ตอน 1

รุ่งอรุณแสนสดใส แสงสีทองทอประกายสาดส่องทะลุผ่านผ้าม่านสีขาวบางเข้ามาด้านในห้อง ทว่าแสงแห่งยามเช้าไม่สามารถรบกวนคู่รักสามีภรรยาที่ตระกองกอดแนบชิดสนิทกันบนเตียงนอนหลังใหญ่ได้

บรรยากาศภายในห้องดูแตกต่างกับด้านนอกลิบลับ หลังแสงดวงอาทิตย์เจิดจ้าหมู่มวลชนต่างก็พากันตื่นจากนิทรา จัดการตัวเองเร่งรีบทำเวลาเพื่อที่จะออกไปทำงาน ตามการใช้ชีวิตของแต่ละคน

เช่นเดียวกับสองร่างที่ยังคงนอนอยู่ภายในห้อง

“อื้อ ปล่อยค่ะ” เสียงหวานครางประท้วงก่อนจะขยับตัวเล็กน้อยผลักดันร่างบางของตัวเองออกจากอ้อมกอดแกร่ง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งมองคนที่ยังไม่ปล่อยมือออกจากเอวบางของเธอ

“จะรีบตื่นไปไหนครับ นอนพักอีกหน่อยเถอะ”

เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นขณะที่ตายังคงหลับแน่นไม่มีทีท่าว่าจะลืมขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เท่านั้นยังไม่พอเขายังพยายามบอกให้หญิงสาวนอนเคียงข้างเขาอีกด้วย

หญิงสาวยิ้มหวานกับการกระทำของเขา ทั้งรู้สึกรักใคร่และเอ็นดูที่เขาทำตัวน่ารักไม่เสื่อมคลายไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี เขาก็ยังคงเป็นสามีที่น่ารักและแสนดีของเธอเสมอ

“ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวพี่ก้องไปทำงานสายนะคะ”

“ฮื้อ! ใครจะกล้ามาว่าเจ้าของบริษัทกัน ลองมีดูสิจะให้ใบเตือนให้หมด”

“คิก ก็ม่านนี่แหละค่ะที่จะว่าและดุพี่ก้องถ้ายังคงไม่ปล่อยมือที่กอดเอวม่าน” หญิงสาวหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา

“พี่อยากกอดม่านนาน ๆ นี่ครับ”

“ไม่ต้องเลยค่ะ ปล่อยม่านได้แล้ว ม่านจะได้รีบลงไปทำอาหารเช้าให้พี่ก้องทานก่อนไปทำงานไงคะ”

“ก็ได้ครับ งั้นพี่ก็จะตื่นเหมือนกัน ไม่อยากเอาเปรียบม่านมากไปกว่านี้ เพราะเมื่อคืนนี้พี่ก็เอาเปรียบม่านมากพอแล้ว”

พูดพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากส่งให้หญิงสาว ทำให้เธอเขินอายหน้าแดงปลั่ง ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนต้นแขนของชายหนุ่มจนเกิดเสียงดัง

เพียะ!

“โอ๊ย! ตีพี่ทำไม พี่เจ็บนะครับ”

“ไม่คุยกับพี่ก้องแล้วค่ะ ม่านไปล้างหน้าแล้วไปทำอาหารดีกว่า” ไม่รอให้ตัวเองถูกกลั่นแกล้งมากไปกว่านี้ หญิงสาวที่แทนตัวเองว่าม่านก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที

“รักนะครับ”

แต่ก็ไม่วายจะได้ยินเสียงตะโกนบอกรักจากปากชายหนุ่มดังตามหลังมา

ชายหนุ่มยิ้มขำให้กับความน่ารักของภรรยาสาว ทั้ง ๆ ที่แต่งงานกันมาก็นานนับปีแล้ว แต่ภรรยาของเขาก็ยังคงเขินอายไม่ต่างไปจากการแต่งงานวันแรกเลย

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันชื่อดัง เรียกความสนใจของชายหนุ่มได้ไม่ยาก

เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและเห็นข้อความจากคนที่ส่งมาก็ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะลุกออกจากเตียงแล้วแยกตัวไปห้องน้ำอีกห้องทันที

ทางด้านหญิงสาวหลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อย ก็รีบพาตัวเองตรงมาที่ห้องครัวของบ้าน เพื่อที่จะทำอาหารเช้าให้สามีรับประทาน

เธอมีชื่อว่า ม่านไหม หรือ ม่าน ภรรยาคนสวยของ ก้องเกียรติ หรือ ก้อง

ทั้งคู่พบรักกันที่ทำงาน หรือบริษัทของก้องเกียรตินั่นเอง เวลานั้นม่านไหมเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงาน ส่วนก้องเกียรติก็เป็นถึงว่าที่ท่านประธานบริษัท ด้วยความน่ารักสวยหวานของม่านไหมไปเข้าตาก้องเกียรติที่มาดูงานเข้าพอดี เขาจึงเดินหน้าจีบเธอตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นหน้า

ใช้เวลานานนับสามเดือนที่ก้องเกียรติเทียวไล้เทียวขื่อตามจีบม่านไหม ในที่สุดหญิงสาวก็ใจอ่อนและตกลงเป็นแฟนกัน

เรียกได้ว่าตลอดระยะเวลาสามสี่เดือนที่ก้องเกียรติตามจีบม่านไหมนั้น เธอแทบไม่เห็นเขาออกนอกลู่นอกทางเลยสักครั้ง นับตั้งแต่วันแรก

ทั้งสองใช้เวลาศึกษาดูใจกันเพียงสองปี ก็ตกลงปลงใจแต่งงานเป็น สามีภรรยาใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ซึ่งหากจะนับจากวันแต่งงานถึงวันนี้ก็อีกเพียงสามเดือนเท่านั้นก็จะเป็นวันครบรอบวันแต่งงานของคน ทั้งคู่

ม่านไหมตั้งหน้าตั้งตารอเวลานี้มาก เพราะเธอตั้งใจจะบอกเขาว่าเธอพร้อมแล้วกับการมีลูก

เดิมทีก้องเกียรติเคยพูดกับเธอเรื่องนี้ว่าเขาอยากมีลูก เพียงแต่ว่าเธอยังไม่พร้อม เพราะว่าตอนนั้นเธอเพิ่งมีอายุ 24 ปี ส่วนเขา 28 ปี เธอบอกเขาว่ายังเร็วเกินไป อยากใช้เวลาด้วยกันก่อน

แต่ว่าตอนนี้เธอมีอายุ 26 ปี ส่วนก้องเกียรติอายุ 30 ปี นับได้ว่าสมเหตุสมผลที่จะมีลูกได้แล้ว ที่สำคัญหน้าที่การงานของคนทั้งสองก็นับว่ามั่นคงแล้ว เธอจึงอยากจะบอกเรื่องดี ๆ กับเขานี้ในวันครบรอบสองปีนั่นเอง เธอถึงได้ตั้งตารอ...

หญิงสาวขบคิดเรื่องต่าง ๆ ด้วยความสุขใจ ใบหน้าแย้มยิ้มอย่างมีความสุข ร่างบางขยับจับอุปกรณ์ทำครัวอย่างคล่องแคล่ว

ฟอด!

“หอมจังเลยครับ ไม่รู้ว่าอะไรหอมกว่ากันระหว่างข้าวต้มกับแก้มเมียพี่”

ก้องเกียรติหลังจากจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินลงมายังห้องครัว เห็นภรรยาตัวเองหันหลังทำข้าวต้มในหม้อก็ให้รู้สึกรักใคร่และภูมิใจที่มีภรรยาที่ดี

เขาจึงเดินเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังพร้อมทั้งหอมแก้มเสียฟอดใหญ่อย่างตั้งใจให้รางวัลคนทำดี พร้อมทั้งพูดแซวให้หญิงสาวเขินอายเล่น

“อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอคะ”

ม่านไหมเอี้ยวตัวหันมาถามคนที่ยืนกอดเธออยู่ ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ให้

“ครับ เรียบร้อยแล้ว” ชายหนุ่มตอบกลับ

“งั้นทานเลยนะคะ พี่จะได้ไปทำงานไม่สาย เป็นประธานบริษัทต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้พนักงานนะคะ” หญิงสาวว่า

“ทราบแล้วครับคุณภรรยา มาครับตักข้าวต้มมาเลย พี่จะได้รีบทานและรีบไปทำงาน”

หลังจากตักข้าวต้มให้สามีแล้ว ม่านไหมก็ตักให้ตัวเองด้วย ทั้งสองทานกันไปหยอกล้อกันไปทำให้มื้ออาหารเช้าธรรมดา ๆ อย่างข้าวต้ม กลายเป็นอาหารเช้าแสนหวานภายในพริบตา

“ค่อย ๆ ทานนะคะ” หญิงสาวบอก

ก้องเกียรติยิ้มรับที่ได้รับการเอาใจใส่จากภรรยาคนสวยอย่างดี คิดไม่ผิดเลยที่เขาตัดสินใจตามจีบและแต่งงานกับเธอ

อะไรจะดีไปกว่าการมีภรรยาที่ทั้งสวยและดีเล่า ม่านไหมนี่มีครบทุกอย่างเท่าที่ผู้หญิงดี ๆ คนหนึ่งจะมีได้ ก้องเกียรติจึงภูมิใจมาก

หลังจากทั้งสองทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก้องเกียรติก็แยกตัวไปบริษัท แต่กว่าเขาจะขับรถออกจากบ้านได้ ก็ต้องได้จูบแสนหวานจากภรรยาก่อนแล้วนั่นแหละถึงผละจากไปได้...

หลังจากที่ม่านไหมยืนส่งสามีไปทำงานเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับไปที่ห้องครัวเก็บถ้วยจานล้างทำความสะอาด เสร็จแล้วจึงค่อยไปจัดการตัวเองเพื่อที่จะออกไปข้างนอก

เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ เธอจึงไม่ต้องเร่งรีบมากเท่าไหร่นัก ความจริงเธอถูกก้องเกียรติออดอ้อนขอร้องให้เธอไปทำงานด้วยกัน แต่เธอปฏิเสธพร้อมให้เหตุผลกับเขาว่า เธอมีนัดแล้ว

นั่นจึงทำให้เธอไม่สามารถไปบริษัทกับก้องเกียรติได้เหมือนทุกทีที่เธอหยุด ซึ่งชายหนุ่มก็เข้าใจ แต่ก็เคี่ยวกรำบทรักกับหญิงสาวไปครึ่งค่อนคืน ถึงได้ปล่อยให้เธอพักผ่อน

ม่านไหมเหลือบสายตามองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนัง เมื่อเห็นว่าเวลาเก้าโมงเช้า เธอจึงได้ออกเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าที่ได้นัดกับเพื่อนสนิทไว้ทันที

ตอน 2

ห้างสรรพสินค้า

“ม่าน ทางนี้” ม่านไหมหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นหญิงสาวท่าทางน่ารักรูปร่างผอมบางรอเธออยู่ตรงประตูทางเข้าห้าง หญิงสาวส่งยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินเข้าไปหา

“มานานหรือยังกิ่ง ขอโทษนะที่ให้รอ”

กิ่ง หรือ กิ่งกมล เธอคือเพื่อนสาวคนสนิทของม่านไหม

“ไม่นานหรอก เราก็เพิ่งมา ปะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวเลยเวลาฉาย”

พูดพร้อมกับเดินควงแขนม่านไหมเข้าไปในห้างทันที สิ่งที่กิ่งกมลพูดถึงคือเวลาฉายหนังในโรงภาพยนตร์

วันนี้ทั้งสองนัดกันมาเพื่อดูหนังที่เข้ามาใหม่โดยเฉพาะ ทั้งยังเป็นการพักผ่อนเนื่องในวันหยุดอีกด้วย

ใช่แล้ว ทั้งม่านไหมและกิ่งกมลต่างก็ทำงานที่เดียวกัน ทั้งยังมีวันหยุดวันเดียวกัน เมื่อมีหนังเข้ามาใหม่ทั้งสองจึงไม่พลาดที่จะนัดและไปดูพร้อมกันทันที

“เป็นไงบ้าง”

“อะไรเป็นไง” กิ่งกมลหันหน้ามาถามม่านไหมอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ชีวิตรักอะช่วงนี้เป็นไงบ้าง แฟนแกดูแลดีไหม”

หลังจากได้ฟังประโยคคำถามชัด ๆ กิ่งกมลก็ยิ้มแก้มปริ ก่อนจะตอบออกมาด้วยท่าทางภูมิใจ

“แน่นอนสิ พี่คีย์ต้องดูแลฉันดีอยู่แล้ว” เห็นท่าทางดีอกดีใจของเพื่อนสนิทจนออกนอกหน้า ม่านไหมก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ จึงได้เบ้ปากมองบนใส่เพื่อนของตัวเอง แต่ถึงเธอจะแสดงท่าทางแบบนั้น ภายในใจกลับยินดีกับเพื่อนที่มีคนรักที่ดี

“แล้วเมื่อไหร่จะแต่ง คบกันมาสามปีแล้วไม่ใช่เหรอ”

ม่านไหมถาม เพราะเพื่อนรักเธอกับคีรินทร์แฟนหนุ่มศึกษาดูใจกันมาสามปีกว่าแล้วแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีข่าวดีเลยสักนิด

“รอไปก่อนย่ะ ฉันยังไม่รีบ ไปเร็วรีบเดินเดี๋ยวไปซื้อตั๋วไม่ทัน”

“เป็นไงแกสนุกมาก ๆ เลยเนอะ ไม่เสียแรงเลยที่เอาเวลานอนมาดู” กิ่งกมลพูดออกมาในขณะที่เดินออกมาจากโรงภาพยนตร์แล้ว

“อื้อ ก็ดี”

“โหย ก็ดีอะไร ออกจะดีมาก ๆ แกนี่”

กิ่งกมลว่าด้วยความไม่พอใจ เมื่อเพื่อนสนิทอย่างม่านไหมบอกว่าหนังที่เธอชื่นชอบว่าก็ดี เธอจึงคว่ำปากและค้อนวงโตใส่หญิงสาว

“หึ แกนี่ยังไงยายกิ่งโตจนป่านนี้แล้ว ยังมางอนฉันอีก ไป ไปเดินซื้อของกันเถอะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว” ม่านไหมส่ายหน้าให้กับเพื่อนตัวเองก่อนจะเดินนำออกไป

“นี่ยายม่านอย่ามาเดินหนีฉันนะ รอด้วยสิ” กิ่งกมลร้องเรียกก่อนจะรีบเดินให้ทันเพื่อนของเธอ

ทั้งสองต่างพากันเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ได้ของติดไม้ติดมือออกมาเป็นว่าเล่น แต่นั่นยังคงไม่เป็นที่พอใจสำหรับกิ่งกมล เพราะเธอยังต้องการซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางอีกหลายอย่างแต่ก็ดันถูกเพื่อนอย่างม่านไหมลากออกมาซะก่อน

“แกไม่น่าดึงลากฉันออกมาเลย ยังอยากซื้ออยู่เลยนะ” กิ่งกมลว่า

“พอก่อนเถอะ ที่ซื้อไปเนี่ยก็ใช้ให้หมดก่อน นี่แกจะเล่นซื้อมันหมดทุกแบรนด์เลยรึไง” ม่านไหมว่า

พอได้ฟังเหตุผลเชิงบ่นของม่านไหม เธอก็ต้องเก็บความอยากได้ของตัวเองลง ก่อนจะทำทีควงแขนหญิงสาวชวนเปลี่ยนเรื่องพูดคุย

“แล้วนี่พี่คีย์จะมาตอนไหน” ม่านไหมเอ่ยถาม เพราะระหว่างที่เธอกับกิ่งกมลกำลังซื้อของอยู่นั้น คีรินทร์ก็โทรเข้ามาก่อนจะบอกว่าเขาจะมาทานข้าวกลางวันด้วยให้พวกเธอรออยู่ที่ห้าง

“อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้วมั้ง” กิ่งกมลตอบ ก่อนจะหันสายตาไปสนใจสินค้าที่เอามาจัดโพรโมชันภายในห้าง

แค่เห็นดวงตาระยิบระยับของเพื่อนสนิทตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาบอกก็รู้ว่ากิ่งกมลอยากได้ขนาดไหน ม่านไหมจึงทั้งลากทั้งจูงเพื่อนของตัวเองเดินออกห่างจากโซนจัดกิจกรรมอย่างรวดเร็ว

“เลิกมองได้แล้ว มองข้างหน้าแกนี่ เดี๋ยวก็เดินชนคนอื่นหรอก” ม่านไหมว่า

“ก็ฉันยังอยากดูนี่นาว่าโพรโมชันที่เขาจัดมันมีโพรอะไรบ้าง” กิ่งกมลแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ

“แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เชียวนะ อ๊ะ ๆ ๆ ไม่ต้องมาทำท่าเหมือนหมาหงอยเลย ฉันไม่หลงกลแกหรอก ไป! ฉันอยากเข้าห้องน้ำแล้ว”

“ฮือ...ยายม่านนะยายม่านจำไว้เลย”

ม่านไหมไม่สนใจคำพูดตัดพ้อของกิ่งกมล เธอเดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำทันที

“อ๊ะ...อ้าว” จังหวะที่ม่านไหมจะเข้าห้องน้ำหญิงก็ชนเข้ากับคนที่สวนออกมาจากด้านในห้องน้ำซะก่อน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นว่าเป็นเลขาของสามีเธอ

ผู้หญิงที่ชนกับเธอชื่อ ปรายฟ้า หรือ ปราย ทำหน้าที่เลขาของก้องเกียรติมานานหลายปีแล้ว

ม่านไหมค่อนข้างจะเคารพและให้เกียรติปรายฟ้าเหมือนเป็นพี่สาวคนหนึ่ง เพราะช่วงที่เธอคบกับก้องเกียรติแรก ๆ ก็ได้ปรายฟ้านี่แหละแนะนำว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไรอยู่เป็นประจำ

แรก ๆ ม่านไหมก็ระแวง แต่พอนานไปความระแวงก็หายไปกลายเป็นความเชื่อใจแทน เพราะทั้งปรายฟ้าและก้องเกียรติไม่เคยทำอะไรให้เธอไม่สบายใจเลยสักครั้ง เธอจึงรักและเคารพปรายฟ้าพอสมควร

“อ้าว น้องม่านมาทำอะไรที่นี่คะ”

“ม่านพาเพื่อนมาดูหนังค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงหวาน ก่อนจะมองเลขาสาวของสามีอย่างครุ่นคิด

“แล้วจะไปหาบอสไหมคะ พี่กับบอสพาลูกค้าออกมาเลี้ยงข้าวน่ะค่ะ” ปรายฟ้าพูด

“ไม่ดีกว่าค่ะพี่ปราย วันนี้ม่านมากับเพื่อนคงไม่สะดวกค่ะ” ม่านไหมตอบยิ้ม ๆ

“โอเคค่ะ งั้นพี่จะบอกบอสให้นะคะว่าพี่เจอน้องม่านที่นี่” ปรายฟ้าพูด ซึ่งม่านไหมก็พยักหน้ารับ

“พี่ขอตัวก่อนนะคะน้องม่าน ออกมานานแล้วเดี๋ยวจะเสียมารยาทค่ะ”

“ค่ะ” ม่านไหมตอบรับ ก่อนจะมองตามแผ่นหลังบางไปอย่างไม่คิดอะไร

ในขณะที่ม่านไหมมองอย่างไม่คิดอะไรอยู่นั้น เพื่อนอย่าง กิ่งกมลกลับได้กลิ่นแปลก ๆ จากเลขาของก้องเกียรติ เพราะแม้ใบหน้าของปรายฟ้าจะยิ้มแย้ม แต่แววตาของเธอกลับซุกซ่อนบางอย่างเอาไว้

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นปรายฟ้าใกล้ ๆ และได้จ้องตาอีกฝ่ายแบบนี้ บางสิ่งบางอย่างบอกเธอว่าผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ใช่แบบที่เธอและเพื่อนเห็นแน่ ๆ ยิ่งเห็นแววตาของปรายฟ้าที่มองม่านไหมราวกับตัวเองเหนือกว่า ก็ยิ่งรู้สึกไม่วางใจ

แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงมองนิ่ง ๆ เท่านั้น

ก่อนจะหันสายตากลับมามองเพื่อนตัวเองแล้วก็รู้สึกหนักใจ เพราะดูเหมือนม่านไหมจะไม่คิดอะไรและดูท่าจะไว้ใจปรายฟ้ามากเกินไป เธอก็ได้แต่แอบหวังกับตัวเองว่าสิ่งที่เธอคิดและกังวลอยู่คงไม่เป็นจริง

เพราะถ้ามันเป็นจริงอย่างที่เธอรู้สึกกังวลขึ้นมา เพื่อนที่แสนดีของเธอคนนี้คงจะเจ็บปวดมากไม่น้อยเลย...

“นี่ม่าน คุณปรายฟ้าเธอสวยเนอะ” กิ่งกมลพูดกับม่านไหมพร้อมทั้งเดินเข้าไปในห้องน้ำ

“ใช่ พี่ปรายสวย แล้วก็เซ็กซี่ด้วยนะ” ม่านไหมหันมาตอบเพื่อนตัวเองอย่างไม่คิดอะไร

“ฉันถามอะไรหน่อยสิ” หลังจากชั่งใจสักพัก กิ่งกมลก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม

“อะไรล่ะ” ม่านไหมถามเพื่อนของเธอด้วยความไม่เข้าใจ และสงสัยในคราวเดียวกัน

“แกไว้ใจพี่ก้องสามีของแกมากแค่ไหน”

“หมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความตามที่ฉันพูดนั่นแหละ ก็เนี่ยเลขาทั้งขาว ทั้งสวยและเซ็กซี่ขยี้ใจแบบนี้แกไม่ระแวงบ้างเหรอ” ได้ยินคำถามจากกิ่งกมล ม่านไหมก็ยิ้มร่า

“นี่! ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วง แต่มั่นใจได้เลยว่าสองคนนี้เขาไม่มีอะไรหรอกสบายใจได้”

“...”

“ยอมรับนะว่าช่วงที่ฉันคบกับพี่ก้องแรก ๆ ฉันระแวงมาก เพราะพี่ปรายรู้เรื่องเกี่ยวกับพี่ก้องทุกอย่าง แต่พอรู้จักพี่เขาจริง ๆ แล้วถึงได้รู้ว่าพี่เขาไม่ได้คิดอะไร หนำซ้ำพี่ก้องก็ไม่เคยทำตัวให้ฉันต้องหนักใจเลยสักครั้ง”

“เพราะแบบนี้สินะตลอดเวลาที่ผ่านมาที่แกคบกับพี่เขา แกเลยไม่มาปรึกษาหรือระบายความทุกข์ใจให้ฉันฟังเลย”

“อื้อ” ม่านไหมพยักหน้าตอบแล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำห้องที่ว่างไป

ทั้งสองคนต่างแยกย้ายกันทำธุระส่วนตัว เสร็จแล้วก็ตรงไปที่ร้านอาหารที่นัดกับคีรินทร์ไว้ทันที

ตอน 3

ณ ร้านอาหาร

“ที่รัก....รอนานไหมคะ ขอโทษนะคะที่ช้า อ้าว! พี่ปราชญ์สวัสดีค่ะ” กิ่งกมลเอ่ยขอโทษแฟนหนุ่ม ก่อนจะหันไปทักทายกับชายอีกคนที่เป็นเพื่อนสนิทของแฟนเธอ เมื่อเข้ามาภายในร้านอาหารก็เจอเข้ากับสองหนุ่มนั่งรออยู่แล้ว

“ไม่นานครับที่รัก สวัสดีนะครับน้องม่าน” คีรินทร์ตอบ ก่อนจะหันมาทักทายม่านไหม

“สวัสดีค่ะพี่คีย์ สวัสดีค่ะพี่ปราชญ์”

ม่านไหมส่งยิ้มหวานไปให้ชายหนุ่มทั้งสองคน ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับคนที่เธอเรียกว่าพี่ปราชญ์

“สวัสดีครับน้องกิ่ง สวัสดีครับน้องม่าน”

ปราชญ์ หรือ ปราชญา เอ่ยทักทายสาวสวยทั้งสอง ก่อนจะนั่งมองหน้าม่านไหมยิ้ม ๆ ทั้งแววตายังมีแต่ความอ่อนโยน

ความจริงแล้วปราชญารู้สึกดีกับม่านไหมมาก จะบอกว่าแอบชอบก็คงจะใช่ แต่เมื่อรู้ว่าม่านไหมมีคนรักและแต่งงานแล้วเขาจึงได้แต่ถอยตัวเองออกมาและมองดูเธออยู่ห่าง ๆ

เรื่องนี้ทั้งกิ่งกมลและคีรินทร์ต่างก็รับรู้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่มเป็นอย่างดี ทั้งยังรู้สึกเห็นใจปราชญาอยู่ไม่น้อยที่แอบหลงรักคนมีเจ้าของ แต่ถึงจะเห็นใจทั้งสองก็ไม่เคยสนับสนุนให้ปราชญาเข้าไปแทรกกลางระหว่างม่านไหมและก้องเกียรติเลยสักครั้ง

ด้วยความที่แอบชอบม่านไหมเป็นทุนเดิมพอได้มานั่งทานข้าวด้วยกันแบบนี้ จึงทำให้ปราชญายิ้มกว้าง ทั้งยังคอยตักอาหารดูแลเอาใจใส่ม่านไหมไม่ขาด

จนบางครั้งม่านไหมรู้สึกอึดอัดใจ ถึงเธอจะไม่คิดอะไร แต่การที่เธอแต่งงานมีสามีแล้ว ต้องมาถูกคนอื่นดูแลเอาใจใส่จนเกินพอดีก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีนัก ทั้งยังกลัวสายตาคนอื่นมองมาจะว่าเธอเอาได้ หนำซ้ำเธอยังคิดไปถึงหน้าตาและความรู้สึกของก้องเกียรติอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อปราชญารู้สึกได้ว่าหญิงสาวอึดอัดเขาจึงเลิกตักอาหารให้เธอและหันไปตักส่งให้กิ่งกมลและคีรินทร์บ้าง

“นี่ยายม่าน แกทานให้มากกว่านี้หน่อยเถอะ ดูสิเนี่ยตัวบางจนจะปลิวได้อยู่แล้ว” ด้วยความที่ไม่อยากให้เพื่อนตัวเองอึดอัดไปมากกว่านี้ และไม่อยากเห็นความเสียใจที่อยู่ในแววตาของปราชญา กิ่งกมลจึงได้เอ่ยบอกให้เธอทานข้าวให้มากขึ้น

“ไม่เป็นไร ฉันอิ่มแล้ว” ม่านไหมตอบยิ้ม ๆ

“แกนี่ยังไงกัน เดี๋ยวพี่ก้องก็มาว่าฉันได้หรอก”

“หึ ไม่หรอกน่า พี่ก้องเป็นคนมีเหตุผลเขาไม่ว่าแกหรอก”

พอพูดถึงสามีใบหน้าที่แสดงถึงความอึดอัดของม่านไหมก็เบาบางลง ทั้งยังมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้ายามพูดถึงก้องเกียรติทุกครั้ง

ปราชญาที่จับตามองหญิงสาวอยู่แล้วก็ให้รู้สึกปวดหนึบที่อกข้างซ้าย ได้แต่ก้มหน้ากลืนก้อนความเจ็บปวดนั้นไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้คนร่วมโต๊ะทานอาหารบาง ๆ เหมือนไม่มีอะไร

หลังจากนั้นมื้ออาหารกลางวันก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของสองสาวเสียส่วนใหญ่ จวบจนจะได้เวลากลับ โทรศัพท์ของม่านไหมก็ดังขึ้น

กริ๊ง... กริ๊ง...

เห็นชื่อและเบอร์ของคนที่โทรเข้ามาหญิงสาวก็ยิ้มแก้มปริ

“ค่ะพี่ก้อง คิดถึงม่านเหรอคะถึงได้โทรมา” หญิงสาวพูดออกมาอย่างน่ารัก ส่วนคนมองอย่างปราชญานั้นก็ได้แต่เจ็บปวดใจ

‘ต้องคิดถึงอยู่แล้วสิครับถึงได้โทรหา แล้วนี่เห็นว่าเจอกับคุณปรายทำไมม่านไม่มาทานข้าวกับพี่ครับ’

ก้องเกียรติกรอกเสียงมาตามสายอย่างออดอ้อน

“ก็ม่านไม่อยากไปรบกวนพี่ก้องกับลูกค้าที่คุยงานกันนี่คะ ที่สำคัญพี่คีย์แฟนยายกิ่งและเพื่อนของเขาอย่างพี่ปราชญ์ก็จะมาทานข้าวด้วย ม่านจึงปฏิเสธไป” ม่านไหมบอกเล่าแก่เขา

‘ฮึ่ม! มีคุณปราชญ์ด้วยเหรอครับ’

“ใช่ค่ะ”

‘งั้นม่านต้องมาทานข้าวกับพี่สิ เฮ้อ! กลับพร้อมกันนะครับ พี่กำลังเดินไปลานจอดรถ ม่านอยู่ไหนทานข้าวเสร็จหรือยังเดี๋ยวพี่รอ’

“เรียบร้อยแล้วค่ะ งั้นเจอกันนะคะ”

ม่านไหมบอกคนที่อยู่ทางปลายสายยิ้ม ๆ ก่อนจะหันหน้ามายิ้มให้คนทั้งสามที่นั่งรอเธอคุยโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี

“ฉันกลับก่อนนะกิ่ง พี่ก้องบอกให้ฉันกลับพร้อมด้วยแล้ว ม่านขอตัวก่อนนะคะพี่คีย์พี่ปราชญ์”

“ครับน้องม่าน”

“ครับ เดินทางปลอดภัยครับ” ปราชญาบอก ม่านไหมหันไปยิ้มบาง ๆ ให้เขาแล้วเดินจากไป

ปราชญามองตามแผ่นหลังบางจนสุดสายตาแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ

แปะ แปะ

“ตัดใจเถอะไอ้ปราชญ์ น้องเขาคงไม่มองแกหรอก”

คีรินทร์ที่ทนเห็นสายตาเศร้าสร้อยของเพื่อนตัวเองไม่ไหวจึงตบไหล่ก่อนจะพูดปลอบใจ

“ฉันรู้ ฉันก็อยากตัดใจ เพียงแต่ว่า...”

ชายหนุ่มไม่พูดแต่สบตากับเพื่อนสนิทพลางสื่อความนัย กิ่งกมลที่นั่งมองทั้งสองอยู่นั้นก็สงสัย แต่เมื่อเธอลองถามกลับไม่ได้รับคำตอบจึงทำได้แค่เพียงตัดใจและรอดูต่อไปเท่านั้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED