16.00 น.
ณ เขตชุมชนเปลี่ยวแห่งหนึ่งในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครตอนนี้สองสาวพี่น้องอย่างวิวาห์รินท์กับวรรณวารีเดินจับมือกันแน่นเพราะหลงเข้ามาในซอยเปลี่ยวหลังจากพากันไปสัมภาษณ์งานเสร็จ
"พี่วิเข้าเมืองครั้งแรกก็จะงงๆหน่อยเนอะ...มือถือก็แบตหมด"
วรรณวารีหันไปพูดหยอกกับคนเป็นพี่แกมหาเรื่องคุยเพราะที่นี่ค่อนข้างเปลีายวและน่ากลัวเธอเดินนำพี่สาวเข้ามาลึกหมายจะหาทางออกแต่ก็ไม่ยักจะเจอเสียทีแถมมือถือเธอก็ดันมาแบตหมดเพราะลืมชาร์จตั้งแต่เมื่อคืน
"พี่ก็ลืมมือถือไว้ที่ห้องพักด้วยสิ"
วิวาห์รินทร์เองก็หน้าเจื่อนเล็กน้อยที่ไม่รู้ว่าวันนี้จะกลับโรงแรมที่พักกันได้หรือไม่เพราะเธอก็ดันลืมมือถือแถมเข้ากรุงเทพกันเป็นครั้งแรกด้วยก่อนหน้านั้นก็เคยเรียนอยู่แค่ในตัวจังหวัดเชียงใหม่แล้วต่อที่ต่างประเทศเลยน้องเธอก็เช่นกันตอนนี้จึงพากันสับสนกับพื้นที่ที่ไม่คุ้นชิน
"นั่นอะไร"
วรรณวารีเห็นว่าตรงหน้ามีผู้หญิงถูกกระชากกระเป๋าจึงตกใจหน้าตาตื่น
"ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย"
ราณีหญิงวัยกลางคนตะโกนสุดชีวิตเพราะเธอกำลังถูกขี้ยาที่มานั่งเสพยาอยู่ที่นี่ปล้น
"ส่งมาสิวะ"
ชายฉกรรจ์ที่เมายาตะคอกใส่หญิงวัยกลางคนอย่างราณีจนเธอตื่นกลัวและปล่อยกระเป๋าไป
พลั้กกก
"ไอ้พวกนิสัยไม่ดี"
วรรณวารีกระโดดถีบชายคนนั้นจนล้มลงและกระชากกระเป๋ากลับมา
"ไปเลยนะ.."
วิวาห์รินทร์รีบหยิบท่อนไม้ใหญ่แถวนั้นมาเป็นอาวุธให้เธอกับน้องสาว
"อยากถูกทุบตายตรงนี้ใช่ไหม"
วรรณวารีเห็นว่าคนร้ายยังไม่ยอมไปดีๆจึงรีบขู่ขึ้นและหมายจะฟาดไม้ท่อนหนาลงบนหัวคนร้าย
"เฮ้ยๆๆๆ...อย่านะโว้ยยย.."
คนร้ายรีบวิ่งกนีไปอย่างๆม่คิดชีวิตเพราะตอนนี้มีคนเดียวหากถูกรุมคงจะนอนเดี้ยงอยู่ตรงนี้เป็นแน่
ครู่ต่อมา
"เฮ้ออ...ขอบใจหนูสองคนมากนะจ้ะที่ช่วยฉัน"
ราณีพาเด็กสาวสองคนเดินออกมาจากซอยเปลี่ยวตรงนั้นไม่คิดเลยว่าดารที่เธอมาดูที่ที่จะสร้างโรงแรมใหม่คนเดียวโดยที่ไม่ให้บอดี้การ์ดตามติดต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้
"คุณน้าเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ"
ทั้งสามมานั่งกันอยู่ในร้านสะดวกซื้อที่มีคนพลุกพล่านวิวาห์รินทร์รีบดูตามเนื้อตัวหญิงวัยกลางคนอย่างเป็นห่วง
"ไม่หรอกจะแค่ยังตกใจนิดหน่อย...ดีนะที่มีพวกหนูผ่านมาทางนี้พอดี...แล้วพวกหนูเข้ามาเจอน้่ได้ไงล่ะจ้ะใครๆก็รู้ว่าทางนั้นเปลี่ยวมากๆ"
ราณีนับว่าเธอยังโชคดีที่เจอสองสาวทั้งไม่คิดจะแจ้งความเพราะหากเกิดเรื่องลูกชายเธอและสามีคงจะให้บอดี้การ์ดตามติดเธอแจแน่นอน
"เอ่อ..คือหนูหลงเข้ามาไม่รู้ว่าทางออกต้องไปตรงไหน..พวกหนูพึ่งมากรุงเทพเป็นครั้งแรกมือถือหนูก็แบตหมดส่วนพี่สาวหนูก็ลืมเอามือถือมา"
วรรณวารีตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
"อย่างงั้นเหรอจ้ะ"
ราณีแอบอมยิ้มให้กับท่าทีซื่อไงๆของสองสาวจะว่าน่าสงสารก็น่าสงสารทั้งเป็นเรื่องขบขันก็ว่าได้เธอจึงอาสาไปส่งสองสาวตามชื่อที่พักที่พวกเธอบอกโดยโทรให้คนขับรถที่บ้านมารับ
โรงแรมxx
เมื่อราณีมาถึงโรงแรมเล็กๆที่สองสาวพักกันอยู่ก็ถือโอกาสมาพูดคุยทำความรู้จักกันเสียเลยเะราะราณีก็ถูกชะตาสองสาวตั้งแต่แรกพบแล้ว
"หนูวิกับหนูวามาที่นี่ทำอะไรกันเหรอจ้ะ"
ราณีอยากจะรู้ว่าสองสาวนั้นมาที่กรุงเทพด้วยธุระเรื่องอะไร
"หนูกับพี่สาวมาสมัครงานค่ะ"
วรรณวารีตอบราณีด้วยรอยยิ้ม
"อืม...แล้วหนูได้งานกันหรือยังล่ะ"
ราณีเห็นว่าที่โรงแรมเธอก็ต้องการคนอยู่พอดีหากทั้งสองมีคุณสมบัติตามที่เธอต้องการก็อยากจะได้คนทั้งสองมาร่วมงานกันถือเสียว่าตอบแทนน้ำใจที่ช่วยเธอเอาไว้
"ก็...มีแต่รอเรียกอีกทีทั้งนั้นเลยค่ะ"
วิวาห์รินทร์พอจะรู้ชะตาตัวเองกับน้องแล้วว่าคงจะได้งานยาก
"แล้วหนูสองคนอยากทำงานอะไรเหรอ"
ราณีอยากจะรู้ว่าในใจทั้งสองอยากจะทำอะไร
"วาจบบริหารมาตอนแรกก็ช่วยคุณพ่อคุณแม่ที่รีสอร์ทแต่พอรีสอร์ทถูกยึดวาก็เลยต้องหางานทำบางทีก็มีรับงานถ่ายแบบให้พวกเพื่อนๆที่ทำแบรนด์เสื้อผ้าบ้างค่ะส่วนพี่วิก็พึ่งกลับจากต่างประเทศค่ะก่อนหน้านี้พี่วิเคยเป็นเลขาให้กับผู้บริหารโรงแรมที่ซิดนี่ย์น่ะค่ะ"
วรรณวารีตอบ
"งั้นหนูวิก็มีประสบการณ์น่ะสิตอนนี้น้าอยากจะหาคนมาทำงานเป็นเลขาที่โรงแรมน้าพอดีเลยหนูวิสนใจหรือเปล่าจ้ะ"
ราณีเห็นว่าวิวาห์รินทร์มีประสบการณ์เหมือนกับตำแหน่งที่เธอเปิดรับจึงลองทาบทามดูเพราะเธอก็ต้องการเลขาอยู่พอดี
"..ห..ให้วิทำงานจริงๆเหรอคะ"
วิวาห์รินทร์แทบพูดไม่ออกเธอดีใจที่สุดที่เครียดกับการหางานมาพักใหญ่แล้วจนวันนี้โอกาสก็มาถึงตัวอย่างง่ายดาย
"จริงสิจ้ะ"
ราณีพยักหน้าเบาๆ
"เย่.."
"วาดีใจที่เลยพี่วิ"
สองสาวดีใจจนกอดกันกลมแม้ราณีจะเอ่ยให้งานวิวา์รินทร์เพียงคนเดียวก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี
"5555..พวกหนูสองคนนี่น่ารักกันจังเลยนะ"
ราณีขบขันกับท่าทีของสองพี่น้องที่กอดกันกลมดุ๊กดิ๊กน่าเอ็นดู
"ขอบคุณนะคะคุณน้า"
วิวาห์รินทร์ไหว้ขอบคุณราณีอย่างขอบคุณจากใจจริง
"น้าว่าตอนนี้พวกหนูสองคนอยู่ที่นี่จะต้องเสียเงินไปอยู่โรงแรมน้าก่อนไหมจ้ะน้าให้อยู่ฟรี"
ราณีเห็นว่าทั้งสองยังไม่มีงานทำหากอยู่ที่นี่ก็เสียค่าเช่าเปล่าๆเธอเลยเสนอให้ทั้งสองไปอยู่ในที่ของเธอ
"ขอบคุณอีกครั้งนะคะ"
สองสาวมองหน้ากันทั้งเอ่ยขอบคุณราณีอีกครั้งในความโชคร้ายวันนี้ก็ถือว่ามีความโชคดีอยู่มากกว่า
"คุณน้านี่น่ารักที่สุดเลยค่ะ"
วรรณวารีแอบเผลอทำท่าทะเล้นทั้งส่งมินิฮาร์ทให้ราณีเพราะเธอรู้สึกชอบในความใจดีของราณีไปแล้ว
"ยัยวา"
วิวาห์รินทณ์ต้องรีบกุมมือน้องสาวเธอเอาไว้ทันทีเพราะดูจะทำท่าทางไม่เหมาะต่อหน้าผู้ใหญ่
"เอ่อ..ลืมตัว"
วรรณวารีรีบเก็บมือตัวเองทันทีเพราะเดี๋ยวราณีจะหาว่าเธอเล่นไม่รู้เรื่อง
"555ไม่เป็นไรจะ"
ราณีไม่ได้ถือสาอะไรกลับเอ็นดูด้วยซ้ำ
เย็นของวัน
โรงแรมxxx
ราณีให้สองสาวเก็บเสื้อผ้าเชคเอาท์ออกจากโรงแรมและไปอยู่ที่โรงแรมเล็กในเครือของโรงแรมเธอเลยในช่วงเย็น
ที่ๆราณีให้สองสาวมาอยู่เป็นโรงแรมเล็กแต่ระดับหน้าดาวมีความเป็นส่วนตัวสูงและอยู่ในชั้นที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอและอยู่ที่นี่ในฐานะแขกคนสำคัญ
"คุณน้าเป็นเจ้าของโรงแรมที่นี่เหรอคะ"
วิวาห์รินทร์เดินเข้ามาในห้องก็รู้สึกชอบมากๆเพราะที่นี่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว
"ใช่จะแต่ที่หนูวิต้องทำงานไม่ใช่ที่นี่นะจ้ะเป็นโรงแรมใหญ่จะ"
ราณีตอบ
"อ๋อค่ะ...แล้วจะให้วิเริ่มงานได้เมื่อไรคะ"
วิวาห์รินทร์ยังอึ้งที่ราณีเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ไม่พอยังจะมีโรงแรมที่ใหญ่กว่านี้ให้เธอไปทำงานอีก
"เป็นอาทิตย์หน้าแล้วกันนะยังไงน้าให้หนูวิเตรียมตัวก่อน"
ตอนนี้เธอต้องไปบอดกับลูกชายของเธอก่อนว่าจะเอาคนมาทำงานกับเธอด้วย
"ค่ะ"
วิวาห์รินทร์พยักหน้ารับดีที่ราณีให้เวลาเธอเป็นอาทิตย์เธอจะได้มีเวลาเตรียมตัว
"แล้วหนูวาล่ะอยากทำอะไร"
ราณีหันไปถามวรรณวารีที่นั่งอมยิ้มปลื้มปริ่มที่พี่สาวได้งานทำ
"วาทำอะไรก็ได้ค่ะถ้าคุณน้ามีงานให้วาทำ"
หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้มหากราณีเห็นเธอทำอะไรได้เธอก็จะทำ
"ตอนนี้บริษัทลูกชายคนเล็กน้ากำลังขาดคนบริหารงานอยู่"
ราณีเอ่ยเบาๆด้วยสีหน้าเป็นกังวลเธออยากจะให้แบรนด์เสื้อผ้าที่ลูกชายเธอทำกลับมาบูมอีกครั้งแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
"ขาดตำแหน่งไหนคะ"
วรรณวารีถามขึ้นเผื่อจะมีตำแหน่งที่เธอพอจะทำได้
"ตอนนี้ขาดทุกตำแหน่งเลยจะ"
ราณีเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจื่อน
"คุณน้าเล่นมุกใช่ไหมคะเนี่ย"
วรรณวารีหัวเราะเบาๆคิดว่าอีกฝ่ายมีอารมณ์ขันก็เป็น
"น้าพูดจริงจะ"
ราณีเอ่ยทั้งมองวรรณวารีพยักหน้าเบาๆ
"อ..อะไรนะคะทำไมเป็นแบบนั้นล่ะคะ"
วิวาห์รินทร์เห็นจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆอย่างที่น้องเธอคิดเสียแล้ว
"ก็ลูกชายน้าตอนแรกกำลังสร้างแบรนด์ไปได้สวยหมดเงินลงทุนไปเป็นหลักสิบล้านแต่ก็ต้องมาชะงักเพราะอกหักโดนนางแบบบอกเลิกเลยหนีไปเก็บตัวที่บ้านต่างจังหวัดพักใหญ่แล้วน้าตามยังไงก็ไม่ยอมกลับ"
ราณีพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็กลุ้มใจหากแบรนด์ยังคงมีอยู่เธอก็คงจะให้วรรณวารีไปเป็นนางแบบประจำไปแล้วเพราะดูหญิงสาวสูงยาวเข่าดีหน้าตาก็สวยโฉบเฉี่ยวเหมาะกับการเป็นนางแบบมาก
"วาอาสาตามให้ไหมคะคุณน้า"
วรรณวารีไม่รู้หรอกว่าอกหักเป็นอย่างไรเพราะเธอไม่เคยมีแฟนแต่หากปลอบใจเธอคิดว่าเธอทำได้เพราะเธอเคยดึงเพื่ินเธอให้หายอกหักได้มาแล้วในสมัยเรียน
"หนูวาจะตามได้จริงๆเหรอจ้ะ"
ราณีเกิดมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
"วาเคยปลอบเพื่อนวาที่อกหักเป็นปีไม่นานเค้าก็หายวาเชื่อว่าวาทำได้ค่ะ"
วรรณวารีพูดออกมาอย่างมั่นใจ
"เอาแบบนี้น้่ามีแรงจูงใจให้ในระหว่างที่หนูวาตามลูกชายน้ากลับมาน้าจะให้เงินเดือน"
ราณีเห็นท่าทีมุ่งมั่นของวรรณวารีแล้วเธอก็มีข้อเสนอที่จะทำให้หญิงสาวไม่ถอดใจง่ายๆมาเสนอด้วย
"จริงเหรอคะ"
วรรณวารีเบิกตาโพรงอย่างตื่นเต้น
"จริงจะ...แล้วถ้าหากตามมาได้รีสอร์ทของคุณพ่อคุณแม่หนูที่ถูกยึดไปน้าจะไถ่คืนมาให้"
ราณีเพิ่มข้อเสนอชุดใหญ่ให้วรรณวารี
"โห...วาทุ่มสุดตัวเลยค่ะ"
ยิ่งหญิงสาวได้ยินข้อเสนอนี้ก็ยิ่งฮึดสู้
"แน่ใจจริงๆเหรอวา"
วิวาห์รินทร์สะกิดคนเป็นน้องเบาๆการจะทำให้คนๆนึงหายอกหักมันไม่ใช่ง่ายๆเพราะเธอเองก็เคยอกหักมาก่อน
"แน่ใจเกินร้อยเลยพี่วิ"
วรรณวารียังคงมั่นใจในฝีมือตัวเอง
"จะไม่ก่อเรื่องอะไรอีกใช่ไหม"
วิวาห์รินทร์กลัวเหลือเกินว่าน้องเธอจะทำอะไรแผลงๆตามวิสัย
"ไม่แน่นอนะพี่วิ"
วรรณวารีส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม
"งั้นเริ่มงานอาทิตย์หน้าเลย"
ราณีเห็นเป็นอันตกลงเธอจะให้ทั้งสองสาวเริ่มงานกัยอาทิตย์หน้า
"โอเคค่ะคุณน้า"
วรรณวารีตอนนี้จะดูมีความหวังสุดๆผิดกับวิวาห์รินทร์ที่ไม่ค่อยแน่ใจในการตัดสินใขของน้องเธอเท่าไรเลย
20.00 น.
"คุณน้าใจดีจังเลยเนอะพี่วิ"
วรรณวารีนอนแผ่บนโซฟานิ่มอย่างสบายอารมณ์เธอไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะเจอคนใจดีแบบราณี
"เราจะไปเอาลูกชายคุณน้ากลับมายังไง"
วิวาห์รินทร์ย้ำถามคนเป็นน้องอีกรอบ
"ไม่ได้ก็ต้องได้...วาตั้งใจแล้วพี่วิ"
วรรณวารีพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่นเธอจะเอาชายหนุ่มกลับมาให้ได้เธอจะได้รีสอร์ทคืนด้วย
"เฮ้อ...ขอให้สำเร็จแล้วกันนะ"
วิวาห์รินทร์รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆแต่หากน้องสาวเธอมุ่งมั่นเธอก็ไม่อยากขัด
"เมื่อกี้วาโทรบอกคุณพ่อคุณแม่แล้วนะคะท่านดีใจมากเลยแถมคุณแม่ยังบอกอีกว่าขนมไทยสูตรคุณยายขายดีมากๆจนทำกันแทบไม่ทันเลยค่ะ"
วรรณวารีลุกพรวดนั่งหันหน้ามาทางคนเป็นพี่สาวและบอกถึงเรื่องที่้เธอได้คุยกับพ่อกับแม่เมื่อครู่
"ดีแล้วล่ะ"
วิวาห์รินทร์ได้ยินว่าพ่อกับแม่ดูสบายดีเธอก็ดีใจ
คฤหาสน์
ราณีนั่งคุยกับพารันพักใหญ่ที่ห้องโถงเรื่องของการรับเรขาคนใหม่ให้พารันหลังจากที่ลูกเธอกลับมาบริหารงานที่นี่ได้เป็นเดือนแล้ว
"แล้วแต่คุณแม่เลยครับ"
พารันไม่มีข้อคิดเห็นอะไรทั้งนั้นหากคนที่แม่เขาหามาให้ว่าดีเขาก็ว่าดีมีปัญหาในการทำงานยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที
"แล้วนี่ลูกไปไหนกับหนูนกมา"
ราณีว่าจะภามตั้งแต่ลูกเธอกลับมาแล้วว่าช่วงเย็นหายไปไหนกับรัชนก
"ผมแค่พาเธอไปส่งบ้านน่ะครับเธอไม่ค่อยสบายขับรถไม่ไหว"
พารันอาสาไปส่งหญิงสาวที่บ้านเพราะเธอไม่สบาย
"อ่อ...ดีแล้วล่ะปล่อยให้หนูนกกลับเองเดี๋ยวคุณโชติจะว่าเอาได้"
ราณีพยักหน้าลูกเธอทำถูกแล้วหากปล่อยให้รัชนกกลับเองมิวายถูกธนโชติติมาอีกแน่ว่าไม่ดูแลลูกสาวเขาให้ดี
รัชนกเป็นลูกสาวของธนโชติเจ้าของบริษัทอสังหาญาติห่างๆของเธอที่เป็นคู่ค้ากันมานานรัชนกอยากจะมาทำงานกับพารันธนโชติจึงมาฝากกับเธอหากดูแลหญิงสาวไม่ดีก็กลัวจะผิดใจกับอีกฝ่ายเปล่าๆ
"เอ่อแล้ว...เธอเคยทำงานที่โรงแรมอะไรเหรอครับ"
พารันนึกขึ้นได้ว่าแม่เขาบอกว่าคนที่จะมาเป็นเลขาเขาเคยทำงานที่โรงแรมที่ซิดนี่ย์มาก่อนซึ่งก่อยหน้านั้นเขาก็บริหารงานที่ซิดนี่ย์มาเหมือนกันจึงแยากรู้ว่าดลขาคนใหม่เคยทำงานที่โรงแรมไหนมาเผื่อเขาจะรู้จัก
"แม่ก็ลืมถามเสียด้วยสิเดี๋ยวจะเจ้าตัวเข้ามาทำงานก็สัมภาษณ์เอาเองก็แล้วกันนะ"
ราณีเองก็ลืมถามถึงเรื่องนี้ไปเลยเหมือนกันมัวแต่ดีใจที่ได้คนมาทำงาน
"แม่ผมเป็นคนไม่รอบคอบเมื่อไรครับเนี่ย"
พารันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่คิดส่าแม่เขาจะไม่รอบคอบ
"ก็ต้องมีบ้างแหละน่า"
ราณียิ้มเจื่อนเธอเองก็ไม่ใช่ส่าจะเป๊ะทุกเรื่องเสีืยเมื่อไร
สามวันต่อมา
หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ที่โรงแรมราณีก็ส่งของมาอำนวยความสะดวกหญิงสาวทั้งสองมากมายไม่ว่าจะเป็นอาหารฟรีทุกมื้อหรือจะมีคนคอยมาดูแลถามไถ่ว่าจะไปไหนมาไหนหรือไม่จนทั้งสองเกรงใจราณีอยู่มาก
12.30 น.
โรงแรมxxx
"คุณน้าส่งชุดพวกนี้มาให้เราค่ะพี่วิ"
วรรณวารีหิ้วถุงแบรนด์เนมหลากหลายแบรนด์เข้ามากองในห้อง
"ตายจริงนี่เรารบกวนคุณน้ามากไปหรือเปล่าเนี่ยพี่ชักจะเกรงใจแล้วสิทำไมไม่ปฏิเสธล่ะวา"
วิวาห์รินทร์เิ่ยด้วยสีหน้าที่กังวลเล็กน้อย
"วาปฏิเสธแล้วค่ะคุณน้าบอกว่าให้ลองแล้วเอาไว้ใส่ทำงาน"
วรรณวารีเธอปฏิเสธแล้วแต่ก็ถูกราณีบอกว่าให้เอาชุดพวกนี้ไว้ใส่ทำงาน
"คุณน้าดีกับเราขนาดนี้เราต้องตั้งใจทำงานรู้ไหมวา"
หากเป็นแบบนั้นวิวาห์รินทร์ก็ต้องรับไว้โดยปฏิเสธไม่ได้ทั้งคิดว่าเธอกับน้องต้องทำงานตอบแทนราณีอย่างเต็มที่
"ค่ะพี่วิ"
วรรณวารีพยักหน้ารับคำคนเป็นพี่เบาๆ
"อืม...กลิ่นอะไร"
วิวาห์รินยกมือขึ้นมาปิดจมูกทั้งทำสีหน้าเหยเก
"ไม่มีอะไรนี่คะนอกจากถุงเสื้อผ้าแล้วก็มีขนมหวานนี่แหละค่ะ"
วรรณวารีชี้มือไปที่กองถุงกระดาษและยกถุงเค้กช็อคโกแลตของโปรดพี่สาวเธอยื่นไปตรงหน้าคนเป็นพี่
"อุบ...เหม็นจัง"
วิวาห์รินทร์ดหม็นจนต้องวิ่งหนีเข้าห้องไป
"เหม็นตรงไหนนี่เค้กยังอยู่ในกล่องอยู่เลยแถมของดีซะด้วย"
วรรณวารีถึงกับขมวดคิ้วเป็นปมหากพี่เธอเป็นคนขี้เล่นเธอจะคิดว่าพี่เธอแกล้งแต่นี่เหมือนจะเหม็นจริงจังซึ่งเธอดมดูก็ไม่เห็นมีกลิ่นอะไรจึงยืนเกาหัวแกรกๆงงกับอาการของพี่สาว