รถประจำทางวิ่งด้วยความเร็วคงที่ แต่คนที่นั่งโดยสารมาใจร้อนดั่งไฟ!! เวลาขยับเดินเร็วเหมือนติดปีก หากเธอมัวชักช้า...อนาคตเธอคงจบลงแน่...
หญิงสาวถอนใจเฮือกๆ เธอตวัดฮู๊ดขึ้นคลุมศีรษะ เดินก้มหน้าเดินผ่านประตูเล็กๆ ด้านหลังร้าน เพื่อเข้าไปทำธุระ แม้จะถูกมองจากสายตาคนภายนอก เพราะคนเหล่านั้นรู้ดี...ที่นี่มีไว้ทำอะไร...
“ฉันมาหาพี่อร...อยู่ไหม?”
เธอเปิดปากพูดเมื่อเจอคนเฝ้าประตู ผู้ชายคนนั้นมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มันเบ้ปากกับสภาพน่าทุเรศของแววนิล แถมทำท่าจะถ่มน้ำลายใส่ด้วย
“เป็นอะไรกับอีอรมันล่ะ?”
สำเนียงกักขฬะ...กิริยาสุดเถื่อน หากไม่จำเป็นจริงๆ แววนิลสัญญา เธอไม่มีวันเหยียบมาที่นี่เด็ดขาด
“น้องสาว...” แววนิลตอบแบบเสียไม่ได้
แซกกวาดตามองผู้หญิงตรงหน้าแบบประเมิน ส่วนสูงใช้ได้ รูปร่างน่าจะดีแต่หล่อนกลับปกปิดไว้ ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ผิวสวย มันได้กลิ่นสะอาดโชยออกมาจากร่างกายนั่น รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นมุมปาก แต่แววนิลไม่ทันเห็น เมื่อมันหมุนตัวกลับไปเปิดประตูให้กว้างๆ
“ชั้น2 ห้องสุดท้าย ไม่มีแขก อีอรมันน่าจะพักอยู่”
แววนิลนึกอยากจะด่า คนพวกนี้หากินบนความทุกข์ของผู้หญิง ทำตัวไม่ต่างจากแมงดา แต่นิยามตัวเองเสียสวยหรู โธ่!! พ่อบอดี้การ์ด...ผู้หญิงขายตัว...
หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ เธอรีบเดินเข้าไปด้านใน ใจเต้นตึกตัก มีแต่ความหวาดกลัว...และระแวง
ไม่เคยชินสักครั้ง หากต้องเดินเข้าไปด้านในนั้น แม้แววนิลจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งที่...สอง...
บทที่2. เหยื่อ...
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูทำให้คนที่อยู่ด้านในชะงัก มือที่ถือแปรงหยุดลง ชำเลืองมองประตูห้องแบบเซ็งๆ
“ฉันไม่รับแขกแล้ววันนี้ พูดไม่รู้เรื่องหรือไงแซก...”
เสียงตวาดเพราะความไม่พอใจดังผ่านประตูออกมา
“แววเองพี่อร...”
แววนิลรีบตอบ เธอหลับตาลง รอคอยเสียงด่าจากคนด้านใน
“อ๋อ...นึกว่ามีใคร...อยากปล่อยน้ำ...ที่แท้ลูกสาวบ้านใหญ่นี่เอง...มีอะไรกับกะหรี่อย่างฉันล่ะ?”
ประตูเปิดผ่าง!! องอรยิ้มหยันๆ เธอเปรยเสียงขุ่น เลิกหัวคิ้วขึ้น มองแววนิลด้วยสายตาเกลียดชัง
“พี่อร แววกำลังเดือดร้อน...”
แววนิลพยายามไม่สนใจคำหยันๆ ของอีกฝ่าย เธอมาเพราะต้องการความช่วยเหลือ และองอรคือทางเลือกสุดท้ายที่เธอมี
“แล้วไงล่ะ ฉันต้องสนด้วยเหรอหะ!!”
องอรไหวไหล่ เธอหมุนตัวกลับ เดินไปทิ้งตัวนอนบนที่นอนที่เปรียบดั่งสนามรบ หากเปลี่ยนเป็นผู้ชายยืนแทนที่แววนิล
“แววเดือดร้อนจริงๆ ป๊าส่งเงินมาให้ไม่ทัน แววต้องจ่ายค่าห้อง...ไม่อย่างนั้นแววได้นอนข้างทางแน่”
นั่นคือเรื่องเดือดร้อนสิ่งแรกที่แววนิลต้องรีบจัดการ ส่วนค่าเทอมหญิงสาวคิดว่าเธอน่าจะมีทางออก หากเริ่มต้นทำงานพาร์ทไทม์...เธอน่าจะเก็บเงินก้อนพอจ่ายไหว...
องอรยิ้มเยาะ “แล้วฉันต้องสนด้วยเหรอไง นี่มันเงินค่าขายตัวของฉันนะแวว เธอไม่รังเกียจเหรอ?”
แววตาก่นด่ามารดาเธอไม่มีชิ้นดี หลังทราบความจริงเรื่องเธอกับแม่ คำด่านั่นดังก้องอยู่ในหัวเธอ ความผิดของผู้ใหญ่ แต่เด็กอย่างเธอต้องรับฟัง ถูกตราหน้าด้วยคำด่า คำประจาน เป็น ‘ลูกเมียน้อย’ ทั้งที่มาก่อน เธออิจฉาแววนิล หล่อนไม่เคยต้องกระเสือกกระสน ถูกยกย่องจากคนรอบข้าง ในขณะที่เธอต้องก้มหน้าทน...ดิ้นรนเลือดตาแทบกระเด็น!!
แววนิลหน้าสลด...เธอกัดกระพุ้งแก้มกลั้นความรู้สึกรวดร้าว รู้เต็มอกว่ากำลังถูกแดกดัน...
“แววเดือดร้อนจริงๆ พี่อร แววจนทางมืดแปดด้านเลย”
องอรยิ้มเยาะเธอกระดิกปลายเท้าไม่สนใจ แววนิลจะเป็นจะตาย จะนอนข้างทางก็เรื่องของหล่อน ไม่ใช่ธุระที่เธอจะต้องใส่ใจ
“ฉันไม่มีเงินหรอก เพิ่งส่งให้แม่”
อิงอรเป็นคุณนายตอนนี้ บ้านช่องใหญ่โต ไม่ต้องตากหน้าขายข้าวแกงทุกเช้า จากสตางค์ที่เธอส่งให้ …มารดาไม่รู้ว่าเธอทำมาหากินอะไร ขอแค่มีสตางค์ส่งให้ทุกเดือนเป็นพอ นี่เป็นความลับที่องอรปิดบังไว้...ขอให้ร่ำรวย จะให้นอนแบ...อีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง!! เธอก็ยอม
“แวว...”
“ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอกแวว...ญาติๆ เธอล่ะ ไม่มีสักคนเหรอที่ช่วยได้”
มุมปากสีซีดเพราะลิปสติกจางไปเกือบหมดขยับถาม องอรแอบยิ้มเยาะ สังคมของแววนิลมีแต่ความจอมปลอม หากใครตกต่ำ คนรอบข้างพร้อมจะเหยียบซ้ำ ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยหรอกมีแต่จะซ้ำเติมหนักขึ้นสิ!!
“อีอร...คืนนี้ว่าไง?”
แซก...โผล่หน้ามาถาม มันอวดตัวว่าเป็นผู้จัดการ ความจริงคือแมงดาดีๆ นี่เอง
“ฉันไม่สนหรอก ไอ้นั่นอ้วนฉุ!! ยังกับช้างตกมัน...แถมยังวิตถารด้วย ให้ใครไปก็ได้ คนไหนร้อนเงินน่ะ...คงยอม”
องอรตอบเสียงขุ่น ลูกค้ารายนี้จ่ายดีก็จริง แต่ไม่คุ้มที่ต้องเจ็บตัว เธอขอราคาธรรมดา ไม่ต้องอดทนมากนัก ทุกวันนี้ก็เอือมจะแย่!!
“มันระบุมาว่าจะเอามึง”
แซกตวาด มีลูกค้าเปย์ไม่อั้น เสือกไม่สน...
“ก็บอกปัดไปสิ...ฉันเป็นประจำเดือน งดรับแขก1อาทิตย์ มันอยากขนาดนั้น เดี๋ยวมันก็คว้าคนอื่นไปขย้ำแทนเองแหละ”
องอรจีบปากพูด เดี๋ยวนี้เธอไม่ต้องเร่งหาเงิน เมื่อความเป็นอยู่ของแม่ดีขึ้น บ้านใหม่ปลูกเสร็จแล้ว...ตบแต่งเหมือนวิมานฉิมพลี รถยนต์ป้ายแดงใหม่เอี่ยม...ทองหยองเต็มตัวเหมือนกับตู้ทองเคลื่อนที่ มีเงินเก็บในบัญชีธนาคาร...เพราะฉะนั้นเธอไม่จำเป็นต้องโหมหนักเหมือนเมื่อก่อน
“เออ...ตามใจมึง!!”
แซกตอบเสียงเขียว เขาตวัดตามองแววนิลซ้ำ หล่อนถอดฮู๊ดที่ปิดหน้าออกแล้ว หน้าตาดีไม่ใช่เล่น สมองแซกวิ่งฉิว เขาหลิ่วตาให้องอร และดูเหมือนเจ้าหล่อนจะรับลูกทัน
“แป๊บนะแวว ขอไปคุยกับไอ้เวรที่ก่อน เรื่องมากฉิบ!!”
องอรกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน หล่อนเดินฉับๆ ตามไอ้หน้าดุไป ปล่อยให้แววนิลยืนหมุนคว้างอยู่กลางห้อง...ยังไงก็แล้วแต่ เธอต้องได้เงินจากองอรกลับไป ไม่อย่างนั้นคืนนี้เธอคงไม่มีที่นอน ต้องเร่ร่อนข้างนอกนั่น แค่คิดก็สยองจนชนลุกชัน
“มีอะไร? ทำตาขยิบไปขยิบมา...มีอะไรวะ บอกแล้วว่าขอพัก เครื่องในจะพัง... เดี๋ยวจะหากแดกไม่ได้”
องอรตวาดแหว หล่อนยกมือเท้าสะเอวไม่ได้กลัวท่าทางน่าเกรงขามของแซก เมื่อหล่อนคือตัวทำเงิน ไอ้เวรนี่ต้องพึ่งพาหล่อน
“อีนั่นน้องแท้ๆ มึงเหรออร?”
แซกไม่ได้สนใจท่าทีเกรี้ยวกราด เขาถามกลับ สลับกับชะเง้อมองเข้าไปในห้อง
“เปล่า...น้องต่างแม่ มีอะไร?”
องอรตอบแบบเสียไม่ได้ หล่อนเบ้ปาก ทำท่าทางเบื่อหน่ายหากมีคนสนใจแววนิลมากกว่าตัวเอง
“มันสนใจอยากทำงานแบบแกไม่ล่ะ...สวยๆ แบบนี้ ครั้งแรกคงได้โข”
ลูกคิดลางแก้วในหัวแซกวิ่งไปวิ่งมา ดีดไปดีดมาราคาค่าตัวของแววนิลน่าจะทำให้มันสบายไปหลายเดือน...
องอรชำเลืองมองแววนิลก่อนจะไหวไหล่...
“มันไม่สนหรอก...แต่ก็ไม่แน่...”
รอยหยักในสมองขององอรคิดได้ในบัดดล...หากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของบิดา...จำเป็นต้องมีอาชีพที่สังคมเหยียดหยามเหมือนตัวเอง อยากรู้นัก สองคนผัว-เมีย นั่นจะรู้สึกอย่างไร
“เอาจริงๆ สิ...ดูจากสภาพแล้ว...น้องมึง ‘ซิง’ ชัวร์ ค่าเปิดซิงนะแพงโว้ย หากลองเอาไปเสนอดู มีคนสนใจละก็...รวย”
คนมีสตางค์ยอมควักกระเป๋าหากเขาพอใจ...เพื่อแลกสิ่งที่เขาปรารถนา...
“ฉันจะได้เท่าไร ถ้าฉันทำให้ ‘มัน’ สนใจได้”
องอรยกมือกอดอก…หล่อนกระตุกยิ้มมุมปาก...เธอจะเป็นคนป้ายรอยราคีนี้ให้แก่แววนิล อยากรู้นักมารดาหล่อนจะรู้สึกอย่างไร หากบุตรสาวตัวเองต้องมีรอยด่าง...ที่น่าอาย...
บทที่3. เมียเช่าค่าตัวแพง....
องอรย้อนกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง หลังตกลงบางอย่างกับแซกเสร็จ…หล่อนเดินไปทิ้งตัวนั่งบนที่นอนเหมือนเดิม ก่อนจะช้อนสายตามองแววนิล ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
“ฉันช่วยแกก็ได้แวว...แต่...”
องอรเปรย แต่คำพูดของหล่อนทำให้แววนิลดีใจ เธอถลาเข้าไปใกล้ๆ ละล่ำละลักขอบคุณเสียงสั่น
“ขอบคุณนะพี่อร...หากป๊าส่งสตางค์มา แววจะรีบเอามาคืน”
คำพูดของแววนิล ทำให้องอรตัดสินใจได้ หล่อนไม่รู้สึกผิดเลย ที่จะถีบแววนิลลงเหว เมื่อบิดาลำเอียง เขาไม่คิดว่าเธอเป็นลูก ลูกคนหนึ่งสุขสบายบนกองเงินกองทอง ไม่เคยต้องลำบาก ไม่เคยต้องดิ้นรน ในขณะเดียวกัน ลูกสาวอีกคนที่ต้องปากกัดตีนถีบ ทั้งๆ ที่เป็นลูกของเขาเช่นกัน ทรงพลทำให้เธอตัดสินใจทำแบบนี้เอง...ดูสิ หากลูกสาวสองคน มีสภาพเหมือนๆ กัน เป็นอีตัว ที่ต้องขายตัวแลกเงิน...เขาจะรังเกียจใคร ระหว่างลูกชัง กับลูกรัก
“ตอนนี้ฉันไม่มีเงินสด...ต้องรอ...”
หล่อนเปรยแบบไม่ยี่หระ...
“นานไหมคะ ป้าให้เวลาแววถึง18:00 นาฬิกา ไม่อย่างนั้นจะงัดห้องแล้วโยนของแววทิ้ง”
แววนิลพูดเสียงสลด เธอมีความหวังขึ้นมาแต่มันถูกกำหนดด้วยเวลา
“น่าจะทัน”
องอรตอบ หากมีคนสนใจ...แววนิลกลับไปทันแน่...ถ้าหล่อนไหว!!
องอรคิดในใจ หล่อนไม่ได้พูดออกมา มีแค่รอยยิ้มสาแกใจที่ผุดขึ้นบนเรียวปาก