขาพยายามอดทนไว้แทบจะกลั้นไม่อยู่ส่วนล่างของเขาปวดหนึบไปหมด ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลังจากดื่มไวน์ราคาแพงในงานเลี้ยงต้อนรับกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ซู่เหลียงฉีก็เกิดอารมณ์บางอย่าง ที่จำเป็นต้องปลดปล่อย
เขาเพียงต้องการจะกลับไปพักที่ห้องพักส่วนตัวในโรงแรมที่เขาเป็นเจ้าของเท่านั้น ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะได้เจอหญิงสาวชุดเดรสสีขาวสั้นกุดรัดรูปดูเย้ายวน ท่าทางเหมือนคนเมาหลงทาง
“คุณขึ้นมาบนชั้นนี้ได้ยังไง นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัว เฉพาะคนที่มีคีย์การ์ดเท่านั้นถึงจะขึ้นมาที่นี่ได้”
“ฉันไม่รู้ มีคนเปิดลิฟต์ให้ฉัน เขาบอกแค่ว่าห้องพักของฉันอยู่ที่ชั้นบนสุดของตึกนี้ ออกจากลิฟต์เดินไปสุดทาง”
นัทธนิษฐ์ผละออกจากวงแขนแข็งแกร่งพยายามเดินไปสุดทางเดินตามคำบอกเล่าของใครสักคน ร่างอวบอัดที่ดูนุ่มนิ่มไปทุกส่วนของร่างกายค่อย ๆ เกาะของผนังยันตัวเองไปเรื่อย ๆ
ซู่เหลียงฉี มองร่างเย้ายวนที่ตอนนี้เดินโซเซไปมาจนทนไม่ไหว
“เดินช้าแบบนี้เมื่อไหร่จะถึงห้องกันล่ะ” ความอดทนของเขาไม่มากพอที่จะรอให้เธอเดินไปจนถึงห้อง ร่างสูงเข้ามารวบคนตัวเล็กกว่าไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว
พอได้ใกล้ชิดขนาดนี้ เรื่องที่ต้องทนก็ทนไม่ไหวแล้ว ถ้าเธอมาถึงที่นี่ได้ ตอนนี้เธอก็คงเป็นผู้หญิงที่ใครสักคนส่งมาเพื่อเป็นของเขาในคืนนี้ พวกนั้นคงรู้รสนิยมของเขาดี ถึงได้จัดอาหารเลิศรสมาให้ เขาไม่ชอบของราคาถูก ชุดเดรสราคาแพง กระเป๋าแบรนด์หรู กำไลคาร์เทียร์ บวกกับน้ำหอมชั้นดี ทำให้ผู้หญิงตรงหน้าถูกสเปคเขาไปหมด ทุกอย่างต้องพิถีพิถันไม่เว้นแม้กระทั่งคู่นอน
นัทธนิษฐ์รู้สึกได้ถึงการคุกคามเธอ เขารวบตัวเธอแบบไม่ทันตั้งตัวถึงแม้จะมึนหัวขนาดไหน เธอก็ยังคงมีสติพอจะรับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ลมหายใจอุ่นของชายแปลกหน้าเรี่ยรดอยู่ข้างหู แม้ว่าจะขัดขืนต่อต้านแค่ไหน เขาก็ไม่ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ วงแขนแข็งแกร่งนั่นพันธนาการตัวเธอเอาไว้
“คุณจะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันลงเถอะค่ะ” คนตัวเล็กดิ้นโวยวาย
เสียงปุ่มกดรหัสเข้าห้องสูทสุดหรู เขาพาเธอเขาห้อง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพาเหยื่อขึ้นมากินบนนี้
“ก็พาเธอไปทำหน้าที่ยังไงล่ะ คนของฉันน่าจะจ่ายไปเยอะ มันก็ต้องทำทุกอย่างให้คุ้มที่สุด”
พูดจบเขาก็โยนเธอลงโซฟาอย่างไม่ไยดี เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกถอดออกเผยให้เห็นลอนกล้ามที่สวยงามเหมือนนักกีฬาอาชีพ
คนตัวเล็กพยายามดิ้นรนหนีให้พ้นจากการกระทำของเขา ร่างแบบบางหล่นลงข้างโซฟา พยายามคลานหนี ชุดกระโปรงสีขาวราคาแพงตัวสั้นกุดของเธอดึงรั้งจนเผยให้เห็นบั้นท้ายอวบอัดที่ซุกซ่อนอยู่ในแพนตี้ตัวจิ๋ว
“เธอนี่ก็ยั่วดีเหมือนกันนะ”
คำพูดหยาบคายหลุดออกจากปากชายร่างสูงที่ตอนนี้อยู่กึ่ง ๆ เปลือยเปล่า
นัทธนิษฐ์รู้ดีว่าเหตุการณ์ต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงเวอร์จิ้น แต่การมีอะไรโดยที่เธอไม่ยินยอมก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องการ
ซู่เหลียงฉีดึงข้อเท้าเล็ก ๆ ของคนที่กำลังคลานหนีให้กลับเข้ามาอยู่ในพันธนาการ เขารวบสองมือเธอเอาไว้พื้นพรมอุ่น
“ปล่อยฉันไปเถอะ อย่าให้เรื่องมันเลยเถิดไปกว่านี้เลย”
“อะไรคือเลยเถิด ก็ในเมื่อเธอต้องเป็นของฉันอยู่แล้ว”
“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของคุณ คุณเข้าใจผิด” คนตัวเล็กที่อยู่ใต้ร่างต่อรอง
“ฉันว่าไม่ผิดหรอก” พูดจบ ร่างสูงก็เริ่มสูดกลิ่นหอมของคนตัวเล็ก เขาขบเม้มโลมเลียติ่งหูของเธอ จนสัมผัสได้ว่าคนใต้ล่างเริ่มส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ
ริมฝีปากอวบอิ่มนั่นพยายามร้องขอให้เขาปล่อยเธอ
“ปล่อย.....”
ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้ส่งเสียงออกมาเป็นภาษา เขาก็ช่วงชิงอากาศจากริมฝีปากอวบอิ่มยั่วยวนนั่น เธอมีเสน่ห์ที่เขาไม่สามารถอดกลั้นได้ ถ้าเป็นผู้หญิงราคาถูกทั่วไป เขาจะไม่ปล่อยมาถึงขั้นนี้
คนตัวเล็กไม่ค่อยประสากับการกระทำของเขา ปล่อยให้ลิ้นลวกร้อนสอดเข้ามาอย่างคุกคาม เธอเริ่มผ่อนคลาย อาจเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าในงานเลี้ยง เธอเคลิบเคลิ้มไปกับอารมณ์ร้อนแรงที่เขามอบให้
มือไม้ของคนตัวใหญ่กว่าก็อยู่ไม่สุข เขาลูบไล้ไปทั่วทุกสัดส่วนอวบอัด อยากจะเห็นแล้วว่าภายใต้ชุดเดรสราคาแพงสินค้าจะมีคุณภาพขนาดไหน
“ขอเช็คสินค้าหน่อยนะ”
เขากระซิบเสียงกระเซ่าข้างหู เล่นเอาเธอขนลุกไปทั้งตัว
“อย่าถอดนะ” เธอพยายามมีสติปัดป้อง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงของคนตัวใหญ่กว่าได้
ชุดเดรสสีขาวตัวสั้นถูกฉีกออกจากร่างอย่างไม่ไยดี เขาไม่สนว่ามันจะราคาแพงขนาดไหน แค่อยากรู้ว่าภายใต้ชุดเย้ายวนนั่นจะซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง
เมื่อไร้เกราะป้องกันก็เผยให้เห็นอกอวบอิ่มภายใต้บราเซีย เขาก้มลงสูดกลิ่นกายอย่างหื่นกระหาย สองมือก็อ้อมไปด้านหลังปลดปราการชิ้นสุดท้ายออก ปทุมถันคู่งามปรากฏต่อหน้า เขาดูดกลืนกินจนเธอต้องยอมเผยเสียงครางรัญจวน
“อ๊า อย่า ทำแบบนี้” คนตัวเล็กพยายามจะดิ้นหนี แต่ความสุขที่เขามอบให้ก็ทำเอาเธออยากตายตรงนั้น
ความสุขสมที่เธอไม่เคยได้รับกับแฟนเก่าสมัยเรียน ป.โท ก็แค่ทำทุกอย่างให้มันจบ ๆ ไปเธอไม่เคยได้รับการปรนนิบัติขนาดนี้ ความสุขที่คนแปลกหน้ามอบให้ทำเอาสมองเธอพร่ามัวราวกับคนโง่งม
“เธอ สวยขนาดนี้ ทำไมถึงยอมทำงานแบบนี้ล่ะ”
งง เธองงกับคำถามของเขางานอะไร นี่เขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงขายตัวหรือไง
#####2
คนตัวเล็กรับรู้ได้ถึงการเหยียดหยามจากน้ำเสียงในคำถามของเขา เธองงไปหมดอย่างเธอเนี่ยนะ จะเป็นผู้หญิงแบบนั้น ทายาทอีลีทอย่างเธอต่อให้ตกต่ำแค่ไหน ก็คงไม่มีวันไปถึงขั้นนั้น เรื่องวันนี้คือความไม่ตั้งใจ ไม่รู้ว่าเธอพลาดอะไรไป พลาดตรงไหนทำให้ต้องตกมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
สองมือหยาบหนาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างนุ่มนิ่ม ส่วนสัดส่วนของเธองดงามราวกับนางแบบวิคตอเรีย สัมผัสร้อนผ่าวเร้าอารมณ์จนถึงขีดสุด บางสิ่งบางอย่างในตัวเขาเคลื่อนเข้าหาเธออย่างเป็นธรรมชาติ ความนุ่มละมุนอ่อนโยนของเขาทำให้จินตนาการของเธอเตลิดไปไกล
จากที่เคยขัดขืนเธอกลับโอนอ่อนให้กับรสสวาทที่เขามอบให้ในคืนนี้ กางเกงสแล็คสีดำถูกสองมือแกร่งถอดออกพร้อมกับกางเกงตัวในเผยให้เห็นความแข็งแกร่งที่พร้อมจะมอบความสุขให้กับเธอ
“จะใส่แล้วนะ” ซู่เหลียงฉีกระซิบข้างหูคนตัวเล็ก
“อื้อ.....”
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนใต้ล่างมีแต่เสียงร้องครางในลำคอเบา ๆ
เธอแอ่นกายเป็นการตอบรับ เสมือนว่าเธอพร้อมแล้วสำหรับค่ำคืนนี้
ซู่เหลียงฉีไม่ลืมที่จะป้องกัน เขาฉีกถุงยางที่เตรียมรอเอาไว้สำหรับคืนนี้ เขาสวมใส่ให้กับมังกรตัวเคื่องที่ชูชันเตรียมพร้อม
ปลายนิ้วเขากดกระตุ้นทดสอบดูอีกครั้งว่าเธอพร้อมหรือยัง ทางรักของเธอชุ่มช่ำไปด้วยน้ำหวานสวาท ปลายหยักจ่ออยู่ตรงทางเข้าสัมผัสเล็กน้อยยั่วเย้าเธอ คนตัวเล็กร้องคราง เธอหงุดหงิดเล็กน้อยที่เขาเอาแต่ยั่วเธอ ไม่ยอมกดเข้ามาสักที จึงเป็นฝ่ายขยับเข้าหาเขาโดยอัตโนมัติ
อากัปกิริยาของเธอเชื้อเชิญให้เขาต้องเริ่มเกม ปลายหยักสอดเข้าหาความชุ่มช่ำ
“อ๊า อ๊อย อ๊อยย....”
คนตัวเล็กส่งเสียงครางเบา ๆ ก่อนจะผวาเข้าโอบกอด ทำให้ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในท่านั่งคนตัวเล็กมองหน้าเขาชัด ๆ อีก ครั้ง เขาหล่อราวกับดาราภาพยนตร์ หุ่นดีเหมือนกับนักกีฬาอาชีพ สองมือทาบทับอยู่ที่อกแกร่ง
เธอโผเข้าหาริมฝีปากทรงเสน่ห์นั่น ความนุ่มละมุนของเธอทำให้เขาแทบจะอดทนไม่อยู่ เธอผละออกจากริมฝีปากเปลี่ยนเป็นซุกไซร้โลมเลียที่ใบหู ขมเม้มเบา ๆ คนตัวโต ร้องคราง
โดยปกติแล้วเขาจะไม่ปล่อยให้คู่ขาเป็นฝ่ายรุก แต่ครั้งนี้แปลกออกไปจากเดิมเขาปล่อยให้คนตัวเล็กเป็นผู้นำ อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือเพราะอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาต้องยินยอมให้เธอเป็นผู้นำ
เธอผลักให้เขานอนลงไป สองอกตูมเด่นสง่าปะทะสายตา เธอเป็นผู้นำในเกมนี้และคงเป็นแค่คืนนี้แค่คืนเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้นนัทธนิษฐ์ ตื่นมาพร้อมกับอาการเวียนหัวจนแทบอ้วกเธอจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ดี คนแปลกหน้าตัวโตนอนกอดก่ายเธอไม่ให้ไปไหน
“ตื่นแล้วหรอ” ซู่เหลียงฉีถามหญิงสาวแปลกหน้า
“อื้อ” เธอทำได้แค่อื้อในลำคอเบา ๆ พยายามจะยกแขนแข็งแกร่งนั่นออกจากตัวเธอ
“เพิ่งจะกี่โมงเอง นอนต่ออีกสักหน่อยเถอะ กว่าเราสองคนจะได้นอนก็เกือบเช้าเลยนะ”
“ฉัน มีงานต้องทำ”
“เธอทำงานแค่ตอนกลางคืนไม่ใช่หรอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาแต่แฝงไปด้วยคำดูถูก
ความอดทนเธอสิ้นสุด คนตัวเล็กดิ้นหลุดออกจากอ้อมกอด เธอลุกเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองคนหยาบคายที่นอนอยู่เบื้องหลัง
การอาบน้ำที่แสนยาวนานนัทธนิษฐ์ เธอทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะอะไรเธอถึงต้องตกมาอยู่ในสภาพนี้ การเดินทางมาต่างประเทศของเธอ เพียงแค่หวังจะสร้างธุรกิจให้ติดตลาดเอเชีย ไม่ได้หวังว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ นึกย้อนไปจนถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
เมื่อคืนเธอจำได้ว่า มานั่งสังสรรค์ความสำเร็จของงานเปิดตัวบริษัทของเธอในต่างประเทศ การมาครั้งนี้เธอมาพร้อมกับแบรนด์แอมบาสเดอร์คู่จิ้นวายคู่สำคัญที่กำลังมีผลงานโด่งดังไปทั่วเอเชีย ไม่รู้ว่าดื่มไปเท่าไหร่ จนทำให้สติเธอเลือนราง
ปัง ปัง!! เสียงเคาะประตูจากด้านนอก
“นี่ เป็นอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นเธอเข้าไปนานแล้ว ฉันปวดฉี่” เมื่อเห็นว่าเธอเข้าไปอยู่ในห้องน้ำนานเกินกว่าที่ควร เขาจึงแสร้งเรียกเธอ เผื่อว่าด้านในเกิดอะไรขึ้น
เสียงเรียกของเขาทำให้คนตัวเล็กได้สติ
“เสร็จแล้วกำลังจะออกไป” เธอตอบรับ
#####3
แกร็ก!! คนตัวเล็กเปิดประตูออก สองมือปิดบังตัวเองเอาไว้ ในห้องน้ำไม่มีผ้าเช็ดตัวหรืออะไรที่จะเอามาใช้ห่อหุ้มร่างกายได้เลยสักชนิด เธอจึงเลือกออกมาตัวเปล่า
ซู่เหลียงฉีเห็นหญิงสาวแปลกหน้าออกมาด้วยท่าทีเขินอายแก้มเธอแดงเปร่งปรั่ง ขับเน้นให้ใบหน้านั้นดูเย้ายวนเป็นที่สุด
นัทธนิษฐ์รีบวิ่งไปซุกตัวอยู่กับผ้าห่มบนเตียงอย่างรวดเร็ว
“มีเสื้อผ้าให้ฉันยืมไหม ชุดเมื่อคืนคุณทำพังหมดแล้ว” เธอโผล่จากผ้านวมผืนโต ออกมาสนทนากับคนแปลกหน้า
“ไม่มี ว่าแต่ว่า....ฉันชอบเธอแบบไม่ใส่อะไรมากกว่า” เขากวนอารมณ์เธอเล่น ๆ
“เสื้อเชิ้ต หรือเสื้อยืดสักตัวก็ไม่มีเลยหรอ” น้ำเสียงของเธอเจือความหงุดหงิด
กวนประสาทเธอจนพอใจ ซู่เหลียงฉีก็จัดแจงหยิบเสื้อกล้ามสีขาวกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวโยนใส่ให้เธอ
“ใส่นี่ไปก่อน ค่าชุดเดรสที่เธอเช่ามา ส่งบิลมาให้ฉัน เดี๋ยวชดใช้คืนให้”
ชายหนุ่มยืนกอดอกมองเธอที่กำลังจะใส่เสื้อผ้าอย่างตั้งใจ
“หันไปสิ” เธอทำหน้าแหวใส่เขา อีตาบ้านี่ พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ชุดนั่นเธอจะซื้อใหม่ใส่แล้วทิ้ง ใส่แล้วทิ้งอีกเป็นสิบตัวก็ยังได้
“จะอายอะไร เมื่อคืนก็เห็นกันไปหมดแล้ว” เขาเปลี่ยนจากยืนมองเป็นนั่งข้าง ๆ ก้อนผ้าห่มที่ห่อหุ้มตัวเธอเอาไว้
“.....”
“ไม่ใส่ล่ะ หรืออยากให้ฉันใส่”
พอเขาทำท่าจะเข้าใกล้เธอก็รีบซุกตัวเข้าใต้กองผ้าห่ม
“ไม่ต้อง ใส่เอง ใส่เองได้ หยุดตรงนั้น”
“Ok” เขานั่งมองท่าทางน่าเอ็นดูของเธออย่างอารมณ์ดี
ไม่นานเธอก็โผล่ตัวออกมาจากกองผ้าห่ม โชคดีที่แพนตี้ของเธอยังใช้การได้ คนตัวเล็กขยับกายลุกออกจากเตียง ควานหากระเป๋า ป่านนี้บอดี้การ์ดกับทีมเลขาคงจะตามหาตัวเธอให้วุ่นวาย
และก็เป็นเช่นนั้น สายที่ไม่ได้รับไม่ต่ำกว่า 50 สาย ทั้งจากที่บ้าน ที่ทำงานที่บริษัท ไม่เว้นแม้กระทั่งสายจากแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญ
“ลูกค้าคงเยอะมาก โทรมากันไม่หยุด ฉันเลยปิดเสียงให้ ถ้าตื่นสายกว่านี้หน่อยว่าจะชาร์จแบตให้ด้วย”
เธอค้อนขวับใส่เข้าทันที
แต่ละเบอร์ที่โทรเข้ามา ถูกโชว์ขึ้นชื่อเป็นภาษาที่เขาไม่รู้จัก มันน่ารำคาญจนเขาต้องเอามาปิดเสียงปิดสั่น เขาเดาว่าเธอคงไม่ใช่คนเมืองนี้
“ลาก่อน หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีก”
นัทธนิษฐ์บอกลา หยิบกระเป๋าแบรนด์เนมติดตัวพยายามจะปิดประตูออกไป แต่ก็เปิดออกไปไม่ได้
เขายืนดูเธอเขย่าประตู หาทางงัดแงะเพื่อที่จะออกไปให้ได้
“ประตูแบบพิเศษ ใช้ลายนิ้วมือกับรหัสผ่านส่วนตัวของผม ทั้งตอนเข้าและตอนออก”
เขาอธิบายให้คนตัวเล็กที่พยายามเปิดประตู
เธอหันมองเขาอย่างจนใจ
“เปิดให้หน่อย”
“รอก่อน ขอใส่เสื้อผ้าแปบ”
เขาเดินยืดยาด อย่างคนขี้เกียจ กว่าจะไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่แต่ละตัว เล่นเอาเธอหัวร้อนไปหมด
“เร็วหน่อยได้ไหม”
เขาหันมาส่งยิ้มยียวน “ถ้ารีบก็ไปก่อนเลย”
มันจะไปก่อนได้ยังไงเล่าก็เขาขังเธอไว้ในนี้ นัทธนิษฐ์จึงต้องนั่งลงรอเขาบนโซฟา เอ่อ... นี่มันโซฟาตัวเมื่อคืนนัทธนิษฐ์รู้สึกร้อนผ่าว เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
ซู่เหลียงฉีเดินออกมาจากห้องแต่งตัว พร้อมกับโยนเสื้อโค้ตตัวใหญ่ให้เธอสวมทับ หากออกไปข้างนอกทั้งแบบนั้น มีหวังเขาต้องได้หามเธอกลับเข้ามาอีกแน่ ๆ
“ขอบคุณ” เธอไม่ปฏิเสธ “เราจะไปกันหรือยัง” เธอถามย้ำเมื่อเห็นว่าเขายังไม่เดินมาที่หน้าประตูสักที
“ไปสิ”
ซู่เหลียงฉีเดินอาด ๆ นำเธอออกไปที่โถงทางเดิน ผิดวิสัยเขาที่สุด เขาไม่เคยออกมาส่งคู่ขาแบบนี้มาก่อน ทำมากสุดก็แค่เปิดประตูห้องให้
เดินจนถึงลิฟต์ส่วนตัว เธอพบว่าการที่จะขึ้นมายังส่วนนี้ได้ต้องเป็นบุคคลที่มีคีย์การ์ดเท่านั้น นอกจากนี้ มันเป็นพื้นที่ส่วนตัว พนักงานทั่วไปไม่มีทางส่งเธอขึ้นมายังส่วนนี้ได้แน่นอน
“ใครบ้างที่มีคีย์การ์ดนั่น” นัทธนิษฐ์ถามซู่เหลียงฉี
“ไม่กี่คนหรอก ถามทำไม” เขามองเธอจากเงาสะท้อนภายในลิฟต์
“แค่อยากรู้เฉย ๆ น่ะ” เธอนิ่งไปสักพักก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออก ทางเดินด้านล่างก็ยังเป็นพื้นที่ส่วนตัว เมื่อเดินผ่านออกไปอีกชั้น ถึงเป็นโถงสำหรับแขกของโรงแรม “ฉันอยาก....” ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะพูดได้จบประโยค นักข่าวกลุ่มใหญ่ ก็วิ่งกรูเข้ามาที่คนทั้งคู่
ทั้งซู่เหลียงฉีและนัทธนิษฐ์ต่างก็งุนงงกับเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้า ถ้าเป็นที่ประเทศของเธอก็พอจะเดาได้ว่า ทำไมถึงมีนักข่าวมากมายขนาดนี้ ข่าวฉาว ๆ ของเซเลบริตี้อย่างเธอขายได้ตลอดอยู่แล้ว แต่ที่นี่มันเป็นต่างประเทศนะ ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ...