ตอนที่ 1
เสียงฟ้าคำรามดังก้องกังวานเหนือท้องฟ้าอันมืดมิด หยดน้ำฝนเม็ดใหญ่กระแทกลงบนพื้นถนนอย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวร่างบอบบางเดินโซซัดโซเซออกมาจากโรงแรมหรู เธอปล่อยให้กระเป๋าเดินทางของตนเองลากครูดไปกับพื้นอย่างไร้ทิศทาง ความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกคนรักหักหลังมันจุกแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก น้ำตาไหลปะปนกับสายฝนที่สาดกระหน่ำลงมา ราวกับฟ้าฝนเป็นใจให้กับความเศร้าของเธอ
ความคิดชั่ววูบอันดำมืดผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างไม่อาจควบคุมได้ ความโกรธแค้นและความเสียใจถาโถมเข้ามาจนเธอแทบยืนไม่อยู่ เมื่อเดินมาถึงสะพานเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง หญิงสาวหยุดชะงักก่อนจะทิ้งร่มที่ถืออยู่ในมือลงกับพื้นอย่างแรงปล่อยให้มันกลิ้งไปตามกระแสลม
เธอตัดสินใจยืนอยู่ตรงนั้นและปล่อยให้น้ำฝนซัดกระหน่ำลงบนร่างกายของเธอจนเปียกปอน ผมเผ้าลู่ลงมาปิดบังใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันมืดมิดที่มีแต่เม็ดฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักจนเจ็บปวดไปทั่วทั้งใบหน้าราวกับถูกใครบางคนตบ เธอปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย เสียงร้องไห้สะอื้นดังแทรกออกมาเป็นระยะ ท่ามกลางสายฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเปรียบเสมือนความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของเธอ
สะพานอันแสนโดดเดี่ยวในยามค่ำคืนท่ามกลางสายฝน มีเพียงแสงสว่างของไฟหน้ารถสาดมากระทบกับร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงบริเวณขอบสะพาน เธอยืนมองลงไปยังแม่น้ำเบื้องล่างด้วยสายตาอันสิ้นหวัง น้ำตาไหลอาบแก้มปนกับสายฝนที่ไม่ขาดสาย
ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่เธอได้รับวันนี้มันช่างสาหัสเหลือเกิน เธอไม่คิดเลยว่าสิ่งที่เธอสงสัย..วันนี้มันจะเกิดขึ้นจริง ๆ สุดท้ายธุรกรรมทางการเงินทุกอย่างที่เป็นชื่อของเธอ เธอจะทำอย่างไรกับมันดี เขาสร้างทุกอย่างเอาไว้ให้เธอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว มันไม่มีทางออกใด ๆ ยกเว้นเธอตัดสินใจที่จะจบชีวิตลง หญิงสาวหลับตาและสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนทิ้งตัวลงไปบนน้ำที่ไหลเชี่ยว
ทันใดนั้นเอง! ร่างของหญิงสาวก็ร่วงลงมากระแทกกับร่างของใครอย่างแรง! ร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีมันไม่ใช่พื้นน้ำ แต่เป็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่รองรับร่างของเธอเอาไว้ หญิงสาวลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอขนลุกชันด้วยสีหน้าตกตะลึง เขาประคองร่างเธอขึ้นมาได้ก็รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้
“คุณทำอะไร! คิดจะฆ่าตัวตายหรือไง!” หญิงสาวตัวสั่นเทา เธอรู้แล้วว่าทำไมตัวเองถึงไม่ตกลงไปในแม่น้ำ เขาที่รั้งร่างของเธอลงมาจากขอบสะพานได้อย่างรวดเร็ว
“ฉัน...” เธอพูดไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ตอนที่ 2
“คุณ!!..อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้เลยนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างๆ หญิงสาวหันมามองชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว” เธอพยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการกอบกุมของชายร่างสูง
“คุณอย่าเพิ่งคิดสั้นสิ ปัญหาทุกอย่างมันมีทางออกนะ ถ้าคุณยังมีลมหายใจ เชื่อผม!!” ชายหนุ่มพยายามเกลี้ยกล่อมเธอต่อไป เสื้อทีเชิ้ตใต้แจ็กเกต รัดรูปจนทำให้เห็นเค้าโครงร่างกายที่กำยำของเขา
“ชีวิตของคุณยังมีค่านะ..คิดดูให้ดีสิ”
“แต่ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว” หญิงสาวพูด
“ฉันสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว”
“ไม่จริงหรอกครับ คุณยังมีสมองและสองมือ ผมไม่รู้ว่าปัญหาที่คุณเจอมาจะหนักแค่ไหน แต่ผมสัญญาว่าจะช่วยเหลือคุณเอง” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับดึงมือของเธอมาจับเอาไว้แน่น แม้จะมีแค่แสงไฟที่ส่องมาจากตัวรถก็ยังไม่สามารถปิดบังใบหน้าคมอันโดดเด่นของเขาได้
“คุณยังมีผม ผมจะช่วยคุณแก้ปัญหาที่คุณกำลังเผชิญ คุณไว้ใจผมนะ” หญิงสาวมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ
“ผมรู้...ว่าคุณกำลังเจ็บปวด แต่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป เราจะผ่านมันไปด้วยกัน โอเคมั้ย” เขาเว้นวรรคแล้วพูดต่อ
“ผมเชื่อว่าถ้าคุณลุกขึ้นมาสู้ คุณจะผ่านมันไปได้ เรามาหาทางออกด้วยกันนะ ผมจะช่วยคุณเอง” เขาไม่รู้หรอกว่าเธอมีความทุกข์อะไรในใจจึงต้องการจบชีวิตของตัวเองเช่นนี้ แต่การพาเธอออกจากจุดนี้ก็น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ หญิงสาวมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความลังเล หลังจากถูกเขาเกลี่ยกล่อมมานาน
“อย่าฆ่าตัวตายเลยคุณ ชีวิตมีค่า เชื่อผมเถอะ”
“คุณไม่เป็นฉันคุณไม่รู้หรอก ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว”
“มากับผมก่อน คุณเชื่อผมนะ” เขาพยายามพาเธอไปขึ้นรถ แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมเดินตาม
ความรู้สึกผิดหวังเสียใจจนรับไม่ได้ทำให้เธอคิดสั้น เธอไม่คิดเลยว่าสิ่งที่กลัวมาตลอดมันจะกลายเป็นความจริง เธอช่วยกันทำมาหากินกับแฟนหนุ่มมาตั้งแต่เรียนจบ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะแอบนอกใจเธอไปคบหากับพนักงานในบริษัท
สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะเชื่อชายแปลกหน้าที่พยายามเกลี่ยกล่อมเธอ และปล่อยให้ชายหนุ่มคนนั้นจูงมือออกมา ก่อนจะพาไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเธอถูกเขาเอาไปเก็บไว้ที่ท้ายรถ เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะช่วยเหลือเธอได้จริง ๆ ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เขาอาจจะเป็นพลเมืองดีที่ผ่านมาเห็นคนกำลังคิดสั้นจะฆ่าตัวตายอย่างเธอก็เลยเข้ามาช่วยมันก็แค่นั้น! แต่พอนึกไปถึงว่าจะต้องกระโดดน้ำฆ่าตัวตายอีกรอบในขณะที่ตนเองเริ่มมีสติมากพอ เธอก็เปลี่ยนใจและไม่คิดจะทำมันอีก
‘งั้นหนี้สินของเราที่เหลือผมฝากคุณจัดการต่อด้วยนะ เพราะมันเป็นชื่อของคุณคนเดียว’ ประโยคคำพูดเหล่านี้ของแฟนหนุ่มยังวนเวียนอยู่ในหัวของเธอจนกระทั่งเผลอหลับไหลตลอดการเดินทาง
ตอนที่ 3
ความมืดภายในรถยามค่ำคืน ชายหนุ่มมองเห็นอะไรได้ไม่ชัดนัก ยกเว้นหน้าอกหน้าใจที่บดเบียดกันอยู่ในบราเซียร์สีดำที่มีเสื้อตัวนอกเปียกสนิทจนมันแนบไปกับผิวกาย
หยดน้ำฝนเกาะพราวบนเส้นผมของเธอที่เปียกปอน สะท้อนกับแสงไฟหน้ารถที่สวนมาเป็นประกายระยิบระยับ ดวงตาของเธอดูลึกซึ้งและอ่อนหวาน เธอตัวสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะหนาว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา
เขาเอื้อมมือไปปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในรถให้สูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกมาแล้วยื่นให้เธอ
“ใส่เสื้อผมไปก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณจะไม่สบายเอา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม เธอรับเสื้อเจ็ตเกตของเขามา
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบกลับเสียงเบาหวิว
“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบ จากนั้นหญิงสาวก็เงียบไปเธอปล่อยให้เสียงสายฝนที่ตกกระทบกับหลังคารถเป็นเพื่อนกล่อมนอน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หญิงสาวตกใจตื่นขึ้น ก็พบว่าตนเองกำลังอยู่ในรถของใครบางคน เธอจำได้ว่าตนเองกำลังกระโดนน้ำฆ่าตัวตาย
“คุณ!!..” เขาเห็นเธอลืมตางัวเงียขึ้นก็รีบปลุก หญิงสาวมองสบตาเขาแปลก ๆ ชายหนุ่มจึงรีบพูดทันที
“นี่บ้านผมเองครับ ผมเห็นคุณหลับไป ก็เลยพามาที่นี่” สายตาของเธอสำรวจไปรอบ ๆ ก่อนจะกลับมาจ้องที่ใบหน้าคมอีกครั้ง
“อย่ามองผมแบบนั้นสิคุณ...ผมไม่ได้คิดจะพาคุณเข้าบ้านแล้วก็ทำมิดีมิร้ายหรอกนะ”
“เอ่อ..แล้วบ้านคุณอยู่ไหนล่ะ ผมจะได้ไปส่ง” เมื่อสักครู่ระหว่างการขับรถเขาถามเธอไปรอบหนึ่งแล้ว แต่เห็นเธอกำลังหลับอย่างสบาย เขาจึงไม่ถามต่อและพาเธอมาตั้งหลักที่บ้านของตนเอง
“.............” เธอเอาแต่มองหน้าเขาแล้วไม่ตอบ ชายหนุ่มจึงใช้วิธีเดา
“บ้านคุณไม่ได้อยู่แถวนี้ใช่มั้ย” เธอพยักหน้าขึ้นเป็นคำตอบ ชายหนุ่มค่อยโล่งอกที่เธอยอมสื่อสารกับเขา หญิงสาวที่คิดว่าตนเองฝันไป ใช่!!..มันอาจจะเป็นความฝันก็ได้ อันที่จริงตัวเธออาจจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ
“ผมว่าคุณรีบเข้าบ้านไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เขาถือวิสาสะโอบรอบร่างกายเธอขณะปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้ เธอตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บแต่สายตาก็ปฏิเสธที่จะให้เขาใกล้ชิดอยู่แบบนี้
“คุณไม่สบายหรือเปล่า?” เขาถามขึ้น เมื่อสัมผัสได้ว่าเธอตัวสั่นปากซีด เธอมองไปที่เขาดวงตาของเขาเหมือนจะค้นหาความจริงบางอย่าง ร่างกายของเธออ่อนแอเพราะยืนตากฝนมาเป็นเวลานาน แต่พอได้อยู่ใกล้ ๆ เขามันรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ใช่แล้วเธอยังไม่ตาย หญิงสาวบอกกับตัวเอง เธอยังมีความรู้สึก!
ชายหนุ่มเดินลงจากรถและอ้อมมาเพื่อจะเปิดประตูให้หญิงสาว ทันทีที่เขาเอื้อมมือไปเปิดประตูรถและกำลังจะเอ่ยปากชวนเธอลงจากรถ เธอก็หมดสติไปอย่างกะทันหัน ร่างของเธอล้มลงมาในอ้อมแขนของเขาอย่างไม่มีแรง
“คุณ! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาตกใจมาก รีบประคองร่างของเธอขึ้นมา
“คุณ! ได้ยินผมไหม” เขาเรียกเธอซ้ำ ๆ และพยายามเขย่าตัวหญิงสาวแต่เธอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง