ตอน 1

เวลาประมาณหนึ่งทุ่มของค่ำวันหยุดปลายสัปดาห์ประตูรั้วอัลลอยเลื่อนเปิดอัตโนมัติเมื่อเสียงแตรให้สัญญาณดังไปถึงคนในบ้านที่เจ้าของรถโทรศัพท์มาบอกล่วงหน้าแล้วว่าเขากำลังเดินทางมาถึง

และเมื่อประตูรั้วซึ่งเปรียบเสมือนเส้นแดนกั้นความพลุกพล่านจากรถราภายนอกปิดลง ไม่ให้ความวุ่นวายจอแจปะปนเข้ามาในอาณาบริเวณบ้านกึ่งไม้กึ่งปูนสองชั้น ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางหมู่ต้นไม้น้อยใหญ่ซึ่งให้ความร่มรื่นและร่มเย็นแก่เจ้าของตลอดระยะเวลายี่สิบปีกว่าที่ผ่านมา เจ้าของร่างสูงลงจากรถมาพร้อมกระเป๋าเอกสารและเสื้อคลุมตัวนอกที่พาดแขนไว้ ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าเดินออกจากโรงรถทางฝั่งขวามือของบริเวณบ้านลัดเลาะมาตามทางเดินที่ปูด้วยไม้หมอนรถไฟเก่าสลับหญ้าสีเขียวสด

“เป็นยังไงบ้างลูก” เสียงผู้เป็นแม่ทักลูกชายคนเดียวดังมาก่อนจะทันได้เห็นหน้าที่เขาพยายามปรับไม่ให้ยับยู่ เพราะตลอดทางขับรถกลับบ้านใจของคมิกพนธ์นั้นเต็มไปด้วยความขุ่นมัว

“เพิ่งตกลงเรื่องโครงการใหญ่ไปเมื่อเช้าเองครับ นัดเซ็นสัญญากันอาทิตย์หน้า”

...แม้มีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น แต่ครอบครัวของนีรากลับไม่ได้ปลื้มเปรมไปกับความก้าวหน้าของเขาอย่างที่ควรเป็น

“ดีจัง แล้วเรื่องที่ไปกินข้าวกับพ่อแม่ของหนูน้ำเป็นไงบ้าง” นางครองขวัญรับกระเป๋าของลูกชายไปถือไว้ พร้อมกับเดินเคียงกันเข้าบ้าน แม้เป็นวันเสาร์ แต่ลูกชายก็ออกไปบริษัทครึ่งวัน ก่อนจะไปกินข้าวที่บ้านของแฟนสาว

“กับข้าวอร่อยครับ” หากทว่าคนเป็นลูกไม่ได้บอกมารดาต่อว่า เหตุการณ์หลังจากนั้นคนร่วมโต๊ะแทบทำให้เขาขย้อนของเก่าออกมาเลยทีเดียว!

ได้กระเป๋าลูกชายแล้วสตรีวัยสี่สิบสี่ปีก็ถือมันไปวางบนโต๊ะในห้องนั่งเล่น นางครองขวัญเดินเข้าไปในครัวเพื่อสั่งเด็กรับใช้ที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ให้เตรียมยกสำรับออกมาตั้งโต๊ะ คมิกพนธ์นั่งถอดรองเท้าและถุงเท้าเก็บเข้าที่ ในหัวก็ยังคิดถึงถ้อยคำดูถูกซึ่งบังเอิญได้ยินที่บ้านของแฟนสาว

‘ถึงจะเป็นคนเก่ง ทำงานจนมีบริษัทของตัวเองก็ตามเถอะ แต่ก็หนีคำว่าลูกเมียน้อยไม่ได้หรอก เอ่ยชื่อใครเขาก็ทัก บอกชื่อคนก็รู้จักว่าแม่ของแฟนน้ำเป็นเมียน้อยคุณภวิล กี่ปีๆ เรื่องมันก็ยังฉาวโฉ่ รักอยู่กับคนพี่ดีๆ จู่ๆ ดันมาท้องกับคนน้อง ทั้งที่คู่หมั้นเขาก็มีอยู่ทนโท่’

‘ให้โอกาสเดียวหน่อยสิคะคุณแม่ เรื่องนานนมแล้วจะเอามาใส่ใจทำไม คนที่ทำเรื่องไม่ดีคือแม่ของเดียว ไม่ใช่เดียวซะหน่อย’

‘การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคนสองคนนะน้ำ พ่อเรารึก็มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย เพื่อนฝูงคนใต้บังคับบัญชาก็ไม่น้อย ไหนจะเพื่อนของแม่ที่กระทรวงอีก เขาถือกันจะตายเรื่องเมียน้อยเมียเก็บ’

‘ถึงยังไงเดียวก็ไม่ใช่คนผิด เดียวเป็นคนดี คุณพ่อคุณแม่ก็รู้นี่คะ’

‘แล้วความดีมันจะทำให้เรารอดพ้นไม่ถูกคนนินทาได้เหรอ แม่ไม่เอาด้วยหรอกนะ จะมีลูกเขยทั้งทีก็ขอให้ได้คนไม่มีอดีตด่างพร้อยเถอะ แม่ก็นึกว่าน้ำแค่ลองคบเผื่อเลือก ที่ไหนได้น้ำกลับจริงจังกับพ่อคนนี้เสียได้’

จากที่บังเอิญได้ยิน แม้แฟนสาวพยายามอธิบายกับมารดาของเธอ แต่ในสายตาคนในครอบครัวของนีรา เขาก็ได้ขึ้นชื่อเป็นผู้ชายที่มีประวัติไม่คู่ควรกับหญิงสาวอยู่ดี

ชายหนุ่มครุ่นคำนึงอยู่คนเดียว ขณะกำลังจะเงยหน้าขึ้นนั้น คมิกพนธ์ก็เห็นปลายเท้าคู่หนึ่งมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ ลักษณะเท้าที่อวบอูม แตกต่างจากคนเป็นแม่ ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง

“น้ำค่ะคุณเดียว”

ตรงหน้าเขาคือหญิงสาวรูปร่างอวบ ผิวขาว กะด้วยสายตาคงสูงราวๆ หนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร อายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปด เธอส่งยิ้มที่มองดูฝืนและแฝงไปด้วยท่าทางหวาดหวั่นให้เขา

คมิกพนธ์มองข้ามคนแปลกหน้าไปยังมารดา นางครองขวัญจึงเอ่ยขึ้น

“นี่ไงผึ้ง ลูกสาวของวิธานที่ขอฝากให้ทำงานบ้านเรา”

อลิมายิ้มกว้างขึ้นเมื่อนายผู้หญิงแนะนำตัวเธอกับลูกชายนาง พุ่มมืออิ่มที่ยื่นแก้วน้ำให้ชายหนุ่มยังคงมีอาการสั่น ในความคิดของหญิงสาวอายุสิบแปดมีความกริ่งเกรงอยู่ทุกอณู...นี่นะเหรอคุณเดียว ผู้ชายที่พ่อบอกว่าเป็นเจ้านายที่ดุ และกำชับให้เธอทำตัวดีๆ เขาจะได้ให้ทำงานและอยู่ด้วย

ตอน 2

คมิกพนธ์รับแก้วน้ำจากมืออลิมา แล้วเธอก็ถอยหลบกลับไปในครัวเพื่อเตรียมตั้งโต๊ะอาหารค่ำของสองแม่ลูกแต่ก็พอได้ยินเสียงทั้งสองพูดคุยกัน

“เพิ่งมาถึงเมื่อตอนสาย แม่ก็สอนงานไปหลายอย่างแล้วแหละ”

ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เขาอยากให้มารดามีคนมาอยู่ด้วยนานแล้ว เคยหาแม่บ้าน หาคนมาทำงานช่วย แต่ท่านก็ไม่เคยยอม บอกแต่ว่าทำเองได้ อันที่จริงเขารู้ว่าผู้เป็นแม่เกรงคำคนครหาว่าทำตัวเป็นคุณนายต้องมีคนรับใช้ประจำบ้าน นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเหตุใดมารดาถึงรับลูกสาวคนจัดสวนบริษัทเขาเข้ามาอยู่ด้วย

“ผึ้งน่าสงสารนะ” นางครองขวัญเปลี่ยนมาใช้เสียงกระซิบ

“แม่คุยกับเด็กแล้ว ยังร้องไห้คิดถึงแม่อยู่เลย จะอยู่กับพ่อก็ไม่ได้เพราะพ่อก็มีเมียใหม่ ให้ผึ้งมาอยู่กับเรา ถือซะว่าทำบุญ เด็กมันดีก็ควรให้โอกาสและเลี้ยงไว้”

“แต่ถ้าทำตัวไม่ดี ก็ต้องไล่ออกใช่ไหมครับ” คมิกพนธ์ถามมารดา จังหวะพอดีกับอลิมาวางถ้วยแกงบนโต๊ะ หญิงสาวสบตาเขา ก่อนจะหลบตาทำตัวลีบหันกลับอย่างหวาดเกรง นางครองขวัญก็เลยตีเบาๆ ที่ต้นแขนลูกชาย

“ทำไมต้องไปแกล้งขู่ผึ้งด้วย”

“ไม่ได้แกล้ง ผมพูดจริง ถ้าทำตัวไม่ดี มีสิทธิ์โดนไล่ออก” คมิกพนธ์นั้นเอาจริงเอาจังกับเรื่องพนักงานและลูกจ้าง ชายหนุ่มไม่ชอบคนไม่สู้งาน ตราบใดที่ยังทำงานกับเขา เขาจะไม่ปล่อยให้ใครเอาเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าหรือลูกน้องในปกครอง แต่หากทำดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจ เขาก็พร้อมมีรางวัลให้กับความทุ่มเทนั่นอย่างสมน้ำสมเนื้อ

ประโยคที่คมิกพนธ์พูด อลิมาได้ยินชัดทุกถ้อยทุกคำ หญิงสาวจึงตั้งมั่นในใจว่าจะเป็นลูกจ้างที่ดี คุณครองขวัญรับปากแล้วว่าจะให้เธอเรียนต่อเมื่อเธอมีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนเองได้ ขอแค่มีที่ซุกหัวนอน มีเงินเดือนเก็บสะสมเพื่ออนาคต และได้มีโอกาสเห็นหน้าพ่อบ้างเป็นครั้งคราวเท่านี้ก็พอใจแล้ว ถึงแม้พ่อจะไม่ค่อยสนใจไยดีเธอนัก แต่เขาก็คือญาติสนิทคนเดียวที่เหลืออยู่

หลังจัดโต๊ะอาหารให้เจ้านาย อลิมาก็กลับเข้าไปนั่งกินข้าวของตัวเองในห้องครัว พร้อมกับชะเง้อชะแง้มองสองแม่ลูก บทสนทนาใดไม่รู้ได้ที่ทำให้คุณครองขวัญยิ้มและคุณคมิกพนธ์ก็หัวเราะ เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของชายหนุ่ม ทำให้เขาดูเป็นคนใจดีขึ้นมาทันตา

หากเขายิ้มบ่อยๆ บรรยากาศรอบตัวคงไม่น่าอึดอัดเท่าไร หญิงสาวคาดหวัง

หลังอาหารค่ำ อลิมาก็รีบเข้ามาเก็บถ้วยชามและทำความสะอาดโต๊ะทันทีที่เจ้านายทั้งสองคนลุกก่อนย้ายไปนั่งพูดคุยกันต่อในห้องพักผ่อน

เสียงน้ำไหลดังซู่ในห้องครัว อลิมากำลังล้างจานอย่างขะมักเขม้น มีเสียงถ้วยชามกระทบกันพอได้ยิน

“หวังว่าคงไม่ท่าดีทีเหลวนะครับคุณแม่”

“เอ๊ะ...เดียวนี่ยังไง รู้จักให้โอกาสคนบ้างสิ เด็กผู้หญิงพลัดบ้านกำพร้าแม่มา จะใจจืดใจดำจ้องจับผิดผึ้งไปทำไม”

“อายุสิบแปดไม่เด็กแล้วนะครับ...ผมก็แค่ไม่อยากให้คุณแม่ผิดหวัง ที่พูดก็เผื่อว่าเด็กผึ้งของคุณแม่จะเป็นอย่างลูกสาวอีกคนของวิธาน”

เขารังเกียจผู้หญิงกิริยาค่อนข้างเปิดเผย ก๋ากั่น ท่าดีทีเหลวทำอะไรจับจด หยิบโหย่งอะไรทำนองนั้น

“คนละพ่อละแม่ มันจะเหมือนกันได้ไง อย่าเอาผึ้งไปเปรียบกับลูกสาวแม่ไสวเชียว มองแค่แววตาแม่ก็รู้แล้วว่าผึ้งเป็นคนซื่อ จริตจะก้านอย่างนั้นไม่มีหรอก”

นางครองขวัญพูดเพราะเคยเจอหน้าไหมงามสองสามหน ไสวเป็นอย่างไรลูกสาวก็ไม่ต่างกัน

“คุณขวัญมีอะไรให้ผึ้งทำอีกหรือเปล่าคะ” อลิมาเข้ามาถามเมื่อทำความสะอาดในครัวเสร็จทุกอย่างแล้ว หญิงสาวย่อตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ไม่ไกล

“ไม่มีอะไรแล้วละ ไปพักผ่อนเถอะ ตั้งแต่มาถึงนี่ก็ถามฉันไม่ได้หยุดปากว่ามีอะไรให้ช่วยทำไหม พรุ่งนี้ยังไม่ต้องตื่นมาทำอาหารเช้าช่วยฉันนะ พักเอาแรงและทำตัวให้ชินก่อน ปรกติคุณเดียวจะออกไปทำงานก่อนแปดโมง ไว้ตอนสายๆ ฉันจะบอกหน้าที่ของผึ้งเองว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน”

อลิมาตั้งใจฟังแล้วยกมือขอบคุณความเมตตาที่นายผู้หญิงของบ้านมอบให้ ได้อยู่ได้ฟังมาครึ่งค่อนวันเธอก็รับรู้ได้ถึงความใจดีของนางครองขวัญ หญิงสาวบอกลาเจ้านายเพื่อให้ทั้งสองใช้เวลาอยู่กันตามลำพัง ก่อนเดินกลับเข้าห้องพักส่วนตัวที่อยู่ใกล้กับห้องครัว

ตอน 3

เมื่ออยู่ตามลำพัง สิ่งแรกที่อลิมาหยิบออกมาจากกระเป๋าสัมภาระก็คือรูปถ่ายแม่กับเธอซึ่งถ่ายร่วมกันเมื่อปีก่อน ในตอนนั้นแม่หน้าตายังสดใส รอยยิ้มยังชื่นบาน ก่อนชีวิตเธอต้องประสบกับข่าวร้ายว่าแม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่สอง แล้วแม่ก็จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน

คิดถึงอดีต ความรักความห่วงใย สายสัมพันธ์ของแม่ลูกแล้วน้ำตาของอลิมาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ตอนนี้เธอเป็นคนไร้บ้าน มีพ่อก็เหมือนไม่มีเพราะตั้งแต่จำความได้ เจอหน้าพ่อนับครั้ง พ่อไม่ค่อยสนใจไยดีเธอตั้งแต่เลิกกับแม่ เงินที่ส่งถึงก็น้อยนิดและนานครั้งถึงจะส่งให้ แต่ครั้งนี้ก็นับว่าเป็นบุญคุณครั้งใหญ่ที่พ่อไปรับตัวเธอและพามาฝากไว้กับคุณครองขวัญ

อลิมาวางรูปของแม่ลงบนหมอนที่ยังไม่ได้ใส่ปลอก ชุดเครื่องนอนยังถูกวางไว้รอให้เธอเปลี่ยนและจัดห้องนี้ให้เป็นห้องของเธอ มีตู้เสื้อผ้าและโต๊ะหนังสืออยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง คุณครองขวัญบอกว่าจะหาโทรทัศน์เครื่องเล็กมาให้ เพราะเกรงเธอจะเหงานั่นยิ่งทำให้เธอซาบซึ้งน้ำใจของนายผู้หญิงมาก

ระหว่างนั่งคิดว่าจะจัดห้องอย่างไรนั้นเอง เสียงจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อลิมากดรับสายนั้นทันทีที่รู้ว่าคนปลายสายคือใคร

“เป็นไงบ้าง พออยู่ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงของคนเป็นพ่อนั้นแฝงด้วยความห่วงใยจนอลิมารับรู้ได้ หญิงสาวยิ้ม รู้สึกถึงความอิ่มอุ่นในใจทันที

“ผึ้งอยู่ได้จ้ะพ่อ คุณขวัญใจดี”

“แล้วเจอคุณเดียวหรือยัง”

“เจอแล้วจ้ะ”

“เป็นไง”

“เขาขู่ว่าถ้าทำตัวไม่ดี จะไล่ผึ้งออก”

เสียงถอนหายใจของพ่อดังพอให้ได้ยิน “คุณเดียวเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ก็เป็นคนมีเหตุมีผลนะ ถ้าไม่แย่จริงๆ คุณเดียวไม่เคยไล่ใครออก พ่อเชื่อว่าถ้าผึ้งทำตัวดีๆ จะอยู่ได้”

“ผึ้งจะพยายามจ้ะพ่อ”

“โอ๊ย...ถ้ากลัวมันไล่ออกก็เอามันเป็นผัวเลยสิ ทำให้มันรักมันหลง ขี้คร้านมันจะติดใจ” เสียงของเมียใหม่พ่อแทรกเข้ามาในบทสนทนา

ความคิดสกปรก!

การเป็นผัวเมียกันมันทำได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ อลิมาหมิ่นแคลนความคิดน่าขยะแขยงของแม่เลี้ยง เพราะถ้าเธอจะเป็นเมียใครสักคน เขาคนนั้นต้องรักเธอ และเธอก็ต้องรักเขา

สักพักอลิมาก็ได้ยินเสียงพ่อตำหนิเบาๆ กับคนที่อยู่ข้างตัว “ความคิดอุบาทว์”

ก่อนน้ำเสียงที่ใช้พูดกับเธอจะกลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง “ถ้าได้ยินอะไรเมื่อกี้ อย่าไปใส่ใจ พ่อมั่นใจว่าแกจะอยู่บ้านคุณขวัญกับคุณเดียวได้อย่างมีความสุข คุณขวัญก็รับปากแล้วนี่เรื่องจะให้ไปเรียนมหาลัย”

“จ้ะพ่อ...อาจจะปีหน้าหรือไม่ก็ปีถัดไป ให้ผึ้งเก็บเงินก่อน” การเรียนทำให้อลิมามีความหวัง การเรียนมหาวิทยาลัยเป็นความฝันของแม่กับเธอ

“แล้วพ่อจะแวะไปหาบ่อยๆ”

“ไปหาเฉยๆ นะไม่ใช่เอาเงินไปให้ด้วย จบมอหกแล้วจะยังเรียนอะไรอีก เป็นคนใช้เขาจำเป็นต้องเรียนสูงๆ ด้วยเหรอ เงินเดือนที่ได้ก็รู้จักแบ่งให้พ่อใช้ด้วย เรื่องตอบแทนบุญคุณน่ะอย่าลืม” ยังคงมีเสียงของแม่เลี้ยงแทรกเข้ามา แต่คราวนี้มันเสียงดัง รัวและเร็วกว่าเก่า

แล้วพ่อของเธอก็วางสาย ก่อนสัญญาณจะตัดขาด อลิมาแว่วได้ยินเสียงกระทบกระทั่งด่าทอของคู่ผัวเมียที่ได้ชื่อว่าพ่อบังเกิดเกล้าและแม่เลี้ยงอีกหลายประโยค

หญิงสาวดีใจที่พ่อโทร.หา แต่ก็ไม่ต้องการให้พ่อลำบากใจ เรื่องเงินเดือนที่ได้ อลิมาตั้งใจแล้วว่าจะแบ่งให้พ่อส่วนหนึ่ง ถึงเขาไม่ได้เลี้ยงดูเธอ แต่พ่อก็คือพ่อ ตอบแทนบุญคุณพ่อได้บ้างเธอก็อยากทำ

อลิมาเริ่มจัดห้องด้วยการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและใส่ปลอกหมอน เสร็จแล้วก็เอาเสื้อผ้าที่มีอยู่ไม่กี่ชุดเก็บเข้าตู้ เธอมีหนังสือนิยายและหนังสือความรู้นอกเวลาอีกหนึ่งลังที่ขนมาจากบ้านเช่าหลังเก่า จึงจัดวางไว้บนโต๊ะ ใช้เวลาไม่นานนัก ข้าวของก็เข้าที่เข้าทาง ก่อนเปิดตู้หยิบผ้าเช็ดตัว ชุดนอนและของใช้เพื่อเตรียมตัวออกไปอาบน้ำ คุณครองขวัญอนุญาตให้เธอใช้ห้องน้ำชั้นล่างได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED