หญิงสาวชะลอรถและจอดสนิทริมชายหาด เรียวขายาวค่อยๆ ยื่นออกมาและก้าวให้พ้นตัวรถ ไม่นานหญิงเจ้าของรถก็มายืนเทียบกับรถคันหรูของเธอ หญิงสาวเลื่อนมือขึ้นไปถอดแว่นกันแดดเสียบไว้ตรงคอเสื้อที่เลื่อนต่ำมองเห็นหน้าอกออกมาอย่างจงใจ ปรายตามองป้ายรีสอร์ทหรูที่อยู่ด้านหน้า
มืออีกข้างยกโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของตัวเองขึ้นมามอง เธอพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เบาๆ ก้มจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง แต่จะเรียกว่าดึงคอเสื้อให้เลื่อนต่ำลงเสียมากกว่าที่จะจัดให้ดูสุภาพ
หญิงสาวเจ้าของมาตรฐานหุ่นนางแบบในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขาสั้นต่อด้วยผ้าซีทรูสีครีมรับกับทรวดทรงองเอวและท่วงท่าการเดินเฉิดฉาย รองเท้าส้นสูง 4 นิ้วเพิ่มความเพรียวระหงให้ปลีน่อง ส่งให้เจ้าของที่สูงเกือบ 170 เซนติเมตรยิ่งสูงสง่า เธอเดินเข้าไปข้างใน
หญิงสาววางมือเท้าบนเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของรีสอร์ท ส่งยิ้มบางๆ ให้พนักงานที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าใต้เคาน์เตอร์ เหมือนอีกฝ่ายกำลังซ่อมอะไรบาง
“นายหัวปัณณ์ ปัณณธรอยู่หรือเปล่า” หญิงสาวเอ่ยถาม ใบหน้างามของคนถามยังคงเชิดรั้น
ชายหนุ่มที่กำลังซ่อมสายโทรศัพท์โผล่หน้าออกมามองคนถาม เขายังไม่ตอบ แต่ถามกลับหญิงสาวตรงหน้าเสียงราบเรียบสุภาพ
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับนายหัวครับ”
“ไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่ต้องถาม ปกติพนักงานที่นี่ต้อนรับแขกอย่างนี้หรือไง เจ้าของรีสอร์ทรู้หรือเปล่าว่าพวกคุณทำงานกันอย่างนี้ แล้วพนักงานต้อนรับไปไหนไม่ทราบคะ” หญิงสาวบอกเชิงตำหนิ เขาก็แค่ช่างซ่อมที่บังเอิญเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำเคาน์เตอร์ไม่อยู่ เลยได้เสนอหน้ามาอยู่หน้าเคาน์เตอร์แทน
ชายหนุ่มยิ้มปากกว้าง “พนักงานต้อนรับ เธอไปเข้าห้องน้ำครับ คุณรอที่นี่สักครู่ เดี๋ยวผมไปตามให้นะครับ” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับเดินออกไป ในมือยังมีอุปกรณ์ที่เขาเพิ่งซ่อมสายโทรศัพท์ให้กลับมาใช้งานได้
ชายหนุ่มเดินเลี่ยงกลับไปบอกลูกน้องสาวที่อยู่ในห้องน้ำให้ออกมารับแขก ก่อนที่รีสอร์ทจะโดนสาวสวยคนนี้คอมเพลนเข้าเสียก่อน
เพียงไม่นานพราวก็รีบเดินออกมายกมือทำความเคารพแขกอย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะขอโทษที่ทำให้รอนะคะ ไม่ทราบว่าติดต่อเรื่องอะไรคะ” หญิงสาวเอ่ยถามแขก ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะ ฉันมาขอพบนายหัวปัณณ์ เรื่องขออนุญาตถ่ายทำสกู๊ปพิเศษที่เกาะรังนกค่ะ” หญิงสาวบอกออกไปพร้อมกับยื่นนามบัตรของเธอให้พราว ตำแหน่งและชื่อสถานีการันตีได้เป็นอย่างดี
พราวยิ้มอ่อนอีกครั้ง “นายหัวยังไม่กลับจากเกาะรังนกเลยค่ะ นายมีธุรกิจหลายอย่าง ไม่ค่อยอยู่กับที่สักเท่าไหร่ เดี๋ยวดิฉันแจ้งนายหัวแล้วจะติดต่อกลับไปนะคะ”
“แล้วนายหัวจะกลับมาวันไหนคะ”
“ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” หญิงสาวตอบไปตามที่เจ้านายสั่ง
“มีเบอร์.ติดต่อไหมคะ”
“รอทางเราติดต่อกลับไปดีกว่าค่ะ ดิฉันไม่สะดวกที่จะให้เบอร์นายหัวโดยที่ยังไม่ได้ขออนุญาตจากนายหัวก่อน”
สาวพยักหน้าเบาๆ เธอคงทำอะไรไม่ได้มากกว่าทำตามที่บอก แต่พอมองรอบๆ รีสอร์ท เธอก็นึกอะไรได้บางอย่าง อย่างน้อยเธอก็ควรจะใช้เวลาที่นี่ให้เป็นประโยชน์ สมกับที่เจ้านายเลือกเธอ
“ฉันขอพักที่นี่ 2 คืนค่ะ” หญิงสาวหันกลับไปบอก
“สักครู่นะคะ ขอเช็คห้องสักพักพอดีว่าช่วงนี้ห้องพักเราค่อนข้างจะแน่น และไม่มีห้องว่าง” พนักงานสาวบอกพร้อมกับก้มลงไปมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ กดแป้นพิมพ์แล้วเลื่อนเมาส์อยู่สักพัก เธอก็เงยหน้าขึ้นบอกลูกค้าคนสวยอีกครั้ง
“ห้องของรีสอร์ทที่นี่เต็มค่ะ คุณจะสะดวกเข้าไปพักที่โรงแรมในเมืองไหมคะ”
“นายหัวมีโรงแรมในเมืองหรือ” หญิงสาวถามตัวเก็บข้อมูล ทั้งที่ทราบรายละเอียดคร่าวๆ มาบ้าง
“มีค่ะ โรงแรมที่กำลังจะเปิดตัวในอีกสองวันข้างหน้า แต่ห้องพักเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย เปิดให้เข้าพักได้แล้วค่ะ โรงแรมแห่งนี้เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างนายทุนชาวอเมริกา” พราวตอบออกมา แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปช่วยนายหัวหนุ่มโปรโมทโรงแรม
หญิงสาวอมยิ้มอย่างพอใจ ตอบรับข้อเสนออย่างเต็มใจ เป็นอีกทางที่เธอจะเข้าถึงตัวนายหัวหนุ่มได้ บางทีที่โรงแรมคงมีข้อมูลให้เธอได้เก็บมากกว่าอยู่ที่นี่
“ได้ค่ะ”
“คุณสะดวกที่จะขับรถไปเองใช่ไหมคะ” พราวบอกพร้อมกับยื่นเอกสารใบหนึ่งให้เธอ “แผนที่ค่ะ”
หญิงสาวยื่นมือไปรับเอกสาร ยิ้มน้อยๆ แล้วเดินออกไป เธอรีบต่อโทรศัพท์หานัตตี้ให้ช่วยอำนวยความสะดวก ให้เธอสามารถเข้าไปช่วยในงานแถลงข่าวได้ หลังจากนั้นเพียงไม่นานเธอก็ได้รับไฟเขียว เป็นสื่อมวลชนหนึ่งในสามจากเรนโบว์แชนแนล แม้งานที่อยู่ในความรับผิดชอบของเธอจะไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่เพราะผู้ใหญ่หนุนหลัง ทำให้เธอมีโอกาสดีๆ กว่าใครคนอื่นเสมอ
หลังจากที่หญิงสาวหันหลังเดินออกไปไม่นาน นายหัวหนุ่มก็รีบเดินออกมาหาพราวทันที จังหวะเดียวกับที่ตะวันวาดเดินจูงน้องลูกหยีเดินเข้ามา
“เธอบอกว่าไง” เขาเอ่ยปากถามลูกน้องสาว
“จะขอไปถ่ายทำและทำสกู๊ปที่เกาะมาหยามันตราค่ะ”
“อีกวันสองวันก็ให้อิทธิโทรไปปฏิเสธได้เลยนะ ฝากด้วย” นายหัวหนุ่มสั่งลูกน้องเหมือนอย่างที่เขาเคยทำ พราวเองก็รู้คำตอบอยู่ก่อนหน้าแล้ว
เกาะรังนกเป็นพื้นที่หวงแหนที่สุดของเขา ที่นั่นเป็นความทรงจำในวัยเด็ก เขาไม่อยากให้ใครเข้าไปป้วนเปี้ยนและไม่อยากเปิดเผยให้โลกภายนอกได้เห็น อยากเก็บความทรงจำดีๆ ไว้คนเดียว แม้กระทั่งความลับบางอย่าง สงวนเฉพาะแค่คนในครอบครัวเท่านั้น
แม้แต่ตะวันวาดกับลูกหยีก็เพิ่งได้รับการอนุญาตให้เข้าไปบนเกาะเมื่อไม่กี่ปี แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปที่เกาะมาหยามันตรา ตะวันวาดบอกอย่างติดตลกว่าขอไปเห็นตอนงานแต่งงานเจ้าของเกาะทีเดียว และให้เหตุผลว่าอยากให้ความทรงจำดีๆ นั้น เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่เขารักคนแรกมากกว่า จากที่เห็นความหวงแหนของเขา
ทั้งที่นายหัวหนุ่มพูดย้ำอยู่เสมอว่า ตะวันวาดกลับลูกหยีเป็นผู้หญิงที่เขารักมาก แม้จะไม่ได้ลงเอย แต่เขาก็ยังมองตะวันวาดเป็นเหมือนญาติ เป็นครอบครัวเป็นน้องสาวของเขา
“หนีนักข่าวอีกแล้วล่ะสิ” ตะวันวาดพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ตัวเธอจะเดินมาถึง ส่วนสาวน้อยลูกหยีกางแขนแล้วรีบวิ่งมาหานายหัวหนุ่มอย่างดีใจ เพราะพ่อทูนหัวของเธอคนนี้ไม่เคยขัดใจสักครั้ง
“พ่อปัณณ์!” เสียงใสร้องเรียกมาแต่ไกล พร้อมกับกางแขนกว้างวิ่งถลาเข้ามาหานายหัวหนุ่ม
นายหัวหนุ่มไม่ได้ตอบตะวันวาด เขาหันกลับไปยิ้มให้สาวน้อยและย่อตัวลงพรางกางแขนออกเหมือนกับที่เด็กน้อยกำลังทำ รอรับหญิงสาวร่างป้อม ทันทีที่เด็กหญิงเดินมาถึงนายหัวหนุ่มก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างหนักหน่วง กดจมูกโด่งฝังลงบนสองแก้มนุ่มหนักๆ หลายต่อหลายครั้งติดกันเพราะความรักและคิดถึง
“หมั่นเขี้ยว! พ่อปัณณ์คิดถึงที่สุดเลย มีพ่อพีทแล้วลืมพ่อปัณณ์คนนี้นะ ต้องทำโทษให้เข็ด” นายหัวหนุ่มบอกพร้อมกับกอดร่างป้อมเอาไว้แน่นแล้วลุกขึ้นเหวี่ยงหมุนตัวไปรอบๆ
“อ๊ากก...อ๊าก...” สาวน้อยร่างป้อมหัวเราะเสียงดังลั่น สนุกทุกครั้งที่มาหาพ่อทูนหัวของเธอ
ลูกหยีหรือเด็กหญิงพชรตะวัน เป็นลูกสาวของตะวันวาดและพชร หากแต่นายหัวหนุ่มก็ยังยืนยันที่จะเป็นพ่ออีกคน จนในที่สุดเขาก็ได้รับตำแหน่งพ่อทูนหัวไป หากแต่ พชรก็ไม่ยอมปล่อยให้ลูกสาวกับเมียรักมาที่รีสอร์ทของนายหัวหนุ่มบ่อยนักเพราะความหวงแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม
ตะวันวาดส่ายหน้ามองอย่างเอ็นดู เธอก็รู้สึกไม่ต่างจากนายหัวหนุ่ม เขาเป็นครอบครัว เป็นพี่ เป็นคนที่หวังดีกับเธอทุกเรื่อง และเธอก็หวังเป็นที่สุดว่า เขาจะลงเอยกับใครสักคน และมีความสุขในชีวิตครอบครัว มีลูกที่น่ารักเป็นของตัวเองสักวัน
“ปล่อยลูกลงได้แล้วค่ะ” คนเป็นแม่บอก เพราะความเคยชินที่ตะวันวาดเรียกว่าลูกจนชินปาก แม้พชรจะมีอาการหึงหวงขัดเคืองอยู่บ้าง แต่เธอก็ปฏิบัติกับนายหัวหนุ่ม เช่นเดิมตลอดมา
“เมื่อไหร่จะลงเอยกับใครสักทีนะ ตะวันอยากเห็นพี่ปัณณ์มีความสุข” ตะวันวาดเปรยขึ้นมาลอยๆ นายหัวหนุ่มยอมหยุดหันกลับมามองหญิงสาว แต่ยังอุ้มสาวน้อยไว้ในอ้อมกอด
“เรานี่ก็เหมือนเดิมนะตะวัน พยายามที่จะจับคู่ให้พี่อยู่นั่นแหละ ความสุขของพี่ก็แค่ได้อยู่กับลูกหยีอย่างนี้เท่านั้นก็พอ เนอะลูกหยี” ชายหนุ่มหันหน้ามาหาเด็กหญิงพชรตะวันหาแนวร่วม สาวน้อยรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที โดยที่ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่พูดอะไรกัน
ตะวันวาดถอนหายใจอ่อน เงยหน้าขึ้นสบตานายหัวหนุ่ม “ตะวันอยากให้พี่เปิดใจรับใครสักคน ได้ดูแลกัน ได้เอาใจใส่ ห่วงหาอาทร ตะวันอยากเห็นพี่มีความสุขกับคนที่รักพี่และพี่ก็รักจริงๆ สักที”
นายหัวหนุ่มไม่สนใจฟังหญิงสาว ขยิบตาให้สาวน้อยอีกครั้ง “เราไปบินร่อนเครื่องบินลงจากภูเขาทรายกันเถอะ เบื่อแม่ตะวันพูดเยอะ” ชายหนุ่มเอ่ยปากชวนสาวน้อย
เด็กหญิงพชรตะวันกางแขนและกระโดดขึ้นในอ้อมแขนของชายหนุ่ม พร้อมกับคนเป็นพ่อที่หนีบสาวน้อยตัวเล็กไว้ในวงแขนเพียงข้างหนึ่งและเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
ชายหนุ่มหันกลับมามองหญิงสาวเหมือนนึกอะไรออกบางอย่าง ตะโกนกลับมาบอกตะวันวาด “ตะวัน ช่วยดูแลเรื่องชุดวันมะรืนให้พี่ด้วยนะ” เขาบอกโดยไม่รอคำตอบ รัดร่างของสาวน้อยไว้ในวงแขนให้แน่นขึ้นและพาวิ่งถลาลงไปที่ลานทราย มีเพียงเสียงสาวน้อยหัวเราะอย่างพอใจดังขึ้นเป็นระยะและขยับออกไปเรื่อยๆ
ตะวันวาดกับพราวได้แต่มองตามหลังอย่างหนักใจ ทุกครั้งที่ตะวันวาดพูดถึงเนื้อคู่ ชายหนุ่มมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง และเขาก็ยืนยันคำเดิมว่าเขาจะอยู่ดูแลลูกหยีอย่างนี้ตลอดไป ถ้าพชรไม่อยากให้เขาแย่งลูก ตะวันวาดกับพชรก็ต้องมีลูกเป็นของตัวเองอีกสักคน
นายหัวหนุ่มประกาศออกมาทุกครั้งว่าลูกหยี เด็กหญิงพชรตะวันเป็นลูกสาวของเขา
พชรปฏิเสธคำพูดนี้ไม่ได้สักครั้ง เพราะนายหัวหนุ่มเป็นคนดูแลภรรยาและลูกสาวของเขามาตั้งแต่ต้น ทั้งที่ขัดใจและอยู่ลึกๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่ายอมและนิ่ง เพราะรู้อยู่เต็มหัวใจว่าตะวันวาดมั่นคงและไม่มีหัวใจที่จะมอบให้ใครอื่นฉันชู้สาวสักคน หากแต่เพราะความเป็นสามีก็ย่อมหวงภรรยาแสนสวยเป็นธรรมดา
งานเปิดตัวโรงแรมและงานแถลงข่าวที่จะจัดขึ้นในอีก สองวันข้างหน้างานยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค แต่จะพูดว่าเป็นงานระดับโลกก็ว่าไม่ผิด เพราะแพทริคหรือพชรเป็นผู้บริหารของบริษัทติดอันดับห้าของโลก
โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่แห่งปี และงานเปิดตัวก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยฝีมือการบริหารของแพทริค หรือ พชร
Grand Private Park And Spa Krabi ได้ให้การต้อนรับหญิงสาวร่างสูงโปร่งในเวลาต่อมา หลังจากก้าวลงจากรถ เธอก็เดินเข้าไปข้างในอย่างมาดมั่น วางการ์ดสื่อมวลชนลงหน้าเคาน์เตอร์ พร้อมกับแจ้งรายละเอียดการจองห้องพัก
“สื่อมวลชนจากเรนโบว์แชนแนลค่ะ”
ผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่ในห้องรับรองแขก รีบก้มศีรษะบังพนักพิงโซฟา ก่อนจะค่อยๆ ยื่นคอออกมามองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ แน่นอนว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนร่วมสายอาชีพของเธอ และเป็นคนเดียวที่กำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงโปรเจกต์ใหม่
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์หยิบการ์ดของหญิงสาวขึ้นมาดู พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้คีย์ข้อมูลเข้าในระบบ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองแขกและส่งการ์ดให้เธอ
“คีย์การ์ดห้องของคุณค่ะ ดิฉันจะให้พนักงานพาไปส่งถึงห้องพัก”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณเบาๆ ยิ้มน้อยๆ ที่ชัยชนะของเธอจะมีเหนือคู่แข่ง อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เธอต้องได้มันมา
คนที่นั่งอยู่บนโซฟาลุกขึ้นยืน ถอดแว่นกันแดดของเธอออกมองย้ำเพื่อความแน่ใจ เธอก้าวตามหลังร่างสูงโปร่งหุ่นนางแบบที่เดินเข้าไปในลิฟท์อย่างแปลกใจ
นึกย้อนไปถึงสองวันก่อน ต้นเหตุของเรื่องราวที่ทำให้เธอมาอยู่ที่นี่...
ในห้องประชุมเรนโบว์แชนแนล สถานีโทรทัศน์ชื่อดังของเมืองไทย
น้ำในแก้วสิบใบยังหลงเหลือปริมาณเท่าเดิม สิ่งที่แตกต่างจากเดิมคือเม็ดน้ำที่เกาะอยู่นอกแก้ว บ่งบอกได้ว่า อุณหภูมิภายนอกชะล้างความเย็นด้วยกาลเวลา การประชุมเครียดของแผนก สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องอยู่ที่หน้าจอสไลด์ ไม่ได้มีใครสนใจที่จะหยิบน้ำขึ้นมาดื่มสักคน
“เอาล่ะ พี่ฝากไว้แค่นี้” เสียงของผู้ชายที่ถูกตัดของนัตตี้บอกออกมาพร้อมกับวางปากกาเลเซอร์ไว้บนโต๊ะ และปิด โน้ตบุ๊คของตัวเอง
นายหรือนางหรือหล่อน แล้วแต่สรรพนามหรือบุคคลเรียกขาน นัตตี้เป็นซีเนียร์โปรดิวเซอร์ของรายการเรียลไทม์ ที่กำลังขึ้นหม้อ ผลงานที่ผ่านมือเขาตอนนี้กำลังสร้างกระแสฮือฮาจนช่องต้นสังกัด ปล่อยงานชิ้นโบว์แดงให้เขาอีกหนึ่งโปรเจกต์และนั่นเป็นเหตุผลโครงการประชุมลับวันนี้
หนุ่มร่างท้วมภายใต้เครื่องแต่งกายหลากสีบนตัว ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นแฟชั่นที่กำลังฮิตในตอนนี้ ใบหน้าอิ่มฉาบด้วยเครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ บนดวงตามีกรอบแว่นสีบานเย็น เขายกมือขึ้นแตะขาแว่นและขยับนิดหน่อยพร้อมกับมองลอดแว่น กวาดสายตามองสมาชิกในห้อง มาหยุดอยู่ที่ลูกกวางและพูดเบาๆ
“พี่ค่อนข้างมั่นใจ ว่าผลงานชิ้นนี้จะดังฮือฮาอีกชิ้นหนึ่ง”
สายตาที่จ้องมองบอกได้ว่าเจ้าตัวแสดงความใส่ใจกับคนตรงหน้า เป็นการให้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่นกลายๆหากแต่เมล่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็กระซิบกระซาบกับต้องรัก
“แหม่ เชียร์ลูกกวางอีกแล้ว เห็นทีงานนี้ทีมเราแป๊กอีกตามเคย”
“อย่าพูดมากน่า”
ต้องรักรีบตบครีเอทีฟสาวของทีมเอาไว้ ไม่ให้เธอพูดมากไปกว่านี้ ทั้งที่รู้สึกน้อยใจกับหัวหน้างาน ผลงานของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าทีมของลูกกวาง เรตติ้งก็อยู่ในระดับสูสี ผิดที่ว่าเธอจะได้รับโอกาสที่หลังทุกครั้ง
“ซุบซิบอะไรกันสองคนนั้นจะสนใจสิ่งที่ฉันพูดบ้างไม่ได้หรือไง” เสียงดุของนัตตี้ดังแทรกขึ้นมา
เมล่อนส่งค้อนไปหลับปะเหลือกให้กับต้องรัก โน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหู “เห็นไหม เข้าหูเจ๊ช้างอีกจนได้ เหมือนจงใจจับผิดเราอย่างไรอย่างนั้นเลย”
ต้องรักได้แต่ซ่อนยิ้มกับคำเปรียบเปรยของครีเอทีฟสาว หากแต่มือเล็กของเธอก็ตีที่แขนของเมล่อนเตือนสติ พร้อมกับส่งสายตาดุ
“เอาล่ะแยกย้ายกันไปทำงานได้ พี่ขอเช็คเรตติ้งรายการของแต่ละทีมก่อนว่าทีมไหนจะมีความสามารถที่จะทำโปรเจกต์ไพร์มไทม์นี้ได้ แล้วเราจะประชุมโปรเจกต์นี้อีกทีสิ้นเดือน หลังสรุปเรตติ้งของแต่ละรายการ” เสียงของคนยืนหัวโต๊ะบอกอีกรอบ พนักงานทุกคนค่อยค่อยขยับลุกและเดินออกไป
เมล่อนกับต้องรักเดินไปจนถึงประตูหากแต่ลูกกวางยังคงพับเก็บหนังสืออยู่อย่างอ้อยอิ่ง พร้อมจะลุกขึ้นเดินตามไป หากแต่เสียงของ นัตตี้ก็ทำให้คนที่อยู่หน้าประตูห้องหูผึ่ง
“เราตามไปเจอพี่ที่ห้องหน่อยนะ”
“ค่ะ” ลูกกวางตอบรับพร้อมกับเดินตัวลีบออกไปอย่างอ่อนน้อม ในขณะที่ เมล่อนย่นจมูกมองอย่างหมั่นไส้
ต้องรักรีบลากตัวครีเอทีฟสาวเข้าไปในห้องทำงานของตนก่อนที่จะเกิดการปะทะกันอีกครั้ง เมล่อนเป็นสาวขาลุยไม่แตกต่างจากเธอ และเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอจงเกลียดจงชังลูกกวางเข้าไส้
“พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ เราก็เป็นนางมารร้ายให้เขาอยู่นั่นแหละ”
“พี่ต้องรักจะพูดอะไรก็แล้วแต่ แต่เมล่อนทนไม่ได้หรอก ที่จะเห็นการเอาเปรียบซึ่งๆ หน้า ไม่ได้วัดกันที่ฝีมือสักนิด สิ่งไหนที่พวกเขาเลือกแล้วว่าไม่เอา สิ่งนั้นจะตกมาที่ทีมเราเสมอ แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เป็นคนเลือกเสียทีล่ะ” เมล่อนบอกมาอย่างอัดอั้น
“เอาเถอะนะ เรามีงานก็ดีแล้ว” หญิงสาวพยายามปลอบโยน แต่อีกคนก็เดินลงส้นปั้นปึงออกไป
หลังจากที่เมล่อนวิ่งออกไปได้ไม่ถึงสิบนาที เธอก็วิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามาอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น ขณะที่หญิงสาวเจ้าของห้องกำลังนั่งเท้าคางมองจอคอมพิวเตอร์อย่างทอดอาลัย หัวใจหดเหี่ยวแฟบยิ่งกว่าเมล่อนที่เดินออกไปก่อนหน้าเสียอีก
“พี่ต้องรัก ฉันมีข่าวสุดแซ่บมาบอก”
คนบนโต๊ะถอนหายใจพรืด ยกหน้าอกที่วางพาดอยู่บนขอบโต๊ะเงยหน้าขึ้นมามองอย่างเซ็งๆ “อะไรของเธออีกล่ะ ตื่นเต้นได้ทุกเรื่อง แซ่บทุกข่าว แต่ก็มั่วทุกประเด็น” ต้องรักบอกออกมาอย่างเหนื่อยล้า
แม้เธอจะตั้งฉายานี้ให้กับเมล่อน แต่เธอก็นึกขอบคุณครีเอทีฟสาวคนนี้ เพราะเธอมีข่าวแซ่บๆ มากระซิบให้เธอตั้งตัวอยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่เคยสนใจฟังและดูทุกครั้ง แต่เธอก็เก็บข้อมูลจากกอกล้วยอยู่ดี
“ก็ฉันรู้แล้วล่ะสิ ว่ารายการใหม่นายจะให้ทำอะไร”
“เป็นจิ้งจกแอบข้างฝา รับข่าวสารมั่วๆ มาอีกแล้วหรือเปล่า”
“เปล่านะ”
“แล้วรู้มาจากไหน” อีกคนย้อนอย่างรู้ทัน
ลูกน้องสาวนิ่งไปสักพัก ขืนเธอบอกไปเธอก็โดนเจ้านายดุอยู่ดี แต่ถ้าไม่บอกเธอก็โดนดุเหมือนเดิม เปิดประเด็นมาซะขนาดนี้แล้ว “ได้ยินพี่นัตตี้พูดกับนาย” หญิงสาวตอบเสียงอ่อย
“นายลงมาชั้น 5 หรือไง”
“เปล่า”
“แล้วได้ยินยังไง หรือเธอตามพี่นัตตี้ ขึ้นไปชั้น 7”
“ฉันได้ยินพี่นัตตี้พูดในห้องชงกาแฟ ฉันไม่ได้แอบฟังนะ แต่ฉันกำลังจะเข้าไปชงกาแฟได้ยินพอดี” ครีเอทีฟสาวยังบอกเสียงอ่อยไม่ต่างจากเดิม
“แล้วพี่นัตตี้ก็จับได้” หญิงสาวดักคอ
“ไม่ๆ ฉันรู้ดีนะว่าไม่ควรเสียมารยาทฟัง แต่ก็ได้ข้อมูลมานิดหน่อย” หญิงสาวทำนิ้วมือเข้าหากันเป็นหยิบมือเล็กๆ ขยิบตาข้างหนึ่งประกอบคำพูดของเธอว่าน้อยจริงๆ
“เป็นอย่างนี้ตลอดเลย พี่ไม่รู้ว่าพี่จะสอนเธออย่างไรดีแล้วนะเมล่อน”
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ แค่ได้ยินชื่อของคนที่เราจะไปทำสกู๊ปแค่นั้นเอง” เมล่อนบอกเสียงอ่อย แต่ยังไม่ทันข้ามนาทีดวงตาของเธอก็เปล่งประกายอย่างมีความหวัง “แต่บางทีการที่เราได้หาข้อมูลก่อนยัยลูกกวางนั่น อาจจะมีคำตอบและแผนงานดีๆ ให้พี่นัตตี้ในวันประชุมก็ได้ เราเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งเดือน ในการเตรียมข้อมูลและรอเรตติ้งรายการเก่า”
“แล้วเธอจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลนี้จะยังไม่ถึงหูยัยลูกกวาง เมื่อครู่เธอก็เห็นว่าพี่นัตตี้เรียกนางเข้าไปในห้อง พี่ไม่คาดหวังหรอก” ต้องรักบอกอย่างอ่อนใจ วางข้อศอกราบกับโต๊ะไขว้มือทั้งสองข้างประสานกันเอาไว้ ยื่นหน้าออกไปมองคนสนิท
“พี่จะลาพักร้อน 2 อาทิตย์ สิ้นเดือนเจอกัน” หญิงสาวบอกพร้อมกับก้าวเท้าออกมาจากโต๊ะและเลื่อนเก้าอี้สอดไว้ใต้โต๊ะเรียบร้อย
“หา!” ครีเอทีฟสาวเบิกตาโพลงอ้าปากกว้าง เวลาเตรียมงานขึ้นโปรเจกต์ใหม่ขนาดนี้ โปรดิวเซอร์หลักอย่างต้องรักยิ่งไม่สมควรจะลาพักร้อนด้วยกรณีและสาเหตุใดๆ ทั้งปวง แม้ว่าเธอจะมีวันลาพักร้อนสะสมมากก็ตาม
“พี่อยากพัก ไม่อยากทำเหมือนที่ผ่านมา ยิ่งพยายาม ยิ่งวางแผน ยิ่งหาข้อมูล พอไม่ได้ก็ยิ่งเจ็บ ต่อไปนี้พี่จะทำแค่รายการที่เขาเลือกให้เท่านั้น แล้วก็ทำให้ดีที่สุดพอแล้ว” ต้องรักบอกอย่างทอดอาลัย ซึ่งไม่ใช่นิสัยของเธอสักนิด
ครีเอทีฟสาวยกมือเกาศีรษะยังไม่เข้าใจ เหมือนวันนี้ต้องรักฮอร์โมนผิดปกติ ทุกครั้งเธอจะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และสู้ยิบตาจนกว่าจะได้มา ถึงแม้จะถูกกลั่นแกล้งสารพัดก็ตาม
“ทำไมพี่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ขนาดนั้นล่ะ” ครีเอทีฟสาวถามด้วยความโมโหฉุนเฉียว
“พี่ทำรายการมาตลอดหลายปี แม้จะพยายามแค่ไหน รายการที่ได้ทำก็เป็นรายการที่ลูกกวางไม่อยากได้ทั้งนั้น ที่ผ่านมามันยังวัดไม่ได้อีกหรือว่าเรายิ่งดันทุรังไปก็เปล่าประโยชน์”
“นายหัวปัณณ์ ปัณณธร...” เมล่อนพยายามบอก แต่บอกได้เพียงชื่อหญิงสาวก็พูดแทรกขึ้นมา
“พอเถอะพี่ไม่อยากรับรู้ มารู้อีกทีตอนกลับมาดีกว่า เธอออกไปได้แล้วพี่จะเก็บของ” หญิงสาวบอกอย่างไม่ใส่ใจกับชื่อของบุคคลที่อาจจะเป็นงานชิ้นต่อไป แต่หูเปิดรับข้อมูลไม่ให้บิดพลิ้ว สมองรีบจดจำชื่อนั้นไว้อย่างดีเยี่ยม เพราะหากเธอขืนหลุดความรู้สึกออกไป เธอก็ไม่ไว้ใจผู้หญิงปากไวอย่างเมล่อนเท่าใดนัก
หญิงสาวออกปากไล่ครีเอทีฟสาว แล้วหันไปสนใจเก็บเอกสารบนโต๊ะ เธอทำเหมือนไม่ได้สนใจข้อมูลที่ครีเอทีฟสาวบอกอย่างที่ปากพูดออกมา
หากพอลับร่างของเมล่อน หญิงสาวก็รีบเปิดคอมพิวเตอร์ และรัวแป้นพิมพ์ค้นหาข้อมูลของชายหนุ่มจากอินเตอร์เนตพร้อมกับชะโงกหน้าไปแทบชิดอย่างสนใจ สายตาของเธอห่างหน้าจอไม่ถึงคืบ พร้อมกับนิ้วมือที่เลื่อนเมาส์ไปเรื่อยๆ หาข้อมูลที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง
“เฮ้อ! คนอะไรจะข้อมูลน้อยขนาดนี้”
ผ่านไปสักพักหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งที่ไม่รู้ว่าข้อมูลที่ครีเอทีฟสาวบอกเป็นจริงหรือไม่ แต่หากแม้จะเป็นจริงข้อมูลที่มีก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้สักนิด
“ผู้ชายบ้าอะไรวะไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีข่าว รวยขนาดนั้นเก็บตัวขนาดนั้นเป็นเกย์แอบลักกินขโมยกินแน่เลย” หญิงสาวรำพึงกับตัวเองเบาๆ ทั้งที่สายตายังจ้องอยู่ที่หน้าจอ นิ้วมือก็ยังเลื่อนเมาส์หาตำแหน่งอยู่อย่างไม่ระบุความพยายาม
“ทำไรพี่” เสียงของครีเอทีฟสาวที่เดินเข้ามาใหม่อีกรอบทำให้หญิงสาวสะดุ้ง ต้องรักไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเข้ามาตั้งแต่ตอนไหน อาการตกใจของเจ้าของห้องยิ่งทำให้คนมาใหม่มองอย่างจับผิด
“ไหนบอกว่าจะเก็บของไง”
“พี่ก็กำลังส่งจดหมายลางาน แล้วเธอเข้ามาทำไมอีก”
“จะมาถามว่าฉันขอลาพักร้อนด้วยได้มั้ยอะ”
“ไม่ได้ พี่ไม่อยู่เธอก็ต้องอยู่แหละเผื่อมีข่าวสารอะไรจะได้โทร. มาถามได้บ้าง”
“โห หลอกใช้งานนี่หว่า” เมล่อนโอด
“พี่เห็นเราเป็นคนสำคัญหรอกนะ ข้อมูลที่มาจากเรามันน่าเชื่อถือมากกว่าคนอื่น” หญิงสาวแกล้งอวย เพื่อให้ครีเอทีฟสาวส่งข่าวให้เธอ เป็นข้อดีของเมล่อนที่ชอบสอดรู้สอดเห็น แม้ว่าข้อมูลที่เธอจะได้มาต้องผ่านการกลั่นกรองหลายขั้นหลายตอนถึงจะเชื่อถือได้ แต่ก็ยังดีกว่าที่จะไม่มีข้อมูลอะไรเลย
“ก็ได้” อีกคนบอกอย่างหงุดหงิด หน้างอง้ำอย่างขัดใจ แต่จะมีข้อดีสักอย่างตรงที่โปรดิวเซอร์สาวชมเธอ เพราะไม่มีสักครั้งที่คำชมจะออกจากปากของสาวมั่นคนนี้ง่ายๆ หากเธอไม่เก่งจริง
ต้องรักยิ้มน้อยๆ ส่ายหน้าเล็กๆ ก่อนจะหันไปเก็บของไม่กี่ชิ้นของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะลงกระเป๋าเป้ เหวี่ยงมันขึ้นบ่า พร้อมกับก้าวขาออกมาจากโต๊ะทำงานอีกครั้ง
หนึ่งในของใช้ที่ขาดไม่ได้ของหญิงสาวคงหนีไม่พ้นเจ้ามินนี่ลูกสาวคนโปรด ชื่อน่ารักที่เธอตั้งให้เป็นพีซีแล็ปท็อป Surface Pro 4 เครื่องมือในการทำงานที่รองรับทุกการใช้งานของเธอได้อย่างดีเยี่ยม
“พี่ไปล่ะ เจอกันสิ้นเดือนนะ แล้วจะเอาน้ำพริกกุ้งเสียบกับไข่เค็มไชยามาฝาก”
“พี่จะลงภาคใต้หรือ”
“คงงั้น! อยากไปอาบลม ห่มฟ้า ท้าแสงแดด คิดอะไรเพลินๆ แล้วก็หาสามีกลับมาด้วยซะเลย” หญิงสาวบอกอย่างติดตลก แกล้งเย้าครีเอทีฟสาวของเธอเล่น อมยิ้มเดินผ่านหน้าเธอออกไป
ต้องรักเดินเข้าไปในห้องทำงานของนัตตี้อีกครั้ง เขาเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเธอ เพื่อขอลางานอย่างเป็นทางการ ปกติหากทำรายการจบหนึ่งเทป งานอย่างเธอก็จะสามารถหยุดพักได้เพราะมีเทปสำรองเอาไว้อยู่แล้ว แต่ตัวของเธอเองก็ต้องมีแผนที่จะกลับมาทำงานอย่างชัดเจนไม่ให้เสียงาน
...
นั่นเป็นเหตุผลให้เธอตัดสินใจลางานเดินทางมาที่นี่ กำลังนั่งอยู่ในอาณาจักรของผู้ชายที่เธอต้องเก็บข้อมูลจากเขา ‘นายหัวปัณณ์ ปัณณธร’
ต้องรักย่อตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้งหลังจากมองคนตรงหน้าจนแน่ใจ ตกใจไม่น้อยที่เห็นคู่แข่งอย่างลูกกวางอยู่ที่นี่ คงจะไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากกำลังจะมีคนปูเส้นทางเดินให้เธอก้าวไปบนพรมแดงกับโปรเจกต์ใหม่