“ดื่มเถิดจะทำให้เจ้าลืมอายและไร้ความเจ็บปวด”
รั่วหลานรับจอกน้ำมาดื่มด้วยความรู้สึกขมขื่นทั้งกลืนน้ำที่ให้สีแดงที่ไร้รสชาติลงคอ ท่านอากู้อันซึ่งเป็นผู้ดูแลหอบุปผาโปรยแห่งนี้เห็นว่านางตัวสั่นจนไม่อาจควบคุมได้ ก็บังเกิดความรู้สึกสงสารยิ่งนัก
ใบหน้างามไร้สีเลือดไปแล้ว กู้อันจึงได้จับมือของนางเอาไว้แล้วคลึงเบา ๆ
“หลันหลันเรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว อย่างไรก็ไม่อาจถอยได้อีกหากคิดหันหลัง มิใช่แค่มารดากับน้องชายของเจ้าที่ต้องเดือดร้อน ยังมีหอบุปผาโปรยของข้าอีก เจ้าคงจะไม่คิดถอยใช่หรือไม่”
หลันหลันคือชื่อที่ใช้ในหอบุปผาโปรยที่ท่านอากู้อันเป็นคนตั้งให้นางเมื่อสามปีก่อนซึ่งเป็นครั้งแรกที่นางเข้ามาขอทำงานยังสถานที่แห่งนี้
ทว่าแม้นางจะเข้ามาทำงานในหอนางโลม นางก็ขายเพียงฝีมือขับร้องเล่นดนตรีเท่านั้นไม่เคยคิดขายตัวกระทั่งบัดนี้ด้วยความจำเป็นจึงให้นางตัดสินใจคิดทำเรื่องนี้
รั่วหลานกัดริมฝีปากล่างของตนเองจนเจ็บ นางย่อมรู้ดีว่ามาถึงขั้นนี้แล้วไม่อาจจะถอยได้อีก
“ท่านอาข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะทำเต็มความสามารถ”
กู้อันยิ้มให้กำลังใจแล้วเอ่ยว่า
“นายท่านผู้นี้แม้จะดูเจ้าอารมณ์ไปบ้างทว่าเขากลับมีรูปโฉมเหนือสามัญ หญิงคณิกานางใดที่ได้รับใช้เขาเวลาต่อมามักจะกลายเป็นหญิงคณิกาอันดับหนึ่ง เจ้าโชคดีแล้วที่ได้ปรนนิบัติเขา”
วาสนาหรือไม่นางย่อมไม่รู้ ทว่ายามนี้ไม่อาจที่จะถอยได้อีกแล้วรั่วหลานสูดหายใจเข้าลึก หลังจากดื่มยาไปชั่วครู่นางก็รู้สึกว่าความตึงเครียดในร่างกายนี้ลดลงไปไม่น้อย
ท่านอากู้อันยังเกรงว่าหากนางยังมีท่าทางกังวลและดูไร้เดียงสาเช่นนี้จะทำให้นายท่านผู้นั้นไม่พอใจ จึงได้เอ่ยว่า
“เจ้ายิ้มให้ข้าดูสักหน่อย และบอกข้าให้ชื่นใจว่าจดจำสิ่งที่ข้าสอนมาได้แล้วใช่หรือไม่ ต้องปรนนิบัติแบบมืออาชีพ”
“ข้าจำได้เจ้าค่ะ จะไม่ทำให้ท่านอาผิดหวัง”
รั่วหลานพยักหน้ารับ พยายามที่จะฉีกยิ้ม แม้จะดูเสแสร้งไร้ความจริงใจก็ทำให้กู้อันพอใจยิ่ง
นั่นเป็นเพราะรั่วหลานผู้นี้มีรูปโฉมงดงามงดงามยิ่งนัก แม้จะเป็นรอยยิ้มจอมปลอมทว่าสามารถทำให้คนหลอมละลายได้โดยพลัน
“ดีแล้ว ยาที่เจ้าดื่มข้าได้มาจากแคว้นเหมิงนามสวรรค์ลืมเลือน เป็นยาที่ไม่เหมือนยาปลุกกำหนัดทั่วไป นอกจากจะทำให้เจ้ามีความสุขแล้วยังทำให้เจ้าไม่รู้จักความเจ็บปวด นับเป็นยาที่ราคาแพงยิ่งหากมิใช่เจ้าที่ไร้เดียงสาเพียงนี้ ข้าไม่มีทางที่จะให้ดื่มของแพงเช่นนี้เด็ดขาด”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านอา”
“เช่นนี้พวกเรารีบไปกันเถิด ไม่อาจปล่อยให้แขกคนสำคัญรอได้”
รั่วหลานยังคงเป็นกังวล
“ดะ เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านอา นายท่านผู้นี้เป็นคนเช่นไรเจ้าคะ ที่ข้าได้ยินมาว่าเขาเจ้าอารมณ์ยิ่งเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ว่ากันว่ามีนางโลมผู้หนึ่งเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะคนผู้นั้นมาแล้วจริงหรือไม่เจ้าคะ”
“เจ้าอย่าไปฟังความคนอื่นให้มาก เจ้างดงามเพียงนี้บุรุษเห็นล้วนอ่อนระทวย ขอเพียงเจ้าตั้งใจทำงานผู้ใดจะกล้าไล่เจ้ากัน”
กู้อันยิ้มให้กำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม
ความจริงคนผู้นี้มีชื่อเสียงเรื่องแท่งหยกทองคำ ไม่ว่านางโลมใดที่ผ่านการหลับนอนกับเขาแล้วมักจะกลายเป็นนางโลมอันดับหนึ่ง คนที่ตั้งฉายาก็คือหญิงคณิกาในหอนางโลมของนาง
แต่ผู้ใดจะสมบูรณ์แบบเพียงนั้นเล่า ในเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย แม้จะมีแท่งหยกทองคมแต่เขาเป็นคนที่มีอารมณ์ขึ้นลงยิ่งนัก หากคนที่เข้าไปปรนนิบัติทำให้เขาไม่พอใจเพียงเล็กน้อยก็มักจะถูกไล่ออกมาทันใด
มีหลายคราที่เขามาที่นี่แล้วไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปปรนนิบัติทำให้เขาบังเกิดอารมณ์เดือดดาล
เดิมทีเขายังมีอี้หงซึ่งเป็นอดีตหญิงคณิกาอันดับหนึ่งคอยดูแล ทว่าหลังจากเขาหายไปหนึ่งปีกลับมาอีกครั้งอี้หงก็ถูกนายท่านผู้หนึ่งไถ่ตัวไปเป็นอนุแล้ว จึงทำให้เขาไม่พอใจยิ่ง
หลังจากที่รู้ว่าอี้หงได้ถูกคนอื่นแย่งชิงไปแล้ว นายท่านผู้นี้ก็ดื่มเหล้าจนเมามาย ไม่ว่าสตรีใดก็ไม่สามารถทำให้เขาพอใจได้ ยังทำลายข้าวของในหอคณิกาจนพังยับเยิน บัดนี้ชื่อเสียงของเขายิ่งเลวร้ายลง ทำให้สตรีในหอล้วนหวาดผวา
ท่านอากู้อันไม่รู้ว่าเบื้องหลังคนผู้นี้เป็นผู้ใด แต่ดูจากท่าทางของเขาแล้วให้เดาว่าอาจจะเป็นคนชนชั้นสูงผู้หนึ่งที่มีอำนาจล้นฟ้า
ก่อนที่นายท่านผู้นี้จะมาที่หอบุปผาโปรยก็มักจะส่งคนมาแจ้งล่วงหน้านับเดือน และวันนั้นเขาจะเหมาหอนางโลมแห่งนี้ให้ลูกน้องของเขามาใช้บริการ ในยามที่เขามาที่นี่ทำให้กู้อันจำเป็นต้องปิดหอนางโลมเพื่อต้อนรับคณะของเขาตามคำสั่ง
คนผู้นี้ร่ำรวยมหาศาลและจ่ายไม่อั้น ไม่อาจละทิ้งได้ในเมื่อเขาสั่งให้ปิดและยอมจ่ายนางก็ไม่รั้งรอที่จะทำเช่นนั้น ดีเสียอีกนางไม่จำเป็นต้องให้นางโลมของนางเหนื่อยยากเรียกหาลูกค้ามาใช้บริการให้เปลืองน้ำลาย
เมื่อแม่นางอี้หงไม่อยู่ จำเป็นต้องหาคนมาแทน แต่ยามนี้สตรีในหอนางโลมของนางล้วนไม่ถูกใจเขาแล้วทำให้กู้อันร้อนรนยิ่ง
กู้อันหันไปมองมาก็เห็นว่าหลันหลันทำงานเป็นนางรำอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว หลันหลันยังเดือดร้อนเรื่องเงินจนต้องขอเบิกเงินล่วงหน้าและติดหนี้นางอยู่หลายร้อยตำลึง
สตรีที่งดงามและยังเชี่ยวชาญเรื่องขับร้องทั้งร่ายรำเช่นนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว
แม้หลันหลันจะไม่เคยรับแขกมาก่อน แต่นางก็เป็นเด็กช่างสงสัยก่อนหน้านี้ก็ได้ฝึกเรียนรู้เรื่องเหล่านี้มาไม่น้อย จึงไม่จำเป็นเริ่มต้นสอนกันใหม่ บัดนี้สามารถสอนเพิ่มเติมและทำงานได้เลย
แรกเริ่มหลันหลันปฏิเสธไม่ยอมรับงานนี้อยู่หลายวันแต่เมื่อจนตรอกแล้วจึงยินยอมในที่สุด
“หลันหลันเจ้าทำได้ข้าเชื่อเช่นนั้น”
หลังกล่าวจบกู้อันก็พาร่างเล็กงดงามของรั่วหลานตรงไปยังห้องใหญ่ที่สุดที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อนายท่านผู้ร่ำรวยโดยเฉพาะ
เมื่อถึงหน้าประตูอันวิจิตรหรูหรา ท่านอากู้อันก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสเท่าที่สตรีวัยสี่สิบสองปีจะทำได้
“นายท่าน ข้าพาแม่นางหลันหลันมาแล้วเจ้าค่ะ”
“เข้ามา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ด้านหน้ามีองครักษ์รูปร่างใหญ่ประดุจยักษ์ใบหน้าเหี้ยมเกรียมข่มขวัญคนสองคนเฝ้าอยู่ เมื่อได้ยินคำอนุญาตจากผู้ที่อยู่ด้านในประตูใหญ่จึงเปิดกว้างออกทันที
องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูผู้หนึ่งเอ่ยขึงขัง
“เข้าไปแล้วปรนนิบัติให้ดี หากเจ้าทำให้นายท่านผิดหวังอาจต้องโทษตัดหัว”
ท่านอากู้อันใบหน้าถอดสีนางจ้ององครักษ์ผู้นั้นอย่างหวาดกลัว แน่นอนว่านางตกใจยิ่งนัก ทว่าด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาเนิ่นนานเพียงนี้ทำให้ท่านอากู้อันในที่สุดก็ยิ้มแห้ง ๆ ออกมา
“แหม นายท่านผู้นี้อย่าล้อเล่นสิเจ้าคะ แม่นางหลันหลันของข้าบอบบางยิ่งนัก หากแยกแยะไม่ได้ว่าพวกท่านล้อเล่นคงได้เป็นลมล้มพับไปแล้ว”
คนทั้งสองเงียบกริบ สายตามิได้บ่งบอกว่าล้อเล่นแม้แต่น้อย คนที่ผ่านประสบการณ์โชกโชนเช่นท่านอากู้อันยังตกใจแทบฉี่ราด คงไม่ต้องเอ่ยถึงรั่วหลานบัดนี้นางแทบอยากจะหันหลังวิ่งหนีไปในทันใด
รั่วหลานหันไปมองท่านอากู้อันด้วยสายตาขลาดเขลา นางบังเกิดความกลัว จนไม่อาจก้าวขาเข้าไปด้านในได้
ท่านอายกมือขาวลูบหลังของนางแผ่วเบา ทั้งส่งยิ้มแกมส่งสายตาบังคับพร้อมกับเอ่ยว่า
“แม่นางหลันหลันเจ้าเข้าไปเถิด อย่าให้นายท่านต้องรอนาน พี่ชายท่านนี้ก็แค่ล้อเล่นไม่มีผู้ใดคิดฆ่าฟันกันในสถานเริงรมย์เป็นแน่ หากใจไม่สงบก็ให้คิดถึงมารดาและน้องชายของเจ้าเอาไว้แล้วเจ้าจะดีขึ้น”
คำแนะนำของกู้อันย่อมได้ผล ยังมีมารดาและน้องชายที่รอนางอยู่ แต่อย่างไรก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี
รั่วหลานตัวสั่นนางเห็นสายตาของคนที่เฝ้าประตูแล้ว มองอย่างไรก็มิใช่เรื่องล้อเล่น หากนางทำสิ่งใดผิดหรืออาจจะถูกตัดหัวจริง ๆ
จากนั้นมือเรียวของท่านอากู้อันก็กึ่งผลักกึ่งดันให้นางก้าวเข้าไป หลันหลันสูดหายใจเข้าลึก ด้านในมีแสงเรืองรองของตะเกียงน้ำมันส่องสะท้อนเงาคนให้ทอดยาวออกมาราวกับเงาของภูตผี
นางแข็งใจเดินเข้าไปด้านในเมื่อก้าวพ้นธรณีประตูองครักษ์ทั้งสองก็ปิดประตูตามหลังอย่างรวดเร็ว
หากเป็นยามปกติอากาศด้านในห้องต้องอบอุ่นกว่าด้านนอกมาก อย่างไรในห้องนี้ก็เป็นห้องพิเศษด้านล่างเป็นพื้นอุ่นที่ได้รับการเติมถ่านจนเต็ม
ทว่าบัดนี้รั่วหลานกลับรู้สึกหนาวยิ่งนัก อาภรณ์ที่นางสวมเป็นอาภรณ์ที่ตัดเย็บมาเป็นพิเศษเพื่อนาง เนื้อผ้าเป็นไหมลื่นผืนบาง หากถอดเสื้อคลุมออกจะสามารถมองเห็นสัดส่วนอันงดงามของนางได้อย่างชัดเจน
ไม่รู้ว่ายามนี้มีลมพัดมาจากที่ใดจึงได้หอบเอาไอเย็นเสียดผิวเข้ามาด้วย ขนอ่อนของรั่วหลานลุกชันจนผิวเนียนตั้งเป็นตุ่ม หัวใจเต้นระรัวจะแทบจะหลดออกจากอก
นางมองแผ่นหลังของนายท่านผู้นั้นที่บัดนี้ยืนชื่นชมภาพวาดฝาผนังขนาดใหญ่อย่างตั้งอกตั้งใจโดยไม่สนใจนางเลยแม้แต่น้อย
เขาอยู่ในชุดขาวตัวในเนื้อผ้าบางยิ่งจนสามารถมองเห็นมัดกล้ามงดงามที่แผ่นหลังใหญ่ได้อย่างชัดเจน
นางยอมรับว่าไม่เคยเห็นบุรุษใดที่มีรูปร่างองอาจงดงามเท่านี้มาก่อน ที่เท้าเปลือยเปลือยเปล่าไม่สวมกระทั่งถุงเท้าป้องกันไอเย็น คล้ายร่างกายใหญ่โตนั้นไร้ซึ่งความหนาวโดยสิ้นเชิง
นางพินิจมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกตื่นกลัว คนผู้นี้มีเรือนร่างสูงกำยำผมของเขาถูกปล่อยยาวสยายคลอเคลียเป็นเงาสะท้อนแสงไฟยาวจนเกือบถึงกลางหลัง เขาสูงกว่านางถึงช่วงตัวกระทั่งนางต้องแหงนเงยมองด้านบนศีรษะของเขา
นางกวาดสายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอความสูงส่งที่แผ่ออกมาจากรอบกาย ไม่ผิดจากที่ท่านอากู้อันเอ่ยไว้แม้แต่น้อย
รั่วหลานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท่าทางเย็นชาประดุจน้ำแข็งพันปีนั้นกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความงามของภาพวาดนางจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยปากรบกวนเขา
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้ากระทั่งสุ้มเสียงทุ้มต่ำกดดันเอ่ยขึ้น
“เข้ามาเนิ่นนานเพียงนี้ ยังไม่ทำสิ่งใดอีก เห็นชัดว่าเจ้าอ่อนหัดยิ่งนัก กู้อันผู้นั้นคุยโวโอ้อวดว่าเจ้าเป็นสตรีบริสุทธิ์สาวงามอันดับหนึ่ง ที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ข้าจึงยอมจ่ายราคาแพงลิ่ว เห็นทีว่าจะเป็นเพียงลมปาก ไสหัวไปให้ไกลสายตาของข้าแล้วหาคนใหม่มา ก่อนที่ข้าจะมีโทสะ”
รั่วหลานตกใจแทบสิ้นสติ เพราะนางกลัวเกินไปจึงไม่กล้าที่จะทำสิ่งใดจึงได้แต่ยืนนิ่งเหมือนคนไร้สติกระทั่งทำให้เขาบังเกิดโทสะ
ทว่าหากเขาไล่นางออกไปทุกสิ่งทุกอย่างของนางก็จบสิ้นแล้ว
ท่านแม่ของข้า น้องชายของข้าจะทำเช่นไร ไม่ได้ข้าไม่อาจออกไปได้
เมื่อคิดถึงน้องชายและท่านแม่ของตนดูเหมือนว่านางจะกล้าหาญขึ้นมาโดยพลัน
“มะ ไม่ได้ ขะ ข้าจะออกไปไม่ได้เป็นอันขาด นายท่านอย่าไล่ข้าเลยนะเจ้าคะ”
เขาหันขวับมามองนาง ใบหน้านั้นหล่อเหลาชวนให้ตกตะลึงทว่าเยือกเย็นจนชวนให้หายใจไม่ออก เขามองสตรีร่างบางที่มีท่าทางตื่นตระหนกด้วยสายตารำคาญยิ่ง
“หากยังไม่ยอมออกไป แล้วข้าเผลอสังหารเจ้าก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
“นะ นายท่านเจ้าขาได้โปรดอย่าไล่ข้าออกไปเลยนะเจ้าคะ เป็นข้า...เป็นข้าที่ผิดเองเจ้าค่ะ...นายท่านได้โปรดให้โอกาสข้าอีกสักครั้งเถิดนะเจ้าคะ”
นางเอ่ยขึ้นอย่างน่าเวทนา ทว่าคนผู้นั้นกลับกดเสียงต่ำเอ่ยว่า
“ไส...หัว...ไป”
นางคุกเข่าลงกลั้นสะอื้นแล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมกับถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นร่างกายงดงามที่อยู่ภายใต้ชุดผ้าไหมสีอ่อนโปร่งบางจนชวนให้ตกตะลึง
นางกลั้นหายใจแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น
“หากข้าเดินออกไปจากห้องนี้ก็ไม่ต่างอันใดจากการถูกสังหาร เช่นนั้นท่านก็ฆ่าข้าเถิดเจ้าค่ะ”
ดูเหมือนว่านายท่านผู้นั้นจะนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนที่เขาจะทิ้งร่างสูงลงบนเก้าอี้จ้องร่างงดงามของสาวน้อยด้วยใบหน้าเฉยชา มุมปากข้างหนึ่งของเขายกยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะดึงกระบี่ที่ห้อยอยู่ข้างเอวสอบออกจากฝักพาดเข้าไปที่ลำคอของรั่วหลานทันใด
“พร้อมตายเช่นนั้นหรือ”
หัวใจของรั่วหลานเต้นแรงยิ่ง โลหะสีเงินคมกริบกำลังสัมผัสกับเนื้อคอขาวร่างกายของนางสั่นขึ้นทันใด ทว่าความรู้สึกนี้มิใช่ความหวาดกลัวแต่กลายเป็นความรุ่มร้อนในอกอย่างประหลาด
หรือว่ายาที่นางดื่มเข้าไปจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว
นายท่านผู้นั้นกดแรงกระบี่อีกเล็กน้อยส่วนคมกริบของกระบี่ก็บาดผิวเนื้อขาวกระทั่งเกิดรอยแผลเล็ก ๆ และบังเกิดเลือดสีแดงซึมออกมาอย่างฉับพลัน
นางหารู้ไม่ว่าบัดนี้ประกายในดวงตาของนางนั้นเปลี่ยนไปแล้ว มิได้ขลาดเขลา มิได้หวาดหวั่น ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและต้องการ
ดวงตาของนางพร่าเลือนยามที่เงยหน้าขึ้นมองเขากลับสามารถจับจ้องริมฝีปากของเขาได้อย่างชัดเจน
นางได้รับการถ่ายทอดวิชาบนเตียงมาทั้งหมด ไม่ว่าสิ่งใดล้วนเห็นมากับตาเพียงแต่มิเคยได้ลงมือกระทำจริง ๆ แม้แต่คราเดียว
ไม่ผิดที่เขาเอ่ยว่าท่านอากู้อันอบรมนางมาอย่างดี ยามนี้นางรู้สึกร้อนรุ่มอย่างที่เคยเป็นมาก่อน ภาพในหัวเหล่านั้นกำลังวนเวียนกระตุ้นกำหนัดในกายให้พุ่งสูง
นายท่านยังออกแรงกดกระบี่มากขึ้น นางรู้สึกเจ็บปนเสียวที่ลำคอ แต่หัวใจกลับตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด
ของเหลวจากบาดแผลไหลออกมาอาบไล้คมกระบี่บริเวณคมกริบให้กลายเป็นสีแดง
คนผู้นั้นหัวเราะอย่างน่าหวาดหวั่น ในที่สุดเขาก็ยอมดึงกระบี่ออกจากลำคอขาว
“ในเมื่อเจ้ากล้าร้องขอก็ได้ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกสักครา หากเจ้าทำให้ข้ารำคาญแม้แต่เพียงเล็กน้อยข้าได้สังหารเจ้าจริง ๆ แน่”
เขาเก็บกระบี่ของตนแล้วเอนกายพิงพนักท่าทางผ่อนคลาย เส้นตึงเคร่งเครียดที่ระบายบนใบหน้าค่อย ๆ คลายลงทีละเส้น
สวรรค์ลืมเลือนที่รั่วหลานดื่มเข้าไปนั้นมีปริมาณเพียงเล็กน้อย จึงไม่ได้ทำให้สติของนางเลือนหายไปทั้งหมดทว่าหากต้องผิวเนื้อของบุรุษจะทำให้นางรุ่มร้อนและกลายเป็นยอดหญิงคณิกาตามที่กู้อันต้องการ
ยามนี้สิ่งที่เคยได้เรียนรู้มา จำเป็นต้องนำออกมาใช้ปรนนิบัติคนผู้นี้ นางค่อย ๆ คลานเข้ามาหาเขาช้า ๆ และหยุดเมื่อนั่งห่างจากเขาเพียงไม่กี่ชุ่น[ ชุ่น เป็นการวัดระยะความยาวของจีน 1 ชุ่น ประมาณ 3.33 เซนติเมตร . ]
ดวงตาแข็งกร้าวค่อย ๆ อ่อนแสงลงเมื่อจ้องดูร่างงามไร้ที่ติเต็มสองตา ไม่รู้ว่าหลันหลันสตรีนางนี้จะรู้ตัวหรือไม่ว่ากิริยาท่าทางและใบหน้าของนางนั้นช่างแสนเย้ายวนใจ
เขาแยกขาออกกว้างข้อศอกวางที่หน้าขาของตนเองโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย
“เข้ามาอีกหน่อย”
รั่วหลานขยับร่างอีกเพียงเล็กน้อยปลายถันของนางก็แทบจะสัมผัสกับปลายจมูกโด่งแล้ว
และยามนั้นนางบังเกิดความรู้สึกประหลาด จึงเอนกายเข้าหาเขาอีกเล็กน้อยจงใจให้ยอดถันของนางสัมผัสกับจมูกโด่งงดงามของเขา
เพียงแค่สัมผัสเสียดสีเบา ๆ นี้ รั่วหลานรู้สึกถึงความเสียวซ่านไหลเวียนไปทั่วร่างและบังเกิดความรู้สึกรุนแรงที่จุดกึ่งกลางร่างกายอย่างน่าละอาย
จู่ ๆ นิ้วของเขาก็ขยับต่ำลงสัมผัสไต่ไล้ไปที่เนินดอกไม้ที่ชุ่มฉ่ำ
เพียงสัมผัสแผ่วเบาก็ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ส่งเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ซี้ด อา ขะ ข้า เสียว”
เขาคลึงนิ้วอยู่บริเวณกลีบเนื้อเล็กน้อยกระทั่งสัมผัสได้ถึงน้ำใสลื่นมือ เขาดึงนิ้วออกมาแล้วถูดไถนิ้วไปมาเบา ๆ มองนิ้วที่ชุ่มฉ่ำวาวด้วยน้ำหวานของนางแล้วเอ่ยเสียงแหบเครือ
“หึ ร่านเร็วยิ่งนัก เช่นนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย”
เขาเห็นอารมณ์ต้องการในดวงตาคู่งามของนาง ทั้งปลายถันที่แข็งตั้งขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพียงแค่สัมผัสปลายจมูกของเขาเท่านั้น
เขาจ้องมองป้านหัวนมที่ดันตัวเป็นตุ่มแข็งออกมาจากเนื้อผ้าผืนบาง ที่บางกระทั่งเขาสามารถมองเห็นหัวนมและถันใหญ่ได้ชัดเจน
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ป่าปนกลิ่นคาวเลือดเล็กน้อยลอยอ้อยอิ่งเข้ามาแตะจมูก แท่งหยกของเขาผงกหัวคึกขึ้นมาอย่างน่ากลัว ทั้ง ๆ ที่เขาสัมผัสนางเพียงเล็กน้อยกลับทำให้เขาคึกคักต้องการได้เพียงนี้
ดวงตาของเขายังจับจ้องอยู่ที่เต้าคู่งามราวกับต้องการจะดูฝีมือของนางว่านางต้องทำเช่นใด
รั่วหลานเริ่มเรียนรู้สายตาของบุรุษมาตั้งแต่สามปีที่แล้วหลังจากที่นางพ้นวัยปักปิ่นแล้วเดินตรงเข้ามาทำงานที่นี่
บัดนี้แม้ว่านางจะยังมีความรู้สึกเขินอายทว่านางก็ต้องทำให้เขาพึงพอใจให้มากที่สุด
อุ้งมือนุ่มนิ่มค่อย ๆ ยกขึ้นแล้วกอบกำเต้านมของตนเองเอาไว้ นางขยำยั่วเย้าเขาเบา ๆ แล้วดันเต้านมขึ้นมาใกล้ริมฝีปากตนเองจากนั้นเขาก็เห็นเรียวลิ้นเล็กกำลังยั่วยวนเขาด้วยการแลบออกมาไล้เลียปลายถันของตนเองพร้อมกับครางเสียงหวาน
ริมฝีปากของนางแต้มชาดเอาไว้จนกลายเป็นสีแดงจัดซึ่งเป็นสีเดียวกับเรียวลิ้นเล็กนุ่มนิ่มในยามที่นางตวัดลิ้นเลียพร้อมกับสีหน้ายั่วเย้านั้นทำให้สายตาแข็งกร้าวค่อย ๆ เติมเต็มไปด้วยความต้องการ
เขานั่งมองภาพเร้าอารมณ์อย่างตกตะลึง ชีวิตความเป็นหนุ่มของเขาผ่านสตรีมาตั้งแต่อายุเพียงสิบสี่ปี หลายปีมานี้นอกจากสงครามที่เขาทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นแล้วก็หามีสิ่งใดที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้อีก
ราวกลับว่าบัดนี้เขาได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กชายสิบสี่ปีผู้นั้นอีกครา
นางได้ยินเสียงของเขาสูดลมหายใจเข้าลึก สองตาคมยังตรึงติดอยู่ที่ปลายลิ้นของนางที่บัดนี้เปลี่ยนมาเลียปลายถันอีกข้าง สองมือของนางยังกอบโกยเต้าถันขึ้นมายั่วยุกระตุ้นเร้า นิ้วเรียวทั้งดันทั้งคลึงเฟ้นฟอนตนเองต่อหน้าเขา ความอับอายถูกกดข่มเอาไว้ไม่ให้เผยออกมา
“ข้าทำเช่นนี้ท่านชอบหรือไม่เจ้าคะ”
นางมองเขาด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้ม ยิ่งเห็นนายท่านผู้นี้เลียริมฝีปากด้วยอาการกระหายอยากก็ยิ่งทำให้นางบังเกิดความรู้สึกบ้าคลั่งขึ้นมา
“เต้าของเจ้างดงาม ท่าทางยั่วยวนยิ่ง นับว่าทำได้ไม่เลว”
นี่สามารถนับเป็นคำชมได้หรือไม่ ทว่านางยังไม่ทันได้คิดสิ่งใดต่อไป ใบหน้าของเขาก็พลันโน้มลงมาสัมผัสที่ลำคอขาวผ่อง เขาแลบลิ้นออกมาไล้เลียบาดแผลอันเกิดจากคมกระบี่ของเขาเบา ๆ
นางรู้สึกเสียวซ่านปนความรู้สึกแสบร้อนบริเวณบาดแผล แต่ก็เป็นอาการที่พอทนไหว ยังสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดซอกคอ ลมหายใจที่ทำให้ร่างกายของนางอ่อนระทวย
เขาซึมซับกลิ่นดอกไม้ป่าปนกับกลิ่นคาวเลือดเข้าไปจนเต็มปอด หลังจากที่เลียทำความสะอาดแผลเล็กกระทั่งลำคอของนางสะอาดแล้วจึงเอ่ยว่า
“แอ่นถันของเจ้าขึ้นมา”
นางแอ่นอกขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากของเขาก็ผวาลงมาดูดปลายถันข้างหนึ่งของนางเข้าไปจนเต็มปากเต็มคำ
“ซี้ด อืม”
รัวหลานหลุดเสียงครางออกมาโดยพลัน ยิ่งยามที่เขาตวัดลิ้นเลียไปรอบ ๆ ก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่ม นางได้ยินเสียงเขาดูดดึงเต้าของนางอย่างชัดเจน ทั้งอีกมือก็กุมขยำเต้าอีกข้างเป็นจังหวะ
เนื้อผ้าบางบริเวณเต้านมเปียกชื้นไปด้วยน้ำลายจากการดูดดึงของเขา ยิ่งเผยให้เห็นเนินเนื้อขาวผ่องมากยิ่งขึ้น
เขาขยับห่างออกมามองด้วยสายตากระหาย เมื่อสักครู่เขายังรู้สึกหงุดหงิดกับความเงอะงะของนางยิ่งนัก ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกดีเหลือเกินที่นางเป็นเช่นนี้
เขาย่อมรู้ว่านางคงได้ดื่มยาปลุกกำหนัดมาบ้างทว่ากู้อันผู้นั้นช่างเก่งกาจในการคำนวนปริมาณยายิ่งนัก
กู้อันมิได้ให้นางดื่มมากจนเกินงามล้นแต่ให้ดื่มเพียงเพื่อปลุกความต้องการในร่างกายของนางให้ออกมาเท่านั้น
ทำให้นางยังดูกล้า ๆ กลัว ๆ และยังมีความขวยเขินอยู่เล็กน้อยซึ่งทำให้สตรีนางนี้ดูบริสุทธิ์และน่ารักน่าเสน่หาขึ้นมาไม่น้อย
เขาอ้าปากกว้างแล้วขยับมาดูดเต้าของนางอีกข้าง ปลายนิ้วปั่นคลึงปลายถันของนางอย่างช้า ๆ ริมฝีปากละเลียดกลืนกินเต้าขาวนุ่มนิ่ม
“อา อร่อยยิ่ง”
รั่วหลานรู้สึกว่าร่างกายของตนเองปั่นป่วนยิ่งนัก มือของนางบัดนี้ยังลูบไล้หลังคอของเขาอย่างกล้าหาญ ความชุ่มฉ่ำกำลังเล่นงานบริเวณหว่างขาของนางรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่เร่าร้อน
ริมฝีปากของเขากำลังกระตุ้นความร้อนรุ่มของนางให้ค่อย ๆ เดือดพล่าน ลมหายใจของนางหอบสะท้านเผลอดึงใบหน้าของเขาเข้ามาชิดอกอย่างลืมตัว
สองมือใหญ่บัดนี้ยกร่างเล็กขึ้นมานั่งคล่อมร่างของเขา ดันช่วงกึ่งกลางลำตัวให้บดเบียดกับลำแข็งยาวของตนเอง
เขายังไม่ผละออกจากเต้าคู่งาม ท่าทางหลงใหลและโหยหาราวกับกลืนกินเท่าใดก็ไม่ทำให้เขารู้สึกอิ่ม
“ยกก้นของเจ้าขึ้น”
นายท่านสั่งเสียงแหบพร่าก่อนจะฉกลิ้นดูดเต้าของนางสลับไปมา รั่วหลานครางในลำคอ ยกสะโพกของตนเองขึ้นมาเล็กน้อยราวกับต้องมนต์
นายท่านดึงแท่งหยกใหญ่ของตนเองออกมา เงยหน้าขึ้นกัดที่ปลายคางของนางแรง ๆ จนนางร้องซี้ด
สองนิ้วล้วงเข้าไปสัมผัสกลีบนุ่มแล้วแยกกลีบออกจากกัน จากนั้นจึงกดร่างเล็กให้นั่งลง กลีบเนื้อจึงคาบแท่งหยกของเขาเอาไว้ประดุจปากสุนัขที่กำลังงับกระดูกชิ้นโต
ความรู้สึกคราแรกที่ได้สัมผัสก็คือเสียวจนร่างสั่นสะท้าน
“ซี้ด อืม อา”
นางเคยได้ยินนางโลมผู้อื่นเล่าให้ฟังเมื่อยามที่ติ่งไตนี้เสียดสีกับแท่งเนื้อทำให้เสียวจนใจแทบขาด ทั้งยังได้ดูการร่วมรักของพวกนางกับแขกที่มาเที่ยวอยู่หลายคราก็ยังคิดภาพไม่ออกว่าจะเสียวมากเพียงใด
ทว่าบัดนี้นางเข้าใจแล้วว่าไยคนพวกนั้นจึงมีสีหน้าบิดเบี้ยวเช่นนั้นได้
“ควบไถแท่งหยกของข้าสิ ทำให้ข้าพอใจ”
นิ้วหัวแม่มือของเขายังคลึงวนปุ่มกระสันให้นางบังเกิดความปรารถนาที่มากขึ้นและหลั่งน้ำออกมามากยิ่งขึ้น ความเปียกลื่นช่วยกระตุ้นกำหนัดได้เป็นอย่างดี
“อา ซี้ด นายท่านเจ้าขา หลันหลันแย่แล้ว ซี้ด”
นางครางระงมด้วยความเสียวซ่าน
“บดสะโพกของเจ้าเร็วเข้า เจ้าจะรู้สึกดียิ่งขึ้น”
“อื้ม เจ้าค่ะ”
รั่วหลานไม่รอช้านางบดเบียดสะโพกแล้วขยับถูไถแท่งหยกไปมา นางยังไม่เห็นแท่งหยกของนายท่านผู้นี้ชัดเจน ทว่านางกลับสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตของมันแบบที่นางคิดว่าไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ลำใหญ่ทั้งยาวทั้งอวบ
“อืม ซี้ด”
นางคงทำได้ดีจึงทำให้คนผู้นั้นบังเกิดความเสียวซ่านจนต้องเปล่งเสียงครางออกมา
โดยปกติแล้วซีห่าวไม่เคยมอบจุมพิตให้สตรีใดได้โดยง่าย
ทว่าบัดนี้กลีบปากแดงระเรื่อกำลังอยู่เบื้องหน้าของเขา ในยามที่นางอ้าปากส่งเสียงครางยิ่งกระตุ้นเร้าให้เขาปิดเสียงของนางด้วยริมฝีปากของเขา
เขาครางเสียงแหบต่ำ
“ซี้ด ไยเจ้าจึงน่าเอาเช่นนี้ น่าเอาจนข้าแทบจะทนไม่ไหวแล้ว”
ท่าทางของนางมิได้เชี่ยวชาญตามราคาคุยเลยแม้แต่น้อย หากเปรียบเทียบกับนางโลมผู้อื่นที่เขาเคยพบมาก็อ่อนด้อยยิ่ง
เขาผ่านนางโลมบริสุทธิ์มาไม่น้อยแต่ไม่เคยมีผู้ใดถูกใจเขามากเพียงนี้
สองมือของเขายังคลึงที่ถันทั้งสองข้างของเขา ลิ้นเล็ก ๆ ของนางแลบออกมาแล้วตวัดเลียริมฝีปากของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า
นางไม่ได้พยายามพุ่งเข้ามาจูบเขา ทว่ากำลังเรียกร้องเชิญชวนให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาหานาง
ร่างของเขาสะท้านยะเยือกด้วยความเสียวซ่าน ในขณะที่รั่วหลานนั้นก็รู้สึกหวิวไปทั้งร่างในยามที่เขาคลึงเคล้าบีบบี้ปลายถัน ทั้งยังเป็นนางที่กำลังถูไถร่องรักเปียกชื้นไปตามลำแข็งของแท่งหยกขนาดใหญ่ที่กลีบเนื้อของนางกำลังคาบอยู่
ยามนี้นางรู้สึกว่าเปลือกตาของนางหนักอึ้งจากความรัญจวนใจที่ไหลผ่านไปทั่วร่างกาย
“อา นายท่านเจ้าขา ข้าเหมือนจะตายแล้วเจ้าค่ะ”
ใช่ นางกำลังจะเสร็จสมสิ่งที่เคยได้ยินบัดนี้ล้วนเกิดขึ้นกับตัวของนางแล้ว
เขายกมุมปากแสยะยิ้ม
“คิดจะขึ้นสวรรค์ง่ายดายเพียงนี้หรือ เจ้าช่างร่านนัก ขยับเร็วขึ้นอีกสิ ข้าอยากเห็นว่าในเวลาเสร็จสมเจ้าจะมีใบหน้าเช่นใด”
นางขยับร่างกายเร็วขึ้น มือแกร่งช่วยขยับสะโพกของนางเป็นจังหวะ นับว่าเขามิได้แล้งน้ำใจเมื่อก้มลงมาดูดกลืนยอดอกของนางเพื่อช่วยให้นางเสร็จสมเร็วขึ้น
ยิ่งเขาเลียนางมากเท่าใดร่างกายของนางก็ยิ่งทวีความร้อนจัด เขาดูดดุนคลึงเคล้าสองเต้าสลับกันด้วยความชำนาญยิ่งนัก
รูสวาทของนางชุ่มฉ่ำ เนื้อนุ่มภายในร่องรักบีบเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง นางแอ่นอกให้เขาดูดกลืนจนร่างแอ่นเอน
สองมือโอบรอบร่างแข็งแกร่งเอาไว้แนบแน่น
“ซี้ด นายท่านเจ้าขา อา ข้ารู้สึกแปลกยิ่งนัก ซี้ด เสียว อืม”
เขาหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยว่า
“ยื่นเต้าของเจ้ามาอีก อา อืม เลียเช่นนี้ กินเช่นนี้ช่างอร่อยเหลือเกิน”
เขายังทำเสียงงึมงำอยู่ที่ยอดอกของนาง น้ำหวานไหลออกมาจากร่องรักไหลเยิ้มเปียกชุ่มและลื่นยิ่งนัก
และครานี้คนทั้งสองเริ่มหายใจระรัว นางถูกเขาดูดเต้าจนเจ็บและช้ำทว่าความรุนแรงนั้นกลับทำให้นางรู้สึกดียิ่งนัก
กระทั่งนางกรีดร้องเมื่อร่างกายปลดปล่อยน้ำรักออกมาเป็นครั้งแรก
และเหมือนว่าร่างกายของซีห่าวจะตอบรับสตรีนางนี้ด้วยเช่นกัน เขาถูกนางถูไถมาเป็นเวลาพอสมควรบัดนี้อารมณ์ก็พุ่งสูงขึ้นจนทนไม่ไหว
เขากัดเต้าของนางข้างหนึ่งอย่างแรง ขยับสะโพกสองสามคราเสียดสีกับกลีบเนื้องดงามโดยมิได้สอดใส่เข้าไป ก็ปลดปล่อยน้ำรักสีขุ่นออกมาพร้อมกับเสียงครางแหบโหย
นี่จึงนับว่าเป็นคราแรกที่เขาเพียงแค่ถูกสตรีนำร่องรักมาถูไถแก่นกายเช่นนี้แล้วทำให้ถึงจุดสุดยอดได้เร็วเพียงนี้
รั่วหลานหอบหายใจทั้งกอดเขา ใบหน้างามบัดนี้เคลียคลออยู่ที่แก้มสาก
“ข้าเป็นอันใดเจ้าคะ นายท่านข้า...รู้สึกดียิ่งนัก...อยากได้อีกเจ้าค่ะ”
คำถามไร้เดียงสาถูกถามออกมาจากปากของนางโลมอันดับหนึ่งของหอบุปผาโปรยนั้นช่างไม่เหมาะสมยิ่ง นางสมควรรู้มากกว่านี้มิใช่หรือ
ถึงนางจะยังไม่เคยผ่านการร่วมรักกับผู้ใดมาก่อน ทว่าเรื่องประเภทกอดจูบลูบคลำกระทั่งน้ำแตกและเสร็จสมนั้นหลันหลันผู้นี้ไม่เคยมาก่อนเลยหรือไร
“เจ้าไม่เคยน้ำแตกหรือ จึงได้ถามเช่นนี้”
รั่วหลานก้มหน้า ใบหน้าของนางเป็นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย
“ขะ ข้าไม่เคยเจ้าค่ะ”
“อ่อนหัด”
คำนี้ทำให้นางตกใจยิ่งนัก เกรงว่าจะถูกขับไล่ออกไปอีก หารู้ไม่ว่าบัดนี้ซีห่าวกลับรู้สึกว่าตนเองกำลังหลงใหลกับความไร้เดียงสาของนางไปเสียแล้ว
เดิมทีเขาคิดว่าแม้นางจะงามแต่คงจะน่าเบื่อไม่น้อย ทว่าเมื่อได้สัมผัสนางจริง ๆ กลับทำให้รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
และบัดนี้เขายังบังเกิดความต้องการบางอย่างขึ้นมาโดยพลัน
เขาต้องการสอนนางให้รู้จักบทรักบนเตียง เขาอยากให้นางจดจำครูคนแรกของนางซึ่งก็คือเขาไปจนตาย
ก้อนทองหนึ่งหีบที่ซื้อตัวนางวันนี้เดิมทีคิดว่าอาจจะไม่คุ้มค่า ทว่าบัดนี้เขาคิดว่าตนเองได้กำไรแล้ว
“หลันหลัน เช่นนั้นข้าจะสอนเจ้าเอง ต่อไปเจ้าจะได้กลายเป็นนางโลมอันดับหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดสู้เจ้าได้ ไม่ว่าสิ่งใดข้าจะสอนเจ้าทั้งหมด”
รั่วหลานเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเผลอไผลเอ่ยเสียงเบาหวิว
“สอนข้าหรือเจ้าคะ ท่านไม่ฆ่าข้าแต่จะสอนข้าหรือ”
ซีห่าวพยักหน้า
“ใช่ นายท่านผู้นี้จะสอนเจ้าเอง ทำให้เจ้าน้ำแตกอีกหลาย ๆ ครา เสร็จสมจนเจ้าเหยียบสวรรค์นับครั้งไม่ถ้วน ดีหรือไม่”
นางเงยหน้าปรือตามองเขาอย่างไร้เดียงสา บัดนี้อารมณ์ของนางถูกครอบครองไปด้วยฤทธิ์ของสวรรค์ลืมเลือนไปแล้ว
“ดีเจ้าค่ะข้าอยากได้อีก”
สองร่างต่างกอดกันกลม ซีห่าวยังมิได้ถอดเสื้อผ้าของตนเองด้วยซ้ำ มีเพียงแท่งหยกที่ถูกควักออกมาจากกางเกงนางก็มีความสามารถทำให้เขาสุขสมแล้ว
ยามนี้เขาเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่อยู่ในอ้อมกอด เขาเผลอไผลกระทั่งทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำกับสตรีอื่นมาก่อนนั่นก็คือ จูบนาง
เขาเปิดริมฝีปากของนางด้วยปลายลิ้น รั่วหลานเคยได้ทดลองจูบมาแล้วหลายคราแต่มิใช่กับบุรุษใด เป็นเพียงการทดลองปฏิบัติกับกล้วยผลหนึ่ง ฝึกฝนว่าต้องตวัดลิ้นเลียเช่นใด
กล้วยไม่เหมือนลิ้นคนที่แสนอ่อนนุ่มและยังมีอุณหภูมิที่เร่าร้อนจึงทำให้บังเกิดความรู้สึกแปลกใหม่ยิ่งนัก
ดังนั้นความเชี่ยวชาญที่นางคิดว่าตนเองมีอยู่นั้น บัดนี้เมื่อเจอเข้ากับสถานการณ์จริงกลับเป็นเพียงเรื่องขบขัน
จุมพิตของนางสะเปะสะปะยิ่งนัก แต่กลับสามารถกระตุ้นเร้าอารมณ์ของซีห่าวให้ร้อนรุ่มขึ้นมาจนแท่งหยกตั้งชันอีกครา
กลีบเนื้อของนางยังคงคาบชิ้นเนื้อใหญ่อยู่ เมื่อสักครู่หลังจากมันคายน้ำจนก้นของนางเปียกชื้นแล้วก็อ่อนตัวลงไปเล็กน้อย บัดนี้ดูเหมือนว่ามันจะแข็งชันขึ้นมาอีกครา
“อา ซี้ด”
เมื่อของแข็งสัมผัสกับติ่งเสียวกระสัน ทำให้รั่วหลานเริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง
“อ้าปาก ดูดลิ้นของข้า ไม่ว่าข้าทำเช่นไรเจ้าต้องเลียนแบบให้ดี แบบนี้จะทำให้บุรุษพึงพอใจในตัวเจ้า”
“อื้อ เจ้าค่ะ”
ร่างกายร้อนผ่าวยิ่งร้อนขึ้นไปอีกเมื่อลิ้นนุ่มนิ่มสัมผัสกัน รั่วหลานไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองจะสามารถร้อนเร่าได้เพียงนี้
เรื่องนี้สามารถโทษยาปลุกกำหนัดได้หรือไม่ นางสงสัยยิ่ง ว่าเป็นที่ตัวนางที่ร้อนแรงหรือว่าเป็นเพราะสิ่งที่ท่านอากู้อันให้ดื่มเข้าไปกันแน่
บัดนี้ถูกปลายลิ้นของซีห่าวรุกไล่จุมพิตดูดกลืนแลกลิ้น นางทั้งถอยทั้งรับอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไรแล้ว บัดนี้ร่างจึงระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“อา นายท่าน ข้าเสียวอีกแล้วเจ้าค่ะ”
“นั่นไม่นับว่าที่สุด ทว่าบัดนี้ถึงเวลาเสียวของจริงแล้ว”
เขาปล่อยปากของนางแล้วขยับกายเล็กน้อยอุ้มรั่วหลานให้นั่งบนเก้าอี้แทนตนเอง จากนั้นเป็นเขาที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าจับขาของนางแยกออกให้วางอยู่บนที่เท้าแขนทั้งสองข้าง
“นะ นายท่าน จะ ทำสิ่งใดเจ้าคะ”
“ทำให้ข้าพอใจ และทำให้เจ้ายิ่งพอใจ”
เขาจับจ้องที่กลีบงามของนางไม่วางตา นางขัดเขินจนร่างเล็กบิดไปทั้งตัว เขาจับขาของนางเอาไว้แล้วตรึงเอาไว้
“อย่าขยับ”
นางกัดปากก่อนจะเอ่ยแผ่วเบา
“อ้ะ ขะ ข้าอายเจ้าค่ะ”
“ข้าชอบที่เจ้าอาย”
ให้ตายเถิดความชอบของเขาจากที่ชอบสตรีเป็นงาน บัดนี้กลับเปลี่ยนไปภายในพริบตายามนี้ไยจึงได้หลงใหลกับคนไร้เดียงสาเช่นนี้
หากจะโทษก็คงเป็นเพราะร่างนุ่มนิ่มและร่างกายที่เร้าใจของสตรีนางนี้
คนที่ดูเหมือนจะขี้อายทว่ามีความแรดร่านอยู่ในกายอย่างเต็มเปี่ยม
ซีห่าวยังคิดนับถือกู้อันผู้มอบนางให้เขา หญิงผู้นั้นช่างดูสตรีเก่งกาจยิ่งนัก การที่จะปั้นสตรีใดสักคนขึ้นมาเป็นดาวเด่นในหอนางโลมจำเป็นต้องมีสายตาแหลมคมเพื่อให้คุ้มค่ากับการที่ต้องทุ่มเทเพื่อนางผู้นั้น และกู้อันก็ทำได้ดียิ่ง
หลันหลันผู้นี้เป็นสตรีร่านรักอย่างแท้จริง นางยังมีใบหน้าชวนมองลึกซึ้ง รูปร่างงดงามเต็มส่วน เต้านมที่ใหญ่สะโพกผายออกพอเหมาะ และที่สำคัญเนินสวรรค์ของหลันหลันก็ได้สัดส่วนอวบอูมเหนือสตรีใด
“อา เนินสวาทของเจ้างดงามยิ่ง ขอข้าดูติ่งเสียวของเจ้าสักหน่อยเถิด”
ดูเหมือนว่ามือของซีห่าวจะสั่นระริก เมื่อขยับเข้าไปลูบไล้จับกุมเนินสวาทที่มีผ้าผืนบางปกปิดเอาไว้อย่างช้า ๆ และทำให้รั่วหลานสั่นสะท้านเขินอาย
“อา นายท่าน ข้าน้อยรู้สึก อืม เสียว อ้า ซี้ด ยิ่งนัก ตรงนี้ อ้า”
นางครางอย่างแรงด้วยนี่เป็นครั้งแรกที่ถูกมือของบุรุษที่เก่งกาจสัมผัสแนบชิด ซีห่าวใช้สองมือลูบเนินเนื้อที่อยู่ภายใต้ผ้าผืนบางแล้วบี้เบา ๆ
“ตรงนี้ของเจ้าคือเนินสวรรค์ ตรงกลางรอยแยกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าเม็ดเสียวอยู่ตรงนี้ หากข้าบีบบี้เช่นนี้เจ้าจะเสียวมาก เสียวจนเจ้าหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่มเช่นนี้ อืม เป็นเช่นไรข้าพูดถูกหรือไม่”
ร่างกายของรั่วหลานสะดุ้งทั้งแอ่นเนินเนื้อเข้าหานิ้วของเขาทันใด นางกัดปากพร้อมกับเอ่ยเสียงสั่น
“สะ เสียวจริง ๆ เจ้าค่ะ ซี้ด นายท่านเจ้าขาช่วยหลันหลันด้วยเจ้าค่ะ”