ตอน 2

เสิ่นหรันหรันป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่ยังเด็ก เธอไม่เคยได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นการเรียนของเธอที่ผ่านมานั้นมีเพียงพ่อกับแม่ที่เป็นผู้สอน

เสิ่นหรันหรันเก่งหลายวิชา แต่ที่ชอบที่สุดก็คงเป็นการเขียนพู่กันจีนโบราณและเธอก็เขียนได้ดีจนใคร ๆ ที่ได้เห็นล้วนชื่นชม คงเป็นเพราะเธอได้ความเก่งกาจมาจากพ่อแม่ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งคู่

เดิมเสิ่นหรันหรันยังมีพ่อแม่พร้อมหน้า ถึงเธอจะป่วยแต่ครอบครัวก็อบอุ่น พ่อแม่ของเธอรักใคร่และถนอมเธอที่สุด แต่หลังวันเกิดอายุครบสิบหกปีของเธอก็เกิดเรื่องร้ายขึ้น เมื่อพ่อกับแม่ของเธอมาที่โรงพยาบาลก็เกิดอุบัติเหตุรถชนจนพวกท่านเสียไปทั้งคู่

คนที่มาดูแลเสิ่นหรันหรันก็คือคุณป้าซึ่งเป็นพี่สาวคนเดียวของพ่อ ซึ่งปกติก็เป็นคนที่ดูแลเธออยู่แล้ว นับตั้งแต่นั้นมาเสิ่นหรันหรันก็มีเพียงป้าของเธอเท่านั้นที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียว ซึ่งญาติคนอื่นล้วนไม่มีใครอยากยุ่งกับคนป่วยเช่นเธอ

โชคดีที่พ่อและแม่ของเธอมีสมบัติทิ้งเอาไว้มาก รวมทั้งยังได้ทำประกันชีวิตเอาไว้หลายล้านหยวนทำให้คุณป้าซึ่งดูแลเสิ่นหรันหรันต่อจากพ่อแม่ไม่เดือดร้อนและลำบากจากค่ารักษาพยาบาลของเธอซึ่งต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย

เธอมักจะเห็นคุณป้าแอบร้องไห้เพราะสงสารเธออยู่เสมอ หลายครั้งที่คุณป้าออกไปนอกห้องแล้วฟุบใบหน้าลงบนฝ่ามือ ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา และพูดอยู่คนเดียว

“หรันหรันเป็นเด็กดีจริง ๆ นะคะ พระเจ้าได้โปรดช่วยเธอด้วย ฉันอยากพาหรันหรันไปเดินห้าง อยากพาหรันหรันไปภัตตาคารกินอะไรอร่อย ๆ อยากพาเธอไปเที่ยวที่ไกล ๆ เหมือนคนอื่น ทั้ง ๆ ที่เธออดทนและเป็นเด็กดีขนาดนี้ ทำไมพระเจ้าถึงได้ทอดทิ้งเธอคะ ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันไม่ได้แต่งงาน ฉันไม่ต้องการเด็กคนอื่น ชีวิตของฉันมีแค่หรันหรันเท่านั้นนะคะ ได้โปรดช่วยให้หรันหรันของฉันหายด้วยเถอะค่ะ”

เสิ่นหรันหรันยิ้มอย่างเศร้าสร้อย ชีวิตของคุณป้าก็มีแค่เธอ ในแต่ละวันแทบจะไม่เคยห่างจากโรงพยาบาล คุณป้ามีความฝันอยากไปท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ความฝันต้องสะดุดลงเพราะต้องดูแลเธอแทนพ่อแม่ที่เสียไป

เสิ่นหรันหรันเองก็อยากหาย แต่เธอชาชินเสียแล้วกับการรอคอยความตายที่รออยู่ตรงหน้าและเธอรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตมาใกล้ถึงนาทีสุดท้ายแล้ว

วันเกิดปีนี้เธอได้เป่าเทียนในโรงพยาบาลเหมือนเช่นทุกปี ทว่าเธอไม่ได้อธิษฐานขอให้เธอหายป่วยอีกต่อไป

ขอให้พระเจ้าปล่อยหรันหรันไปเถอะค่ะ คุณป้าของหรันหรันจะได้ไม่ทุกข์ใจแบบนี้อีก คุณป้าจะได้ไปเที่ยวและทำในสิ่งที่เป็นความฝันของคุณป้า พ่อจ๋าแม่จ๋า มารับหรันหรันได้แล้วนะคะ หรันหรันพร้อมแล้วค่ะ หรันหรันไม่อยากสู้อีกต่อไปแล้ว

และในที่สุดความฝันที่จะคืนชีวิตให้คุณป้าของเสิ่นหรันหรันก็เป็นจริง เมื่อตอนเธอมีอายุสิบเก้าปีและการฉายแสงครั้งสุดท้ายไม่เป็นผล

มะเร็งลุกลามไปทั่วร่างกายทำให้เสิ่นหรันหรันจากไปอย่างสงบ โดยที่เธอไม่เคยได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น ไม่เคยไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อน และไม่เคยเดทกับใครเหมือนวัยรุ่นทั่วไป

เพราะเป็นแบบนี้จิตใจของเสิ่นหรันหรันจึงบริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง คุณป้าคิดว่า

เสิ่นหรันหรันที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาของเธอ คงจะได้มีความสุขบนสวรรค์สินะ

ในตอนนี้เสิ่นหรันหรันได้แต่เฝ้าสงสัยว่าในเมื่อเธอซึ่งได้ตายไปแล้ว ทำไมจึงมาโผล่ที่นี่ได้ ที่นี่แม้จะเหมือนนรกแต่เธอคิดว่าไม่ใช่ เธอยังไม่ตายอีกหรือ

เธออยู่ที่ไหนกันแน่ และมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!

เธอเชื่อว่านี่ไม่ใช่ความฝันและมันคือความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกสิ่งทุกอย่างบอกเธออย่างนั้น และทำให้เธอประหลาดใจ

ผู้ชายคนนั้น เขาเป็นใครกัน

เมื่อคิดถึงแววตาของผู้ชายคนนั้นเส้นขนด้านหลังลำคอของเสิ่นหรันหรันก็ลุกชันขึ้นมาทันใด

ผู้ชายคนนั้นแม้จะหน้าตาดี แต่จิตใจหยาบช้าราวกับปีศาจจากขุมนรก เขา...ทำร้ายเธอ...แล้วสาเหตุที่เขาทำร้ายเธอนั้นคืออะไร

เสิ่นหรันหรันพยายามลุกขึ้น ผ้าห่มเคลื่อนออกจากร่างเล็ก ตอนนี้เธอจึงได้รู้ว่าตัวเองสวมเสื้อคลุมสีดำตัวหนึ่งที่ทั้งใหญ่และเทอะทะ นอกจากเสื้อคลุมตัวนี้เธอก็ไม่ได้สวมอะไรอีก

เสิ่นหรันหรันพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น แต่เวลานั้นเธอรู้สึกว่าเหมือนโลกกำลังหมุนวนทำให้เธอล้มลงไปอย่างรวดเร็ว

แม้จะรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด แต่เธอยังหายใจได้ ไม่ได้รู้สึกแน่นท้องที่ทำให้รู้สึกทรมานแสนสาหัส อีกอย่างตอนนี้เธอไม่มีเลือดกำเดาไหลออกมา

ดูเหมือนว่าอาการข้างเคียงที่เกิดจากมะเร็งของเธอจะไม่มีอีกแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นหรันหรันรู้สึกว่าอาการเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ไม่ลำบากเหมือนที่ผ่านมา

เสิ่นหรันหรันเป็นคนที่อดทนกับความเจ็บป่วยของร่างกายได้เป็นอย่างดี เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกปล่อยลมหายใจออกไปช้า ๆ จากนั้นก็ล้มตัวลงนอน

หญิงสาวชินกับการไร้เรี่ยวแรงและความอ่อนเพลีย และรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรู้สึกดีขึ้น

ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือ ต้องควบคุมลมหายใจของตนเอง หลับตา และนอนนิ่ง ๆ ทำเหมือนที่เธอทำมาตลอดชีวิต หลังจากนั้นเมื่อรู้สึกดีขึ้นเธอค่อยค้นหาว่าตอนนี้ เธออยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เสิ่นหรันหรันได้ยินเสียงของคนเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอก ด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ผ่านมาร่วมกับคนแปลกหน้าเป็นศูนย์ ทำให้เสิ่นหรันหรันกลัวจนไม่กล้าที่จะพูดออกไป

เธอหวังว่าจะมีใครสักคนที่ท่าทางใจดี เหมือนคุณพยาบาลในโรงพยาบาลเปิดประตูบานนั้นออกมาเพื่อไขข้อสงสัยที่กำลังอัดแน่นในอกของเธอสักคน

เสิ่นหรันหรันนอนนิ่ง ๆ อยู่ราวครึ่งชั่วโมงอาการปวดศีรษะแม้จะยังคงอยู่ แต่อาการอ่อนเพลียของเธอก็ดีขึ้นไม่น้อย

ตอนแรกคงเป็นเพราะเธอรีบร้อนลุกขึ้นยืนจนเกินไป เลือดจึงไหลเวียนไม่สะดวกจนทำให้เกิดอาการแบบนี้

และแล้วในที่สุดก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก เสิ่นหรันหรันค่อย ๆ ลืมตา และจ้องมองไปที่ประตูนั้น

และเป็นเขาที่ก้าวเข้ามา คนที่ย่ำยีเธอและทำให้เธอหวาดกลัวแทบสิ้นสติ เขาไม่ได้แต่งตัวปกติแต่ใส่เสื้อผ้าแบบโบราณ ผู้ชายคนนี้ชอบแต่งคอสเพลย์หรอกหรือ

ถึงเขาจะหล่อเหลาจนเหมือนพระเอกซีรีส์ที่เสิ่นหรันหรันชอบดู แต่สีหน้าดุดันเย็นชา สายตาเย็นเยียบกลับทำให้หัวใจของเสิ่นหรันหรันตื่นตระหนกจนลนลาน

เธอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว ปากของเธอสั่นระริกในตอนที่เขาจับจ้องมาที่ดวงตาคู่งามหยาดเยิ้ม

ดูเหมือนว่ามุมปากของเขาจะยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เอ่ยว่า

“ฟื้นแล้วหรือองค์หญิง เช่นนั้นก็ดีข้าจะได้มอบของขวัญให้เจ้าเสียที”

เขาพูดจบก็เปิดประตูเดินจากไป เสิ่นหรันหรันยังมึนงง ทั้งยังหวาดกลัวเขาเป็นอย่างมากเมื่อเขาเดินออกไปแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

ตอนนี้ต้องตั้งสติก่อน เขาเรียกเธอว่าองค์หญิงไม่ผิดแน่ นี่มันหมายความว่ายังไง

ถ้าเขากลับมาอีก เธอต้องสอบถามให้ได้เรื่อง

เขาหายไปครู่ใหญ่ จากนั้นก็กลับมา ในมือถือบางสิ่งบางอย่างมาด้วย เสิ่นหรันหรันมองเห็นเป็นสีดำ ๆ ยังมองไม่ชัดนักเขาก็พูดขึ้นมาว่า

“ของที่เจ้าต้องการ ข้านำมาให้แล้ว”

พูดจบเขาก็โยนของที่อยู่ในมือส่งให้เธอ เสิ่นหรันหรันพอมีแรงแล้วเมื่อคนมอบของให้ เธอก็ยื่นมือไปรับอัตโนมัติแม้ไม่รู้ว่าคืออะไร

ของสิ่งนั้นตกในมือของเธออย่างแม่นยำ เสิ่นหรันหรันยกขึ้นแล้วเพ่งมอง จากนั้นก็หวีดร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับโยนมันทิ้งไปทันใด

กรี๊ดดดดดดด!

ที่แท้มันคือศีรษะของมนุษย์คนหนึ่ง!

เลือดอุ่นสด ๆ สายหนึ่งยังกระเด็นถูกใบหน้าของเธอ เสิ่นหรันหรันได้กลิ่นคาวเลือดที่โชยออกมา เธอลืมอาการปวดหัวไปโดยพลัน จากนั้นเธอจึงคลานไปที่หลังกองฟืนแล้วโก่งคออาเจียนเหมือนตอนที่เธอออกมาจากห้องฉายรังสีไม่มีผิด

คนผู้นั้นปล่อยให้เธออาเจียนจนหมด เสิ่นหรันหรันร่างกายสั่นเทา กลัวจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปในพริบตา

ตอนนี้เธอถูกมือใหญ่คู่นั้นลากออกมาหลังกองฟืนแล้ววางเธออย่างแรงเหมือนเธอเป็นตุ๊กตาหินก้อนหนึ่ง

ศีรษะมนุษย์ถูกเขาเตะไปที่มุมหนึ่งเขาไม่ได้ทำเพราะสงสารเธอแต่เขากำลังโกรธกับท่าทางขัดใจของหญิงสาว จึงใช้ศีรษะนั้นระบายอารมณ์

คนผู้นั้นโน้มใบหน้าลงมา บีบคางของเธอแล้วเอ่ยว่า

“เจ้าอยากได้หัวของเขา ข้าจัดการให้แล้ว ไยจึงได้มีท่าทางเช่นนี้ คิดจะมาอ่อนแออะไรในยามนี้กัน”

เสิ่นหรันหรันอยากจะกรีดร้องออกมาอีกรอบ แต่คราวนี้เธอกลับไร้ซึ่งเสียงร้องไปแล้วมีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับไข่มุกขาดสาย จากนั้นเธอก็พยายามพูดออกมา

“หรันหรันไม่ได้พูด ไม่เคยบอกคุณให้ทำแบบนี้”

จากคำพูดของเขานั้นเห็นได้ชัดว่าเขากำลังใส่ร้ายว่าเธอเป็นคนสั่งให้เขาฆ่าผู้ชายคนนี้

เขาบีบคางของเสิ่นหรันหรันแน่นขึ้นทั้งมองด้วยสายตารำคาญ

“ยุ่งยากเสียจริง ทั้ง ๆ ที่เป็นความต้องการของเจ้าแท้ ๆ ตอนนี้บอกว่าไม่ต้องการ องค์หญิงเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า”

“ไม่ใช่หัวคน หรันหรันกลัว ฮือ ๆ ๆ”

เสิ่นหรันหรันแม้จะอายุสิบเก้าปี แต่เธอถูกประคบประหงมเป็นเด็กมาโดยตลอด ชีวิตนี้น้อยครั้งนักที่จะได้ออกไปจากโรงพยาบาล แต่เมื่อต้องมาเผชิญโลกก็ต้องเจอกับหัวคนจริง ๆ เธอไม่ตกใจตายไปอีกรอบก็นับว่าจิตแข็งแล้ว

และท่าทางลนลานของหญิงสาว ก็ทำให้เขาหงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่ง

กระทั่งประตูถูกเปิดออก เสียงของผู้ชายอีกคนก็ดังขึ้น

“ท่านอ๋อง ท่านทำพระชายาของท่านกลัวแล้ว แค่ฆ่าก็พอไยต้องให้นางเห็นหัวคนด้วย นางเป็นองค์หญิงทั้งเป็นสตรีบอบบางจะทนดูได้อย่างไร”

“ก็นางบอกว่าต้องการเห็นด้วยตาข้าก็เอามาให้แล้ว ความผิดของข้าหรือ”

“ท่านก็เห็นว่านางกลัว พอเถิด”

ท่าทางของเขาหงุดหงิดและเอาแต่ใจ จากนั้นเขาก็ปล่อยคางเล็กของนาง

และในตอนนี้ที่เขาคนนั้นหมุนตัวและเดินออกไปแล้ว เสิ่นหรันหรันตกใจแทบสิ้นสติเขากำลังทิ้งเธอเอาไว้กับหัวของผู้ชายคนนั้น

ถึงเสิ่นหรันหรันจะไม่เคยเจอผี แต่เธอก็กลัวจนแทบฉี่ราดแล้ว ทว่าเมื่อมองแผ่นหลังที่เย็นชาเหมือนแผ่นน้ำแข็งของผู้ชายคนนั้น เสิ่นหรันหรันคิดว่าอยู่กับหัวคนยังดีกว่าอยู่กับมนุษย์ที่ดูเหมือนว่าจะกินคนได้เช่นเขา

เสิ่นหรันหรันไม่กล้ามองหัวคนที่กลิ้งไปอยู่ด้านข้างประตู จึงได้ขยับไปชิดอยู่ที่มุมห้องสร้อยกางเขนที่เคยกำเอาไว้เมื่อเวลาสวดอ้อนวอนพระเจ้าในชาติก่อนไม่มีแล้ว เธอจึงได้แต่กุมมือของตัวเองแน่นแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

“ขอให้เรื่องนี้ไม่จริง ขอให้เป็นเพียงความฝัน ขอให้ลูกตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วทุกอย่างจะหายไป”

เธอทั้งหวาดกลัวและตื่นตระหนก แม้แต่แรงที่จะอ้าปากพูดตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว ร่างกายของเธอในเวลานี้ก็เกินจะรับไหวในที่สุดเสิ่นหรันหรันก็หมดสติไปอีกครั้ง

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่บุรุษร่างสูงก็ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับบุรุษอีกคนหนึ่ง สายตาคมจ้องไปที่สตรีร่างเล็กที่อยู่มุมห้องที่บัดนี้ได้หลับไปแล้ว

บุรุษที่อยู่ข้างกายเขาเดินไปใกล้นาง จากนั้นจึงจับชีพจรเล็กน้อย เขาวางข้อมือเรียวลงแล้วเอ่ยว่า

“นางตัวร้อน อาการไม่ค่อยดีนัก อย่างไรนางก็เป็นสตรีทั้งยังเป็นภรรยาที่ท่านลักพาตัวมาไม่คิดจะดูแลนางหน่อยหรือ”

โหย่วเฉาตัดบทเสียงเย็น

“ข้าเมาจนขาดสติ จึงได้ตัดสินใจผิดพลาด”

เสียงหัวเราะดังขึ้นทันใด

“ข้ารู้ว่าท่านชอบแข่งขันไม่ยอมพ่ายแพ้ผู้ใด แต่ไม่คิดว่าท่านจะอาการหนักเพียงนี้ แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วท่านก็ต้องรับผิดชอบนางให้ดีที่สุด”

“ไยข้าต้องรับผิดชอบอีก เป็นนางที่ไม่ยอมกลับไปและยื่นข้อเสนอให้ข้า หึ ข้าคิดว่าเป็นนางที่วางแผนการเอาไว้แล้ว ช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก”

“เป็นท่านต่างหากที่เปิดโอกาสให้นางวางแผนการท่านอ๋อง ยอมรับเถิดว่าคนที่ผิดพลาดคือท่านเอง ข้าจะไปต้มยาท่านก็เช็ดตัวให้นางแล้วกัน”

สีหน้าของโหย่วเฉากลับขึงขังขึ้นมาทันใด

“เจ้าเป็นหมอก็ดูแลเองสิ”

จากนั้นเขาก็หมุนกายจากไป โจวรุ่ยได้แต่มองไปยังร่างเล็กด้วยสายตาเวทนาทั้งสงสาร ไม่รู้ว่าเวรกรรมอันใดนางจึงได้จับพลัดจับผลูมาตกอยู่ในเงื้อมมือของอ๋องไร้หัวใจคนนี้

หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่นางผู้นี้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงสตรีที่ทิ้งรอยบาดแผลในใจให้เขาเอาไว้ ทำให้ท่านอ๋องไม่อาจลืมได้ลง

ตอน 3

ในที่สุดเสิ่นหรันหรันก็ฟื้นขึ้นมารับรู้ความจริงอีกครั้ง และตอนนี้เธอก็ได้พบกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อโจวรุ่ย

โจวรุ่ยคนนี้มีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาหล่อเหลา ทั้งยังตัวสูงเหมือนนายแบบ เขาเป็นคนที่ทำให้เสิ่นหรันหรันรู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป

“ข้าเป็นหมอ องค์หญิงไม่ต้องกลัวข้า ข้าช่วยรักษาท่าน”

เสิ่นหรันหรันดื่มยาที่เขามอบให้จากนั้นเธอก็เอ่ยปากถามเขา

“คุณเป็นหมอจริง ๆ เหรอคะ”

เขาพยักหน้า

“หรันหรันถามหน่อยค่ะ”

คุณหมอโจวยิ้มแล้วพูดว่า

“องค์หญิงพักผ่อนก่อนเถิด ท่านเป็นพระชายาอ๋องข้าอยู่ได้ไม่นาน อาการดีกว่านี้แล้วค่อยพูดคุย”

จากนั้นโจวรุ่ยก็ออกไปทันใด โดยที่เสิ่นหรันหรันยังไม่ได้ไขข้อข้องใจแม้แต่เรื่องเดียว เสิ่นหรันหรันตะโกนตามหลังเขาไปแต่ดูเหมือนโจวรุ่ยจะไม่สนใจแล้ว

“หรันหรันไม่ใช่องค์หญิง นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดนะคะ พวกคุณเข้าใจผิดจริง ๆ ค่ะ”

หลังจากโจวรุ่ยออกไปแล้ว เสิ่นหรันหรันก็ไม่กล้าขยับ เธอยังไม่มีแรงเดินด้วยซ้ำ เธอยังไม่หายดีจึงได้แต่นอนนิ่ง ๆ นอนไปนอนมาก็หลับไปอีกครั้งกระทั่งยามเย็นมาเยือน

ตะเกียงน้ำมันถูกจุดขึ้น เสิ่นหรันหรันก็รู้สึกตัว ตื่นมาครานี้ดูเหมือนว่าร่างกายจะเบาขึ้น ไม่มีอาการปวดหัว อาการเจ็บปวดไปทั้งตัวก็ทุเลาลงเล็กน้อย

และแล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดพร้อมกับเสียงกรีดร้องของคนคนหนึ่งดังขึ้น

คราวนี้เป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ลากเข้ามาให้คุกเข่าต่อหน้าเธอ เสิ่นหรันหรันยังมึนงง เธอมองหน้าผู้ชายคนนั้นที่ย่ำยีเธอก่อนหน้าและผู้หญิงที่คุกเข่าสลับไปมา

เธอไม่คุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้

“คุณเป็นใครคะ”

ผู้หญิงคนนี้ยังสวมชุดโบราณสีขาวและดูเหมือนว่าเธอจะถูกทรมานอย่างหนักจนมีรอยเลือดเต็มไปทั้งหน้า ใบหน้ายังเขียวช้ำเหมือนถูกใครตีมา เสื้อผ้าเปรอะไปด้วยโคลนและเลือด

เสิ่นหรันหรันต้องเจอเรื่องน่ากลัวอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าจะต้องตกใจอะไรก่อนดีแล้ว

“นะ นี่มันอะไรกันอีก”

ผู้หญิงคนนั้นจ้องเสิ่นหรันหรันอย่างไม่เชื่อสายตา

“องค์หญิง ทำไมถึงยังมีชีวิต ไม่จริง ไม่จริง”

เสิ่นหรันหรันดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก ผู้หญิงคนนี้เรียกเธอว่าองค์หญิงเหมือนกับโจวรุ่ย ทำไมพวกเขาถึงได้เรียกเธอแบบนี้

“ฉันไม่รู้จักคุณ ฉันไม่ใช่องค์หญิงฉันคือหรันหรัน”

ผู้หญิงคนนั้นกลับมีท่าทางเสียสติยิ่งกว่าเสิ่นหรันหรันเสียอีก เธอหวีดร้องออกมาทั้งเอาแต่พูดว่า

“ไม่จริง ไม่จริง ข้าใส่ยาในสุราของเจ้าแล้ว ไยเจ้าไม่ตาย ไยเจ้าจึงยังมีชีวิตรอด ไม่จริง ข้าฆ่าเจ้าแล้ว ข้าวางยาเจ้ากับมือ เจ้ารอดมาได้อย่างไร ไม่จริง”

คนผู้นั้นยิ้มเหี้ยมเกรียมเอ่ยเสียงเยียบเย็น

“เจ้ากล้าทำเรื่องนี้ต่อหน้าข้า คิดว่าได้มีโอกาสติดตามข้าแล้วจะทำสิ่งใดก็ได้หรือ สตรีงี่เง่าไร้สมอง”

ผู้หญิงคนนั้นหันไปมองเขา สีหน้าลนลานหวาดกลัว

“ท่านอ๋อง ได้โปรดเถิดเพคะ หม่อมฉันไม่กล้าแล้ว ไม่กล้าแล้วเพคะ อย่าฆ่าหม่อมฉัน ท่านอ๋องได้โปรดเห็นแก่ความดีความชอบของหม่อมฉันที่ผ่านมาเถิด”

ผู้ชายคนนั้นมองสตรีนางนั้นด้วยสายตาเหี้ยมโหด น้ำเสียงแข็งกร้าว

“เจ้าคิดว่าข้าให้ติดตามมาแค่ชั่วครั้งชั่วคราวแล้วจะเหนือสตรีอื่นหรือ คนมักใหญ่ใฝ่สูงทั้งยังไม่เจียมตนเช่นเจ้าข้าจะเก็บเอาไว้เพื่อสิ่งใดกัน”

“ท่านอ๋อง หม่อมฉันคิดน้อยไปเพคะ หม่อมฉันรักท่าน หม่อมฉันหวาดกลัวว่าจะมีผู้ใดมาแย่งท่านไปจากหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงตาบอดไปเช่นนั้น”

“เจ้าจะบอกว่าเป็นความผิดข้าหรือ เพราะรักข้าเจ้าจึงได้ลงมือทำเรื่องต่ำช้าหรือ ข้าให้เจ้ารับใช้องค์หญิงในฐานะบ่าว เจ้ากลับกล้าลงมือวางยาพิษ สตรีของข้าเจ้าอยากจะแตะก็แตะได้หรือ โง่เง่านัก เป็นสองมือนี้ใช่หรือไม่ที่วางยาพิษนาง เช่นนั้นก็...”

จากนั้นเขาก็เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับพายุทำให้เสิ่นหรันหรันมองการเคลื่อนไหวนั้นไม่ทันด้วยซ้ำ

เสิ่นหรันหรันกะพริบตาปริบ ๆ จากนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น

“ท่านอ๋อง กรี๊ดดด”

ผู้ชายคนนั้นลงมือตัดมือคนอย่างรวดเร็วและเหี้ยมโหด จากนั้นเขาก็ตะโกนเสียงดัง

“ลากนางไปทิ้งไว้กลางป่า ดูสิว่านางจะเอาตัวรอดจากสัตว์ที่หิวกระหายอย่างไร”

ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเก็บฟืนแห่งนี้พร้อมกับรับคำราบเรียบ

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

ผู้หญิงคนนั้นทั้งกรีดร้องไม่หยุด ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่ากำลังเจ็บปวดและทรมานมากเพียงใด เลือดสด ๆ ไหลตามผู้หญิงคนนั้นไปเป็นสาย

เสิ่นหรันหรันมองเหตุการณ์ตัดมือคนตรงหน้า พร้อมกับมองใบหน้าของอ๋องปีศาจอย่างตื่นตะลึง ปากพูดคำซ้ำไปมา

“เรื่องนี้เป็นแค่ความฝัน เรื่องนี้ไม่จริง เรื่องนี้เป็นแค่ฝันร้ายเท่านั้น”

จากนั้นสติของนางก็พลันดับวูบไม่รับรู้สิ่งใดอีกต่อไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED