ตอน 1

อยากได้

ยิ่งมองฉันก็ยิ่งอยากได้ ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันเหมือนถูกสร้างสรรค์ด้วยน้ำมือของพระเจ้า นัยน์ตาสีเฮเซลแสนหวาน ริมฝีปากอมชมพูระเรื่อ จมูกโด่ง มองซ้ายก็มาร์คก็อตเซเว่น มองขวาก็มาร์คก็อตเซเว่น

ทั้งหล่อ ทั้งดูดี แถมยังยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ Smoke Area เขาคือพี่ไว รุ่นพี่ปีสี่ที่ฉันแอบมองมานาน และฉันอยากได้เขามาก หากแต่ฉันไม่มีความกล้าที่จะเข้าไปจีบ เพราะไม่ว่าฉันจะมองเขาเวลาไหน ฉันก็เจอเขาอยู่กับผู้หญิงตลอด ไม่รู้ว่านางเป็นแฟนพี่ไวรึเปล่า

ฉันเบ้หน้าก่อนจะสะดุ้งโหยงและหมุนตัวหลบเข้ากับมุมกำแพงเมื่อจู่ๆ พี่ไวก็ปรายสายตาหล่อพิฆาตมาทางฉัน ใจฉันสั่นและหน้าแดงไปหมด

ฮือ เป็นบุญจัง พี่ไวมองมาทางฉันด้วย

คนทุกคนมีความฝันและความฝันของฉันก็คือพี่ไว ฉันไม่รู้จะทำยังไงให้ได้เขา จะจีบก็คงนก จะอ่อยก็คงแห้ว จะมอมเหล้ายิ่งแล้ว...เป็นไปไม่ได้ และในวันที่ท้องฟ้ามืดมนฝนตก ฉันจมอยู่กับความสิ้นหวัง หมอนข้างเปียกไปด้วยน้ำตา ป้าฉันที่กลับมาพร้อมของฝากเป็นน้ำหอมมหาเสน่ห์ส่งตรงจากอียิปต์ที่ชายใดต้องมนตร์จะต้องรัก ต้องหลง ไม่ลืมหู ลืมตา แถมยังกำหนดวันหมดอายุเดือนหน้าอีกต่างหาก

เพราะป้าฉันสปอยหนักมากว่าน้ำหอมนี้มันดีอย่างนั้น อย่างนี้ แถมที่ป้าได้สามีหน้าเหมือนเจคอบทไวไลท์ก็เพราะไอ้น้ำหอมหาเสน่ห์นี่แหละ ฉันก็ไม่เชื่อนักหรอกแต่ไม่รู้ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือของฉันได้ แถมฉันยังเตรียมพร้อมจะฉีดไอ้น้ำหอมไร้สาระนี่ใส่พี่ไวด้วย

เออ ลองดูละกันได้ก็ดี ไม่ได้ก็นก ฉันก็แค่กลับไปอยู่ในจุดเดิมนั่นแหละ

คงเพราะฉันอยากได้พี่ไวจนหน้ามืด ฉันยืนทำใจอยู่สักพักก่อนจะสบถเพื่อรวบรวมความกล้าเข้าหาพี่ไว ในใจคิดว่า เอาวะ เป็นไงเป็นกัน

ฉันหันหน้า หมุนองศาเท้าเข้าไปทางพี่ไวและเปิดฝาขวดน้ำหอมกะจังหวะว่าเดินเข้าไปหาฉันจะสาดเข้าใส่หน้าเขาเลย เผื่อว่าแค่ฉีดมันจะไม่ขลังพอ! ถ้าน้ำหอมนี่มันออกฤทธิ์ได้ดีจริงอย่างที่ป้าว่าพี่ไวจะต้องรักฉันหลงฉันตลอดกาลข้ามชาติข้ามภพแน่!

ฉันเดินขึงขังเข้าไปด้วยใบหน้าจริงจัง กำลังจะอ้าปากเอื้อนเอ่ยชื่อพี่ไวสุดหล่อ หัวใจเต้นตึกตักจนจะหลุดออกมาข้างนอก หากแต่ว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะสาดน้ำหอมมหาเสน่ห์เข้าใส่หน้าพี่ไว จู่ๆ ก็มีไอ้บ้าหน้าเลือดพุ่งมาจากทิศไหนไม่รู้

“เฮ้ย ไอ้ภาม นั่นไง ไอ้ไวอยู่นั่น!”

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะเสียงหมอนั่นทำให้ใบหน้าพี่ไวเปลี่ยนองศา

ซ่า!

และน้ำหอมของฉันก็ดันสาดเข้าที่หน้าเขาแทน!!

Light Says….

ซ่า!

ของเหลวไร้ที่มาสาดเข้าที่หน้าผมจนเย็นวาบพร้อมกับกลิ่นฉุนที่ทำเอาผมชะงักฝีเท้าและสะบัดใบหน้าแรงๆ ผมเผลอหลับตาด้วยสัญชาตญาณทำให้หลังไอ้ไวที่ผมกำลังตามอยู่หายไปจากสายตา

“น้ำเหี้ยอะไรวะเนี่ย!” ผมสบถก่อนจะดึงคอเสื้อขึ้นมาเช็ดหน้า กลิ่นของมันฉุนมาก มากจนสมองผมมึนไปหมด และในขณะที่ผมยืนอยู่กับที่ จู่ๆ ไอ้ภามที่กำลังวิ่งตามมาก็กระแทกเข้าที่ด้านหลังผม!

“เฮ้ย ไอ้ไลท์ มึงหยุดวิ่งทำไมเนี่ย ไอ้ไวมันวิ่งไปโน่นแล้ว!” เสียงของมันทำให้ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้น ผมพยายามใช้มือปาดบริเวณที่เปื้อนอย่างหงุดหงิด ก่อนจะปรายสายตาไปต้นทางและเห็นผู้หญิงคนนึงยืนค้างอยู่ในท่าเตรียมสาด มือข้างนึงถือขวดอะไรสักอย่างที่น่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ของไอ้น้ำเวรๆ นี่!

แม่งใครวะ หาเรื่องเหรอ!

ผมถลึงตาโกรธจนคนตัวเล็กกว่าทำหน้าอึ้งๆ มือของเธอสั่นกึกๆ ราวกับควบคุมไม่ได้จนไอ้ขวดที่เธอถืออยู่หล่นกับพื้นดังเคร้ง

“ก็ผู้หญิงคนนี้อะดิ อยู่ดีๆ ก็สาดน้ำเข้าที่หน้ากู” ผมสบถพร้อมเงื้อมือทำท่าจะฟาดเข้าสักทีนึง ผมไม่สนหรอกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าใครมากวนตีนก็คือกวนตีน มันต้องโดนสักที เธอสะดุ้งและหดไหล่หลับตาปี๋ ตัวสั่นระริกเหมือนลูกหมาตกน้ำ

“ใจเย็นๆ ดิวะ เขากลัวจนฉี่จะราดแล้วมั้งน่ะ”

“ใจไม่เย็นหรอก เย็นแต่หน้ากูเนี่ย สาดเข้าเต็มแก้มกูเลย” ผมเบะปากพลางมองเธอด้วยสายตาหงุดหงิด เธอสูงราวร้อยหกสิบเซนติเมตร ผิวขาวละเอียด ผมยาวไปถึงกลางหลัง

“แล้วตกลงคุณสาดมาทำไมครับ ต้องการอะไร ผมขอเหตุผลที่คุณสาดน้ำกลิ่นแปลกๆ นี่ใส่หน้าผมหน่อย” ผมมองแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าที่หน้าผากคนตัวเล็กกว่าแรงๆ จนหัวเธอเซไปข้างหลัง เธอลืมตาขึ้นมาทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ยกมือสองข้างมาพนมเหมือนจะขอร้อง

“ไม่ต้องมาไหว้ ไม่รับ”

“คะ คือว่า...” เธออึกอัก

ตอน 2

“คืออะไร? แล้วน้ำบ้าอะไรของคุณวะครับ กลิ่นอย่างฉุน ดมแล้วขึ้นตาเลยเนี่ย”

“ไลท์ ทำไมมึงต้องเว่อร์ด้วยวะ” ไอ้ภามปรามผม ผมจิ๊จ๊ะเพราะผมไม่ได้เว่อร์แม่งกลิ่นอย่างบัดซบ

“นะ น้ำหอมค่ะ” เสียงของคนตัวเล็กกว่าดูกล้าๆ กลัวๆ และคำตอบทำให้ผมหงุดหงิดกว่าเดิมอีก เพราะผมงงว่าตรงไหนวะที่เรียกว่าหอม ผมไม่รู้สึกถึงความหอมของแม่งเลยสักนิด กลิ่นเหมือนอะไรสักอย่างที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกนี้

“แล้วมันใช่เรื่องมั้ยที่จะเอามาสาดใส่คนอื่น” ผมโวยวาย

“คะ คือว่า...” เธออึกอักและทำให้ผมหงุดหงิดมากขึ้น เธอทำให้ผมตามไอ้ไวไม่ทันแล้วยังต้องมาเจอกับน้ำเวรๆ ที่เธอสาดอีกอะนะ!

“คืออะไร พูดให้ชัดๆ!” ผมตวาดแล้วกระชากคอเสื้อคนตัวเล็กกว่าด้วยความโกรธ ไอ้ภามส่ายหัวเล็กๆ เพราะมันรู้สันดานโมโหร้ายของผมว่าเป็นยังไง เธอตัวสั่นมากขึ้น กะพริบตาหลายครั้งเป็นเชิงขอร้อง

“เธอทำให้ฉันคลาดสายตาจากไอ้เวรนั่น รู้มั้ย เธออยาก...”

อยากตายรึไง...

ผมกำลังจะพูดประโยคนี้ออกมา อยู่ดีๆ กลิ่นเวรๆ นั่นก็เริ่มทำให้สมองของผมประมวลผลผิดแปลก ยัยหน้าจืดชืดผิวขาวซีดที่ไม่เคยเป็นไทป์ที่ผมชอบ ใจผมหวั่นไหวและเต้นแรงอย่างผิดวิสัย กลิ่นประหลาดที่ไม่คุ้นชินก็กลายเป็นกลิ่นหอมหวานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม

ผมเลื่อนสายตามองเธออีกครั้งและพยายามตั้งสติ คอนเซนเทรตคนตรงหน้า ผิวแก้มผมร้อนขึ้นมาด้วยสาเหตุอะไรบางอย่าง และเสี้ยววินาทีนั้นก่อนผมจะอ้าปากพูด คำถามของผมก็เปลี่ยน...

“เธออยากเป็นแฟนกับฉันมั้ย?”

DEM SAYS…

เป็น... เป็นอะไรนะ!

“อะ อะไรนะคะ” ฉันตาโตและอึ้งในสิ่งที่ได้ยิน คนตัวสูงพูดซ้ำอีกครั้งด้วยท่าทีปกติ

“เป็นแฟนไง”

หา!! ตาฉันแทบถลนออกจากเบ้า คิ้วขมวดกันจนพันเป็นโบว์ แม้แต่เพื่อนของเขาที่ยืนอยู่ก็ยังอ้าปากเหวอ

เดี๋ยวนะ... เป็นแฟนอะไร ฉันไม่เป็นเด็ดขาด หน้ายังกะฆาตกร ตอนดุก็เหมือนพร้อมฆาตกรรม ใครจะไปเป็นแฟนกับเขาวะ ไม่มีทาง!

ฉันไม่อยากจะเชื่อหูนักแต่ฉันได้ยินอย่างนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะยืนฟัง ตีลังกาฟัง เขาก็ถามฉันว่าอยากเป็นแฟนกับเขามั้ย?

“มึงว่าไงนะ”

“แฟนไง เนี่ยแฟนกู” เขาทำหน้างงๆ นิดๆ แล้วคลายแรงที่ดึงคอเสื้อฉันออกพร้อมชี้โบ้ยชี้บ้ายมาที่ฉัน มือข้างนึงกุมขมับสับสนเหมือนคนที่กำลังมีปัญหากับการลำดับเรื่อง

แฟน... แฟนอะไรวะ ฉันเพิ่งเจอหน้าเขาไม่กี่นาที แฟนบ้าแฟนบออะไรล่ะ! อย่ามาสถาปนามั่วๆ นะ อนาคตฉันน่ะ ฉันลิขิตให้เป็นเมียพี่ไวแล้ว ไม่ใช่หมอนี่ที่หน้าอย่างหลอนสั่นคลอนรายการคนอวดผีแบบนี้ ;_;

ที่จริงเขาก็ไม่ได้หน้าแย่หรอก เขาก็ดูดีแต่มีรังสีน่ากลัวแบบไม่ต้องมีญาณทิพย์ก็สัมผัสได้อ่ะ

“แฟนเหี้ยอะไรของมึง เมื่อกี้มึงยังทำท่าจะฆ่าเขาอยู่เลย มึงบ้าปะเนี่ย มึงรู้จักกับเขาแล้วเหรอ”

“กูต้องรู้จักด้วยเหรอ ก็แค่เป็นแฟนกันอ่ะ ทำไมกูต้องรู้จักชื่อด้วย”

“ไลท์ มึงเป็นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย”

“เฮ้ย เธอชื่อไรวะ” ผู้ชายคนนั้นทำเอาฉันสะดุ้งขึ้นอีกรอบเมื่อเขาเบือนหน้าหงุดหงิดมาถามฉัน ฉันอึกอักไม่อยากตอบแต่พอเขาขมวดคิ้วทีเดียวฉันก็พูดทุกอย่างที่พูดได้ทันที

“ดะ เด็มค่ะ”

“ฉันชื่อไลท์นะ”

“คะ? ค่ะ” ฉันเอ๋อกินตอนที่หมอนี่บอกชื่อด้วยท่าทีนิ่งโคตรๆ ก่อนที่เขาจะหันไปคุยกับเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่และบอกประโยคที่ทำให้ฉันโคตรอึ้ง

“เห็นมั้ย กูกับเค้ารู้จักกันแล้ว ทีนี้เป็นแฟนกันได้ยัง?”

“ฟะ แฟนอะไรเหรอคะ?”

“ฉันไม่ได้คุยกับเธอ หุบปาก”

อะ อะไรวะ! ก็ไอ้แฟนที่เขาเอ่ยอ้างถึงมันก็คือฉันนะ การคบกันคือการตกลงของคนสองคนไม่ใช่เหรอ แต่ฉันไม่รู้จักนาย แถมไทป์แบบนี้มันก็ไม่ใช่

มนุษย์ผู้ชายที่ฉันอยากได้คือพี่ไวผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับมาร์คก็อตเซเว่น แต่หมอนี่เหมือนไอ้บ้าหน้าเลือดที่มีรอยบากตรงหางคิ้ว แค่สบตาก็รู้เลยว่าอาชญากร รังสีชั่วช้าแผ่ออกมาจนน่าขนลุก บอกว่าฆ่าคนตายมาหลายศพ ฉันก็เชื่อ!

“มึงไปติ๊ต่างว่าเขาเป็นแฟนมึง มึงถามเขารึยังว่าเขามีแฟนอยู่แล้วรึเปล่า?” เพื่อนของหมอนั่นทำให้ฉันรู้สึกเห็นแสงสว่างที่ปลายทางและมีความหวังอันน้อยนิดที่ชีวิตจะรอดพ้นจากคนๆ นี้ไปได้ ฉันไม่รู้หมอนี่เล่นบ้าอะไรอยู่หรือกำลังตั้งใจให้ฉันประสาทกิน ฉันอยากจะด่าแต่ฉันก็ไม่กล้าเพราะฉันกลัวตาย

“เด็ม เธอมีแฟนอยู่แล้วปะวะ” เขามองฉันด้วยสายตานิ่งๆ แต่แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนฉันกลืนน้ำลายอึก ฉันคิดอยู่นานมากว่าจะตอบอะไรดี ถ้าฉันตอบว่าไม่มีเขาต้องตื้อแน่

“ม่ะ มีแล้วค่ะ” ฉันตอบอย่างมีความหวังว่าเขาจะเลิกวอแว ก่อนจะเผลอเลื่อนสายตาสะดุดกับขวดน้ำหอมที่อยู่บนพื้น เรื่องทุกอย่างก็กระจ่างทันที ฉันเม้มริมฝีปากอย่างท้อใจ น้ำตาไหลลงมาหนึ่งหยด คนตัวสูงหัวเราะแต่ตาไม่หัวเราะไปด้วย เขาจ้องฉันนิ่งพร้อมน้ำเสียงจริงจังที่ย้ำความคิดของฉันอีกครั้ง...

“งั้นก็ไปเลิกซะ แล้วมาคบกับฉัน”

ตอน 3

โอ เอ็ม จี ผู้ชายคนนี้ตรรกะพังพินาศขนาดที่เกินเยียวยามาก ฉันยืนงงเต๊กกับสิ่งที่เขาบอก ฉันยังสงสัยว่าไอ้อาการที่เขาเป็นอยู่นั่นมันเกี่ยวกับน้ำหอมมหาเสน่ห์ที่ป้าอุตส่าห์เอามาให้รึเปล่า แต่สิ่งที่เขาแสดงออกมันก็อยู่ก้ำกึ่งระหว่างจะฆ่าฉันกับชอบฉันอ่ะ ฮือ ;_;

“เลิกเหรอคะ? คือว่า...” ฉันอึกอักกำลังจะปฏิเสธแต่แค่คนตัวสูงปรายสายตาดุลงมา คำตอบฉันก็เปลี่ยน “ค่ะ เลิกค่ะ จะเลิกเดี๋ยวนี้”

ฮือ น่ากลัวโคตร ;_; ถ้าฉันปฏิเสธเขาต้องฆ่าฉันแน่

“เชื่องดี” คนตัวสูงกระตุกยิ้มกริ่มแล้วยื่นมือมาหาฉันแล้วลูบหัวเหมือนหมาตัวนึง “เดี๋ยวฉันจะให้รางวัล” เสียงของเขาฟังดูมีเลศนัยมากจนฉันเผลอกลืนน้ำลายหลายอึกลงคอ เพราะฉันเกรงว่าไอ้รางวัลที่เขาพูดถึงมันจะไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากได้

“เฮ้อ กูชวนมากระทืบคน เสือกได้แฟนกลับไปซะงั้น” เพื่อนของเขาถอนหายใจยาวๆ แล้วจ้องหน้าฉันเล็กน้อย ฉันสะดุ้งเพราะเพื่อนเขาก็หน้าตาโหดไม่แพ้กัน

“ยุ่งน่า กูมาด้วยก็ดีแค่ไหนแล้ว มันใช่ธุระกงการอะไรของกูมั้ย คู่อริกูก็ไม่ใช่”

“ก็กูบอกแล้วไงว่ากูเลี้ยงเหล้า แต่มึงไม่ได้ทำอะไร งั้นมึงก็อด”

“เออๆ กูไม่แดกก็ได้” หมอนั่นย่นคิ้วหงุดหงิดก่อนจะคลายสีหน้าแล้วหันมายิ้มกริ่มพลางมองฉันพร้อมกับเอ่ยประโยคประหลาดๆ ที่สั่นคลอนประสาทฉันมาก “ตอนนี้กูเจอของน่ากินมากกว่าเหล้าแล้ว”

ไม่ ไม่ เขาไม่ได้หมายถึงฉันหรอก

ฉันปาดเหงื่อที่ซึมบริเวณหน้าผาก พลางเบี่ยงสายตาไปมองซ้าย... ไม่มีคน

มองขวา... ไม่มีใคร

แต่ถ้ามองตามสายตาคนตรงหน้า มันก็มีฉันไง!

