แค่คิดว่าได้ครอบครองหญิงตรงหน้า ฟรองซัวร์ก็แทบสำลักความสุขเสียแล้ว
“เมรีอายุ23 ปีค่ะ” เมรีตอบและก้มหน้าหลบสายตาคมดุ
เธอเคยแต่ได้ยินชื่อของฟรองซัวร์ เขาเป็นทายาทมาร์เซย์ แต่เมรียังไม่เคยเห็นตัวจริงตัวเป็นๆ เธอได้แต่แอบมองอยู่ไกลๆ ด้วยความเจียมตัว ตระกูลมาร์เซย์เป็นเจ้าของแบรนด์เนมเสื้อชื่อดังติดอันดับต้นๆ ในวงการแฟชั่น ผู้กุมบังเหียนคือฟรองซัวร์ หนุ่มรูปงาม ผู้มากความสามารถคนนี้เอง
“เรียนจบแล้วหรือยังล่ะ ซาร่าเคยบอกไว้น่ะว่าเธอกำลังเรียนอยู่” ฟรองซัวร์กลั้นใจถาม เขาข่มความรู้สึกรุ่มร้อน และเริ่มคิดหาวิธีครอบครองหญิงตรงหน้า
“ยังค่ะ เหลืออีกสองเดือนเมรีก็จะจบแล้วค่ะ” เมรีตอบเสียงสั่นพร่า
“งั้นรึ แล้วเธอจะทำไงต่อล่ะ ซาร่าไม่อยู่แล้วแบบนี้” ฟรองซัวร์กระหยิ่มในใจ เขาเห็นความเศร้าในดวงตาสาวน้อย ช่องทางที่จะได้ครอบครองสาวน้อยตรงหน้า ไม่น่าจะยาก… เมื่อเมรีไร้คนดูแล และคงไม่น่าจะรอดมือเขาไปได้ เมื่อนั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ ตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายแรงโลด มีรอยยิ้มสมใจแต้มมุมปาก
“…” เมรีไม่ได้ตอบคำถาม น้ำตาไหลพรูหล่นลงหลังมือจนเปียกชุ่ม ชายหนุ่มยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“เช็ดซะ ฉันไม่ชอบน้ำตาผู้หญิง เธออยู่ที่นี่ต่อจนกว่าจะเรียนจบก็ได้ ฉันจะออกค่าใช้จ่ายที่เหลือให้เอง ถือว่าตอบแทนซาร่า ที่คอยดูแลฉันอย่างดีมาตลอด” เมรีเงยหน้ามองชายสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง ชื่นชม
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ” เมรียกมือไหว้ปรกๆ เอ่ยขอบคุณเสียงพร่า ยกผ้าเช็ดหน้าหอมอ่อนๆ เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างยินดี เธอฝืนยิ้มให้เจ้านายของแม่ ทั้งที่ริมฝีปากอิ่มยังสั่นระริกเพราะกลั้นเสียงสะอื้นไว้ มันเป็นน้ำตาแห่งความยินดี ยังมีคนใจดีเมตตาตนเอง
“ฉันหมดธุระกับเธอแล้วล่ะ เธอกลับไปเถอะ ไว้เธอเรียนจบเมื่อไหร่เราค่อยมาคุยกันถึงเรื่องนี้อีกที” ฟรองซัวร์อนุญาตให้เมรีกลับไปพัก เขาหลุบเปลือกตาลงปิดบังประกายตาร้อนแรง
เมรีทรงตัวลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้ตัวเล็กอย่างที่เขาคิด คงเป็นชาติกำเนิดและเชื้อพันธุ์ชีวิต เธอเลยดูตัวเล็กบอบบาง เมื่อเทียบกับผู้หญิงในฝั่งยุโรป เรือนกายอรชรทูกใจฟรองซัวร์ เขาแอบสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่รวยรินออกมาจากคนตรงหน้า เมื่อเมรีขยับตัวเบาๆ เขาชอบกลิ่นแบบนี้มากกว่ากลิ่นน้ำหอมชั้นนำที่มีเกลื่อนเมือง และสาวๆ นิยมใช้
เมรีเดินออกไปจากห้อง ฟรองซัวร์มองตามเขาถอนใจแรงๆ แปลกใจนิดๆ กับความผิดปกติของตัวเอง เกิดปฏิกริยารุนแรงกับผู้หญิงที่เพิ่งพบหน้า เนื้อตัวเต้นยุบยับ เหมือนสัตว์ตัวผู้ที่ถึงฤดูผสมพันธุ์!!
“คุณท่านต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ” บัตเลอร์วัยชราที่รับใช้ตระกูลมาร์เซย์มาตั้งแต่รุ่นเก่า กระซิบถามเสียงสำรวม
ฟรองซัวร์ปรือตามอง “หาห้องให้เมรีอยู่ใหม่ด้วย เอาที่โปร่งๆ สบายหน่อยไม่แออัดเกินไป แยกออกมาอยู่เสียในตึกนี่เลยก็ได้ ช่วยจัดการให้ด้วยนะ”
“ครับนายท่าน…”
“มารายงานฉันด้วยล่ะ…” ฟรองซัวร์เปรยบอก เมื่อบัตเลอร์ชราถอยหลังออกไป แววตาของคนโตกว่ามีร่องรอยความกังวลจนเห็นได้ชัด
ความเป็นอยู่ของเมรีดีขึ้นกว่าก่อน คงเป็นเพราะไม่ต้องประหยัดเหมือนตอนที่เดินทางมาถึงฝรั่งเศสใหม่ๆ ตอนนั้นมารดาของเธอต้องประหยัดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพราะแค่ค่าเดินทางของเมรีก็ต้องใช้เวลาเก็บอยู่นาน ไหนจะค่าเล่าเรียนของเมรีอีก ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ทำให้เธอโหมทำงานหนักเพิ่มขึ้น สะสมทุกบาททุกสตางค์เพื่อให้บุตรสาวเพียงคนเดียวได้มาอยู่ด้วยกัน ฟรองซัวร์ออกค่าใช้จ่ายให้เมรีจนเหลือเฟือ แต่เพราะเคยประหยัดจนเคยตัว เมรีก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิม จนสาวใช้ในบ้านคลายความริษยาลง หลายคนแอบอิจฉาในความโชคดีของเมรี เธอได้รับโอกาสดีๆ เจ้าของคฤหาสน์หนุ่มรูปหล่อ
เริ่มต้นวันใหม่ของทุกวัน เมรีจะเข้าไปช่วยเอสก้าทำงานในครัว จนสาวใหญ่ผู้นั้นรักและเอ็นดูเมรีเหมือนเป็นลูกหลาน นางสอนเมรีเรื่องการทำอาหาร และขนมอบให้เมรีหลายอย่าง จนเธอคลายความเศร้า ก่อนจะออกไปเรียนเมรีสาละวนช่วยทำงานอย่างแข็งขัน ไม่สนใจว่าจะถูกเหน็บจากคนรอบตัวมากเพียงใด เธอยิ้มรับโดยไม่โกรธ เมรีจึงเป็นที่รักใคร่ของคนในบ้าน แต่ก็เป็นแค่ชนชั้นแรงงานเท่านั้นที่พอใจ กับประมุขของคฤหาสน์มาร์เซย์ โซเฟีย ไม่เคยชอบหน้าหญิงอาภัพผู้นี้เลย นางเล็งเห็นอนาคตได้อย่างชัดเจน หญิงผู้นั้นงดงามผิดจากคนธรรมดาทั่วๆ ไป ประกายบางอย่างในตัวเมรีเป็นที่แตะตา ใบหน้าหวานงดงามฉ่ำหวานและคงจะต้องตาฟรองซัวร์ไม่ใช่น้อย บุตรชายของนางถึงได้กางปีกอุ้ม อุปการะส่งเสียเมรีให้เรียนต่อจนจบ
แค่คิดว่าได้ครอบครองหญิงตรงหน้า ฟรองซัวร์ก็แทบสำลักความสุขเสียแล้ว
“เมรีอายุ23 ปีค่ะ” เมรีตอบและก้มหน้าหลบสายตาคมดุ
เธอเคยแต่ได้ยินชื่อของฟรองซัวร์ เขาเป็นทายาทมาร์เซย์ แต่เมรียังไม่เคยเห็นตัวจริงตัวเป็นๆ เธอได้แต่แอบมองอยู่ไกลๆ ด้วยความเจียมตัว ตระกูลมาร์เซย์เป็นเจ้าของแบรนด์เนมเสื้อชื่อดังติดอันดับต้นๆ ในวงการแฟชั่น ผู้กุมบังเหียนคือฟรองซัวร์ หนุ่มรูปงาม ผู้มากความสามารถคนนี้เอง
“เรียนจบแล้วหรือยังล่ะ ซาร่าเคยบอกไว้น่ะว่าเธอกำลังเรียนอยู่” ฟรองซัวร์กลั้นใจถาม เขาข่มความรู้สึกรุ่มร้อน และเริ่มคิดหาวิธีครอบครองหญิงตรงหน้า
“ยังค่ะ เหลืออีกสองเดือนเมรีก็จะจบแล้วค่ะ” เมรีตอบเสียงสั่นพร่า
“งั้นรึ แล้วเธอจะทำไงต่อล่ะ ซาร่าไม่อยู่แล้วแบบนี้” ฟรองซัวร์กระหยิ่มในใจ เขาเห็นความเศร้าในดวงตาสาวน้อย ช่องทางที่จะได้ครอบครองสาวน้อยตรงหน้า ไม่น่าจะยาก… เมื่อเมรีไร้คนดูแล และคงไม่น่าจะรอดมือเขาไปได้ เมื่อนั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ ตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายแรงโลด มีรอยยิ้มสมใจแต้มมุมปาก
“…” เมรีไม่ได้ตอบคำถาม น้ำตาไหลพรูหล่นลงหลังมือจนเปียกชุ่ม ชายหนุ่มยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“เช็ดซะ ฉันไม่ชอบน้ำตาผู้หญิง เธออยู่ที่นี่ต่อจนกว่าจะเรียนจบก็ได้ ฉันจะออกค่าใช้จ่ายที่เหลือให้เอง ถือว่าตอบแทนซาร่า ที่คอยดูแลฉันอย่างดีมาตลอด” เมรีเงยหน้ามองชายสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง ชื่นชม
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ” เมรียกมือไหว้ปรกๆ เอ่ยขอบคุณเสียงพร่า ยกผ้าเช็ดหน้าหอมอ่อนๆ เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างยินดี เธอฝืนยิ้มให้เจ้านายของแม่ ทั้งที่ริมฝีปากอิ่มยังสั่นระริกเพราะกลั้นเสียงสะอื้นไว้ มันเป็นน้ำตาแห่งความยินดี ยังมีคนใจดีเมตตาตนเอง
“ฉันหมดธุระกับเธอแล้วล่ะ เธอกลับไปเถอะ ไว้เธอเรียนจบเมื่อไหร่เราค่อยมาคุยกันถึงเรื่องนี้อีกที” ฟรองซัวร์อนุญาตให้เมรีกลับไปพัก เขาหลุบเปลือกตาลงปิดบังประกายตาร้อนแรง
เมรีทรงตัวลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้ตัวเล็กอย่างที่เขาคิด คงเป็นชาติกำเนิดและเชื้อพันธุ์ชีวิต เธอเลยดูตัวเล็กบอบบาง เมื่อเทียบกับผู้หญิงในฝั่งยุโรป เรือนกายอรชรทูกใจฟรองซัวร์ เขาแอบสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่รวยรินออกมาจากคนตรงหน้า เมื่อเมรีขยับตัวเบาๆ เขาชอบกลิ่นแบบนี้มากกว่ากลิ่นน้ำหอมชั้นนำที่มีเกลื่อนเมือง และสาวๆ นิยมใช้
เมรีเดินออกไปจากห้อง ฟรองซัวร์มองตามเขาถอนใจแรงๆ แปลกใจนิดๆ กับความผิดปกติของตัวเอง เกิดปฏิกริยารุนแรงกับผู้หญิงที่เพิ่งพบหน้า เนื้อตัวเต้นยุบยับ เหมือนสัตว์ตัวผู้ที่ถึงฤดูผสมพันธุ์!!
“คุณท่านต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ” บัตเลอร์วัยชราที่รับใช้ตระกูลมาร์เซย์มาตั้งแต่รุ่นเก่า กระซิบถามเสียงสำรวม
ฟรองซัวร์ปรือตามอง “หาห้องให้เมรีอยู่ใหม่ด้วย เอาที่โปร่งๆ สบายหน่อยไม่แออัดเกินไป แยกออกมาอยู่เสียในตึกนี่เลยก็ได้ ช่วยจัดการให้ด้วยนะ”
“ครับนายท่าน…”
“มารายงานฉันด้วยล่ะ…” ฟรองซัวร์เปรยบอก เมื่อบัตเลอร์ชราถอยหลังออกไป แววตาของคนโตกว่ามีร่องรอยความกังวลจนเห็นได้ชัด
ความเป็นอยู่ของเมรีดีขึ้นกว่าก่อน คงเป็นเพราะไม่ต้องประหยัดเหมือนตอนที่เดินทางมาถึงฝรั่งเศสใหม่ๆ ตอนนั้นมารดาของเธอต้องประหยัดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพราะแค่ค่าเดินทางของเมรีก็ต้องใช้เวลาเก็บอยู่นาน ไหนจะค่าเล่าเรียนของเมรีอีก ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ทำให้เธอโหมทำงานหนักเพิ่มขึ้น สะสมทุกบาททุกสตางค์เพื่อให้บุตรสาวเพียงคนเดียวได้มาอยู่ด้วยกัน ฟรองซัวร์ออกค่าใช้จ่ายให้เมรีจนเหลือเฟือ แต่เพราะเคยประหยัดจนเคยตัว เมรีก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิม จนสาวใช้ในบ้านคลายความริษยาลง หลายคนแอบอิจฉาในความโชคดีของเมรี เธอได้รับโอกาสดีๆ เจ้าของคฤหาสน์หนุ่มรูปหล่อ
เริ่มต้นวันใหม่ของทุกวัน เมรีจะเข้าไปช่วยเอสก้าทำงานในครัว จนสาวใหญ่ผู้นั้นรักและเอ็นดูเมรีเหมือนเป็นลูกหลาน นางสอนเมรีเรื่องการทำอาหาร และขนมอบให้เมรีหลายอย่าง จนเธอคลายความเศร้า ก่อนจะออกไปเรียนเมรีสาละวนช่วยทำงานอย่างแข็งขัน ไม่สนใจว่าจะถูกเหน็บจากคนรอบตัวมากเพียงใด เธอยิ้มรับโดยไม่โกรธ เมรีจึงเป็นที่รักใคร่ของคนในบ้าน แต่ก็เป็นแค่ชนชั้นแรงงานเท่านั้นที่พอใจ กับประมุขของคฤหาสน์มาร์เซย์ โซเฟีย ไม่เคยชอบหน้าหญิงอาภัพผู้นี้เลย นางเล็งเห็นอนาคตได้อย่างชัดเจน หญิงผู้นั้นงดงามผิดจากคนธรรมดาทั่วๆ ไป ประกายบางอย่างในตัวเมรีเป็นที่แตะตา ใบหน้าหวานงดงามฉ่ำหวานและคงจะต้องตาฟรองซัวร์ไม่ใช่น้อย บุตรชายของนางถึงได้กางปีกอุ้ม อุปการะส่งเสียเมรีให้เรียนต่อจนจบ
บุตรชายของเธอเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ แต่ในมุมมองของเขา ผู้หญิงเปรียบเหมือนผักปลา เขาใช้เงินฟาดหัว หากมีความต้องการ นางจึงเดาได้ไม่ยากอนาคตของเมรีคงไม่แคล้วจบบนเตียงนอนของบุตรชาย แต่โซเฟียหวั่นใจอะไรบางอย่าง มันติดค้างอยู่ในใจจนเริ่มรู้สึกกังวล
“เบีย…ไปตามเมรีมาหาฉันหน่อยสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับแม่นั่น” โซเฟียสั่งคนสนิท เพื่อกำหลาบเมรีให้เจียมตัว หากหญิงผู้นั้นไฝ่สูงคิดการใหญ่โดยการจับบุตรชายของนาง เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ โดยการยอมบ้านเล็กเมียเก็บของฟรองซัวร์ ข่าวลือหนาหูถึงความเจ้าชู้ เปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่นของฟรองซัวร์ทำให้โซเฟียไม่สบายใจ
เบียรับคำสั่ง นางรีบไปหาเมรี และรู้ว่าจะเจอหญิงผู้นั้นได้ที่ไหน เบียรู้สึกเห็นใจหากเธอต้องตกเป็นเครื่องระบายอารมณ์ของฟรองซัวร์ เจ้านายหนุ่มไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน และคงจะไม่คิดยกย่องเมรีด้วย เนื่องจากเธอเป็นแค่ผู้หญิงยากจน ไร้เกียรติ
ฟรองซัวร์โตมากับความแห้งแล้งกับการแข่งขันทุกเวลา จนกลายเป็นคนกระด้างและแสนจะโหดร้าย เขาพร้อมที่จะพุ่งชนแต่เพราะความสามารถของเขาจึงพาแบรนด์มาร์เซย์โด่งดังไปทั่วโลก ติดหนึ่งในสิบธุรกิจทำเงินของประเทศฝรั่งเศส มีอิทธิพลจนทำให้ใครไม่กล้าเข้ามาตอแย
ชายหนุ่มอายุ32ปี เขาเป็นหนุ่มเต็มตัวฟรองซัวร์ผ่านผู้หญิงมาเยอะแยะจนเบียขี้เกียจำ แต่ะละคนที่เข้ามาต่างก็หวังชื่อเสียงเงินทอง ที่ฟรองซัวร์สามารถเนรมิตให้ได้ แต่ถ้าถามถึงเรื่องหัวใจ เบียก็ไม่เคยเห็นว่าผู้หญิงคนไหน จะสามารถคว้าหัวใจของเจ้านายหนุ่มไปครองได้สักคน เพราะเขาดูยาก และยังไม่เคยมีใครทำให้ฟรองซัวร์สนใจได้เกินกว่าสามวัน
“เมรีๆ คุณโซเฟียให้ไปพบที่ห้องสมุดจ้ะ” เบียเจอเมรีในห้องครัวจริงๆ ขนาดเธอแต่งตัวธรรมดา ก็ยังไม่สามารถข่มความงดงามสมวัยของเมรีลงได้ จนเบียแอบเป็นห่วงเมรีอยู่ในใจไม่ได้
“คุณโซเฟียอยากพบเมรีทำไมคะ ไม่รู้ว่าเมรีไปทำอะไรให้คุณโซเฟียขัดตาหรือเปล่า?” เมรียิ้มแหยๆ กลัวกับการที่ต้องไปพบกับประมุขของคฤหาสน์มาร์เซย์
“ไปเถอะน่าเดี๋ยวคุณโซเฟียรอนาน” เบียกล่าวเร่ง ให้เมรีรีบขึ้นไปพบเจ้านายเร็วๆ หญิงสาววางงานในมือเดินคอตกขึ้นไปบนตึกใหญ่ มีสายตาเป็นห่วงมองตาม เพราะโซเฟียคงสังเกตเห็นแววตาแปลกๆ ของบุตรชายที่มีต่อเมรี ประกายสายตาแบบนั้นคนเป็นแม่ก็คงอดกลัวไม่ได้ ฟรองซัวร์ถูกฝึกมาอย่างหนัก เขาเก็บอาการได้ดีเสมอมา ไม่น่าเชื่อว่าเมรีที่ไม่มีอะไรดึงดูดจะทำได้ หล่อนแค่อ่อนเยาว์ แรกแย้มคุณสมบัติแค่นั้น ไม่น่าทำให้ฟรองซัวร์หลุดพิรุธออกมาจนทุกคนจับได้
บทที่2.คำสัญญา
เมรีเดินเข้าไปในห้องสมุดด้วยกริยาสำรวม โซเฟียจิบน้ำชาระหว่างรอ
“นั่งสิ ฉันมีเรื่องที่ต้องตกลงกับเธอ” โซเฟียกล่าวเสียงเคร่ง เมรี จึงทรุดนั่งบนพื้น เธอก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาดุดันของโซเฟีย
“เธอมีคู่รักหรือยัง?” โซเฟียถามใจความสำคัญที่นางต้องการรู้
เมรีเงยหน้ามองสบตาโซเฟีย “เมรีไม่มีคู่รักค่ะ”
ภาพฟรองซัวร์ผุดขึ้นมาในใจผิวแก้มร้อนวูบ ก่อนจะสลดลง เมื่อตระหนักถึงความเป็นจริง เธอทำได้แค่แอบมองฟรองซัวร์อยู่ห่างๆ มันเป็นความเพ้อฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง
“ลูกชายฉันเป็นหนุ่มเนื้อหอม เขามีสาวๆ ไม่เคยขาด ฉันไม่ต้องการให้เชื้อสายของมาร์เซย์ไปเกิดในเชื้อสายต่ำต้อย จนทำให้เสื่อมเสียมาถึงฉัน ถ้าแค่เป็นของขบเคี้ยวเล่นๆ ยามว่างน่ะไม่เป็นไร ที่สำคัญเธออย่าได้เผยอ หรือบังอาจ อย่าได้คิดว่าฉันจะยอมรับเธอ อย่าคิดกอบโกยอะไรจากมาร์เซย์เลย จงรับไว้เท่าที่ฉันให้ได้เถอะ ที่สำคัญเธอควรอยู่ห่างๆ ฟรองซัวร์ไว้” โซเฟียกำชับ นางมองหญิงตรงหน้าด้วยแววตาดูแคลน
“หรือถ้าลูกชายของฉันต้องการเธอขึ้นมาจริงๆ อย่าได้คิดจับเขาเป็นอันขาด ฉันได้แต่หวังว่าข้าวแดงแกงร้อนที่เธอกินเข้าไปทุกวัน จะทำให้เธอสำนึกถึงบุญคุณของมาร์เซย์บ้าง” โซเฟียหยามหยัน พร้อมกับทวงบุญคุณ นางขอคำสัญญาจากเมรี ผู้หญิงด้อยค่าในความรู้สึกของโซเฟีย
เมรีตกใจ!! คำพูดถากถางดูแคลนเธอไม่มีชิ้นดี เธอรู้สึกเหมือนถูกโซเฟียตบจนหน้าสะบัด เจ็บจี้ดๆ ในใจ เพราะถ้อยคำปรามาสของหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้า เธอน้อยใจในความต้อยต่ำของตัวเอง แต่ก็มีคำค้านในใจ ผู้ชายเพียบพร้อมอย่างฟรองซัวร์ หรือจะมองเด็กกะโปโลอย่างเธอ ในเมื่อรอบๆ กายของเขาล้วนแล้วแต่มีผู้หญิงสูงศักดิ์ ดารานางแบบสาวสวยเด่นดังหลายๆ คน