ฮือๆๆๆๆๆ ไม่เอา อย่ามายุ่งกับฉันนะ จะดีลีทหมอนี่ออกจากชีวิตนี่ต้องไปขอน้ำมนตร์วัดไหนมาล้างคำสาปเนี่ย เขาส่งสายตามาราวกับว่าจะติดตามฉันไปทุกชาติยังไงยังงั้นเลย

“เออ นี่ วันนี้ฉันจะไปเล่นเกมที่บ้านไอ้ภาม เธอจะไปด้วยมั้ย?” เขาเอ่ยถามขึ้นมาก่อนจะคว้าคอฉันเข้ามากอดจนหายใจแทบไม่ ฉันก็งงนะว่าเราสนิทกันขนาดจะมาแตะเนื้อต้องตัวกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันก็ไม่กล้าขัดเขาเพราะเขาน่ากลัวมาก

“เอ่อ ไม่ดีกว่าค่ะ วะ วันนี้ เอ่อ... วันนี้มีเรียนต่อค่ะ!”

“ไม่เป็นไร ฉันไปนั่งรอเธอได้”

มะ ไม่เป็นไร จะรอทำไม มาทางไหนไปทางนั้นเลยจ้า ฮือออออ

“เกรงใจน่ะค่ะ” ฉันพยายามบ่ายเบี่ยงแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเมื่อคนตัวสูงยิ้มร่าพร้อมนัยน์ตากดดัน ตัวฉันก็หดเล็กเท่ามดตะนอย

“ไม่ต้องเกรงใจ คนกันเอง”

“แต่ว่า...”

“เฮ้ ฉันบอกว่ารอได้ก็คือรอได้ มันเข้าใจยากตรงไหนวะ ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันรอ เธอก็ไม่ต้องไปเรียนแล้วไปบ้านไอ้ภามกับฉัน เลือกมาจะเอาอย่างไหน” ผู้ชายคนนั้นเริ่มปรี๊ดจนฉันสะดุ้ง ฉันสั่นหงึกๆ อยู่ในวงแขนของคนตัวสูง ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเลยว่าวันนี้จะรอดกลับบ้านรึเปล่า

“เอ่อ...” คำพูดมันติดอยู่ที่คอ ฉันอึกอักๆ หนักใจกับการบอกเขามาก ที่จริงแล้วฉันไม่มีเรียนอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันแค่ไม่อยากไปกับเขาไง ฮือ ;_; คนตัวสูงย่นคิ้วในตอนที่เราสบตากันก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่มขึ้นมาพร้อมกับเลื่อนมือมาแตะริมฝีปากฉันเบาๆ

“แต่ถ้าเธอเลือกไม่ได้ ฉันจะเลือกให้เอง และฉันไม่รับประกันนะว่าที่ไหน”

“...”

“อาจจะเป็นโรงแรมแถวๆ นี้ก็ได้”

ไม่พูดเปล่า เขายังส่งสายตาพิฆาตมาที่ฉันจนขนลุกไปทั้งตัว ฉันกลัวจนสั่นหงึกๆ ฟันกระทบกันดังกึกจนแทบจะลงไปดิ้นอยู่ที่พื้น ฮือ แม่จ๋า พ่อจ๋า ช่วยลูกแก้วด้วย กลัวแล้ว T^T

“ปะ ไปค่ะ.... เอ่อ ไปเล่นเกมค่ะ” ฉันตอบตามปฏิกิริยาเอาตัวรอดอัตโนมัติของตัวเอง ในสมองประมวลผลหาวิธีหนีแบบเต็มที่ ทว่าฉันก็คิดอะไรไม่ออก อยากจะวิ่งหนีแบบสุดชีวิตแต่ขาฉันก็ไม่ขยับเลยสักก้าว

“เออ ดี งั้นไปเลยดีกว่า” เขาเอ่ยและดึงแขนฉัน และเหมือนร่างกายของฉันต่อต้านโดยการที่ฉันฝืนเขาสุดแรงจนคนตัวสูงชะงักและปรายสายตาดุๆ มาให้หัวใจฉันหวาดผวาอีกครั้ง “นี่เธอจะเดินตามฉันไปดีๆ หรือจะให้ฉันชกเธอจนสลบแล้วแบกไปด้วย”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED