เมื่อมิคกี้กินข้าวไข่เจียวที่จันทราหญิงสาวที่อ้างเป็นแม่ทอดให้กินแล้ว เขาก็ได้ออกมานั่งนอกชานกับกำนันบุญมีและจันทรา หลังจากนั้นกำนันบุญมีจึงถามไถ่เรื่องเรียนให้คลายสงสัย
“แล้วมึงจะไปสมัครเรียนเมื่อไร” กำนันบุญมีมองหน้ามิคกี้ด้วยความอิ่มเอม
“อีกสองสามวันเดี๋ยวก็ไปสมัครครับ”
“มึงอยากได้อะไรบอกพ่อมา เดี๋ยวพ่อจัดหาให้ทุกอย่าง พ่อดีใจมากที่มึงคิดได้ซะที”
“พ่อ” จันทราหยิกที่แขนเพื่อเตือนสติสามี เพราะจันทรากลัวว่าลูกชายจะขออะไรที่เกินไป
“แม่จันทรานี่มาหยิกพ่อทำไม”
“พ่อครับ ทุกอย่างที่จะหาให้ผมเลยใช่ไหม” มิคกี้ยิ้มในใจทันที
“ใช่สิว่ะพ่อจะโกหกมึงทำไม”
“ถ้างั้นผมขอเลยนะ” มิคกี้ถึงจะไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นใคร แต่ที่เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าสองคนนี้รักเขาเหมือนลูกแท้ๆ แน่นอน มิคกี้จึงเริ่มสนิทใจที่จะขอสิ่งต่างๆ
“ไอ้ไก่มึงไปเตรียมปากกากับสมุดมาจดเดี๋ยวนี้”
เมื่อไก่ได้ยินคำสั่งของกำนัน เขาจึงรีบไปน้ำสมุดปากกามาเตรียมจดทันที
“อย่างแรกในห้องนอนของผม ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย ผมขอ ทีวีจอแบน จอตู้หนาๆ โบราณๆ แบบที่ตั้งอยู่กลางบ้านนั่นไม่เอานะ แล้วก็แอร์ด้วยมันร้อนมาก ผมเป็นคนขี้ร้อน นอนไม่ค่อยหลับถ้าอากาศไม่เย็น ขอโน๊ตบุ๊คพร้อมติดไวไฟด้วย”
“แม่จันทรารู้ไหม ว่าไวไฟมันคืออะไร”
“แม่ก็ไม่รู้หรอก ให้ไอ้ไก่มันจดไว้ก่อนแล้วเราค่อยไปซื้อกัน”
“ก็ได้”
“พ่อยังไม่หมดมีอีกนะ”
“มีอะไรอีกเหรอ” กำนันบุญมีเริ่มมีสีหน้าที่วิตกกังวล
“ห้องน้ำไม่ค่อยปลอยภัยเท่าไร”
“ไม่ปลอดภัยอย่างไงลูก” จันทราถาม
“มันมีรูด้วยกลัวคนแอบมอง ถ้าใครมาแอบถ่ายแล้วเอาคลิปไปลงในโซเซียล เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องใหญ่นะพ่อ อยากให้พ่อซ่อมแซมให้หน่อยทำให้มิดชิด แล้วน้ำในโอ่งมันเย็นเกินไป ผมขอเป็นฝักบัวแล้วติดเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย นะ”
“มึงจะเอาขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วใครเขาจะมาดูมึงอาบน้ำไอ้ต่อ” กำนันบุญมีเริ่มมีอารมณ์โกรธทีครุ่กรุ่น
“ผมจะไม่พูดเยอะ ถ้าพ่อไม่ทำให้ผม ถ้าอย่างงั้นผมจะไม่ไปสอบด้วย แล้วก็ไม่เรียนที่ไหนทั้งนั้น”
“ก็ได้ พ่อยอมแล้ว อยากได้อะไรบอกมาเลย เดี๋ยวพ่อจัดให้ทุกอย่าง ไอ้ไก่จดให้หมดนะอย่าให้ขาดเชียว” กำนันบุญมีพูดจบถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เอ่อ มีอีกอย่างหนึ่งพ่อ”
“อะไร” กำนันบุญมีมองมิคกี้ตาแป๋ว
“ต่อไปเรียกผมว่ามิคกี้ ห้ามเรียกว่าต่อ”
“เหรอ มิคกี้ ชื่อฝรั่ง แต่พ่อว่าชื่อต่อเป็นมงคลนะ พระอาจารย์ตั้งให้พ่อว่าชื่อนี่ก็ดีอยู่นะ” กำนันบุญมีฝืนยิ้ม
“ไม่ดีหรอก ชื่อมิคกี้ดีกว่าเยอะ แล้วแต่พ่อจะเรียกก็แล้วกัน” มิคกี้เห็นกำนันบุญมีมีท่าทีไม่พอใจ มิคกี้ก็เลยไม่อยากขัดใจกำนันบุญมี
“ดีแล้วลูก”
“หมดแล้วใช่ไหม” จันทราเอ่ยขึ้น
“ยังครับ”
“จะเอาอะไรอีกลูกแม่” จันทราใจเต้นระรัว
“ผมไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่ ที่มีอยู่มันก็เอ้าท์มากเลย โทรศัพท์มือถือก็ไม่มี ผมอยากได้เงินสักแสนหนึ่งไปซื้อของใช้น่ะ”
“ไอ้ต่อ กูไอ้มึงเป็นวานี่มึงจะเอาไร่เลยเหรอว่ะ กูจะเอาตังค์ที่ไหนให้มึงเป็นแสนไอ้ห่านี่” กำนันบุญมีโมโหขีดสุด
มิคกี้หยุดความคิดอยากได้ให้น้อยลงทันที เมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของกำนันบุญมี ที่กำลังโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
“สามหมื่นก็ได้ มันแพงตรงโทรศัพท์ถือถือนี่แหละ”
“โทรศัพท์เราก็มีไอ้ต่อ” กำนันบุญมีชี้ไปที่โทรศัพท์ ที่มีรูสิบรูแล้วหมุนตัวเลขข้างใน
“โอ๊ยพ่อ เปลื่ยนได้แล้ว เดี๋ยวนี้ต้องใช้ปุ่มกด ที่ผมอยากได้ไม่ใช่โทรศัพท์บ้าน ผมอยากได้มือถือพ่อเข้าใจไหม”
“มือถืออะไรของมึง ถ้าเป็นโทรศัพท์มันต้องมีสายมึงจะถือไปไหน”
“เอ้า พ่อก็ถือไว้โทรคุยกันไง พ่อไม่เข้าใจเหรอ เดี๋ยวผมซื้อมาให้พ่ออีกเครื่องก็ได้ รับรองถ้าพ่อได้เล่นติดใจแน่นอน แล้วก็จะส่งรูปสวัสดีวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ทุกวัน”
“ถ้ามึงหามาได้กูก็จะซื้อให้มึงเลยไอ้ต่อ”
“แล้วอย่าลืมที่พูดนะพ่อ เดี๋ยวผมจะไปที่ห้างเอามาให้พ่อดู แต่ตอนนี้ขอสามหมื่นก่อนก็ดีนะ”
“แม่ว่าไง” กำนันบุญมีมองมาที่จันทรา ที่มึนงงสับสนพูดอะไรไม่ออก
“แล้วแต่พ่อ เลย ถ้าพ่ออยากให้ไอ้ต่อเรียนก็ต้องยอมมัน”
“แหม กูละปวดหัว ไอ้ต่อคนเดิมไม่อยากเรียน มีแต่ยิงนกตกปลา ตะลอนชกมวย ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง แต่ไอ้ต่อคนนี้อยากเรียนแต่ใช้เงินเก่งชะมัด อยากได้โน้นอยากได้นี่กูจะทำไงดีวะ”
“เอาเหอะน่าพ่อ ก็พ่ออยากให้ลูกเป็น ปลัด นายอำเภอ ผู้ว่า ไม่ใช่เหรอก็ลงทุนหน่อยน่า” จันทราพูดขึ้นข้างๆ หูของกำนันบุญมี
กำนันบุญมีนั่งครุ่นคิดชั่วครู่ เพราะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเปลื่ยนไปเยอะ จนเขาคิดไปว่าอาจเสียสติเพราะถูกชกน็อคคาเวทีมวย แต่ยังพอมีเรื่องที่ดีบ้างก็คืออยากเรียนหนังสือ กำนันบุญมีคิดอยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจยอมทำตามมิคกี้ทุกอย่าง
“ก็ได้ พ่อจะทำให้ทุกอย่างที่มึงต้องการ แต่ไม่รู้ว่าทำได้หมดไหม เดี๋ยวจะให้อามึงมาจัดการให้” กำนันบุญมีถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคิดผิดหรือคิดถูก ที่ทำตามใจลูกชายทุกอย่าง บางสิ่งเขาไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
“ขอบคุณมากครับพ่อ” มิคกี้ยกมือไหว้กำนันบุญมีและจันทรา จนสร้างความตกใจให้กับทั้งสองอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วลูกชายของเขา จะมาไหว้ขอบคุณแบบนี้ ไม่เคยมีให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว
ส่วนมิคกี้ก็ยังสงสัยไม่หาย ทำไมสองคนผัวเมียคู่นี้ถึงทำดีกับเขามาก ในตอนแรกมิคกี้คิดว่าสองคนนี้จับเขามาเพื่อเรียกค่าไถ่ พออยู่นานเข้ามิคกี้ก็แน่ใจว่าสองคนนี้ ไม่ได้จับเขามาเรียกค่าไถ่แต่จับมาเป็นลูก มิคกี้จึงใช้ความรักที่ทั้งสองมีให้เขา เพื่อเอาตัวรอดจากเหตุการณ์อันผิดแปลกแตกต่างจากที่เขามา
“พ่อ ผมจะเข้าไปในเมือง ผมจะไปได้อย่างไงครับ”
“ไอ้นี่ มึงก็เข้าไปทุกวันอยู่ แล้วยังจะมาถามกูอีกว่าไปอย่างไง”
“อ๋อ งั้นให้ไก่ไปกับผมด้วยนะครับ”
“อะไรของมึง ไอ้ไก่มันก็เป็นเงาตามตัวมึงอยู่แล้วนี่”
“เหรอ ก็ดี”
“ถ้างั้นผมขอเงินพ่อสามหมื่นเดี๋ยวนี้เลย ผมจะไปซื้อมือถือ” มิคกี้มีแผนไว้ว่าจะซื้อโทรศัพท์มือถือ เพื่อที่จะโทรให้ที่บ้านมารับกลับ ถ้าสำเร็จเขาจะได้ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ส่วนเรื่องไก่มิคกี้คิดว่าจัดการได้ไม่อยาก แต่ที่เขาอยากเอาไก่ไปด้วย เผื่อแผนการไม่ได้เป็นดั่งหวัง จะได้มีคนคอยช่วยเหลือพากลับมาบ้านหลังนี้
กำนันบุญมีถึงกับส่ายหัว เพราะเครียดที่ต้องเสียเงินสามหมื่น เพื่อแลกกับลูกชายให้ไปเรียนหนังสือ เขาจึงลุกขึ้นเข้าไปในห้องเพื่อนำเงินมาให้มิคกี้ ส่วนมิคกี้นั่งรอกำนันบุญมีสักพัก กำนันบุญมีก็ถือเงินสามหมี่นบาทมายื่นให้มิคกี้
“ขอบคุณครับพ่อ” มิคกี้ยกมือไหว้
“ไอ้ไก่เอาสมุดที่จดมา ส่วนมึงก็ไปกับลูกกูในเมือง”
“ครับพ่อกำนัน” ไกยื่นสมุดให้กำนันบุญมี
“ไปเลยลูกพี่” ไก่เดินนำหน้ามิคกี้
“ผมไปแล้วนะพ่อ”
“ฮือ”
“จะไปยังจะมาบอกอีก ทุกทีไปไหนมาไหนไม่เคยบอกเลยไอ้นี่ วันนี้มันเป็นอะไรแปลกไปมาก ผีเข้าไอ้ต่อหรือเปล่าแม่จันทรา”
“คงไม่หรอกพ่อ คงจะคิดได้แล้วมั้ง”
“จริงเหรอ” กำนันมีน้ำเสียงที่ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่จันทราพูด
“คอยดูกันไปก่อนพ่อ” จันทราพูด
“ก็ตามนั้นแหละ” กำนันบุญมีนั่งมองมิคกี้เดินตามไก่ไปที่รถพ่วง
เมื่อมิคกี้มาถึงก็ต้องอึ่งอีกครั้งกับยานพาหนะที่จะพาเขาเข้าไปในเมือง ซึ่งมิคกี้ก็เคยเห็นอยู่ แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะต้องมานั่งรถพ่วงเข้าไปในเมือง
“ลูกพี่ขึ้นเลย”
“ให้นั่งในพ่วงนี่นะ” มิคกี้มีท่าทีสงสัย
“ก็ใช่นะสิ ถ้าไม่นั่งในพ่วงและลูกพี่จะนั่งที่ไหน”
มิคกี้ทำใจไม่คอยได้เพราะก่อนหน้านี้ ได้แต่นั่งรถหรูราคาแพง เพียงคืนเดียวต้องมานั่งรถพ่วงเพื่อเดินทาง
“เอ้าหนังสติ๊ก” ไก่หยิบหนังสติ๊กที่อยู่ตะกร้าหน้ารถพ่วงยื่นให้มิคกี้
“อะไร” มิคกี้งง
“ก็หนังสติ๊กไง”
“เอามาทำไม”
“ก็เอาไว้ป้องกันตัว ยิงโน้นยิงนี่อย่างที่ลูกพี่ทำไง”
“เราไม่เคยทำอย่างที่ไก่บอกเลย”
“โอ๊ย ลูกพี่เป็นอะไรมากไหมเนี่ย วันนี้เป็นอะไรที่แปลกมาก เหมือนไม่ใช่ลูกพี่ผมเลย”
“เอ่อน่า คนเรามันก็ต้องเปลื่ยนไปบ้างนั่นแหละ” มิคกี้รับหนังสติ๊กมาถือไว้ และเข้าไปนั่งในรถพ่วง
“ไปแล้วน่ะลูกพี่ จะชิ่งให้ลูกพี่ดู” ไก่สตาร์ทรถและบิดคันเร่งไปอย่างรวดเร็ว บนทางถนนลูกรังที่ผ่านไร่ข้าวโพด
“ไร่ข้าวโพดของใครทำไมมันกว้างมาก” มิคกี้มองไปรอบแล้วรู้สึกสบายตา
“ก็ของพ่อกำนันไง”
“อ๋อ เหรอ”
“แปลกจำไร่ข้าวโพดตัวเองไม่ได้” ไกพูดขึ้น
มิคกี้นอกจากงงว่าตัวเองมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร ยังมีที่ยิ่งงงกว่าอีก ทำไมคนแถวนี้ถึงคิดว่าเขาเป็นต่อไปได้ ทั้งๆ ที่เขาก็คือมิคกี้ ตอนเช้ามิคกี้ก็ช่องกระจก ก็เป็นหน้าของเขาเหมือนเดิม มิคกี้ยิ่งคิดยิ่งงและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันแน่
มิคกี้นั่งบนรถพ่วงเกือบครึ่งชั่วโมง จนเขารู้สึกเจ็บก้นเพราะที่นั่งเป็นเหล็กล้วนๆ ยิ่งถนนขรุขระเวลารถวิ่งจึงกระเด็นกระดอน จนทำให้มิคกี้รู้สึกว่า ก้นของเขาระบบไปหมด
“ลูกพี่ถึงแล้วจะซื้ออะไรก็ซื้อได้เลย”
มิคกี้ลงจากรถพ่วงแล้วมองไปรอบๆ ที่เต็มไปด้วยร้านขายของเรียงรายเป็นห้องแถว และมีตลาดอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นแผงลอยวางสินค้านานาชนิด
“ไก่ พาเรามาผิดที่หรือเปล่าเราจะเข้าไปในเมือง เพื่อจะเดินซื้อของที่ห้าง ไม่ใช้ให้มาในตลาดสดแบบนี้”
“ลูกพี่ ถ้าจะไปห้างไกลร่วมร้อยโลโน้น ที่นี่มีแต่แบบนี้แหละ อ๋อ แต่ก็มีนะเรียกว่า ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือเปล่ามีแอร์ด้วย ถ้าลูกพี่อยากไปผมก็จะพาไป”
“ตั้งร้อยโล แล้วที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย ทำไมทุรกันดารขนาดนี้ ประเทศของเราไม่น่าจะมีอะไรที่ดูเก่าและโบราณแบบนี้นะ นี่มันปี พ.ศ.2567แล้วด้วย”
“อะไรของลูกพี่ ปีนี่พึ่ง พ.ศ.2538 เอง”
“ไม่ต้องมาโกหก ใครย้อนเวลามาได้ตั้งยี่สิบกว่าปี พูดไปเรื่อยน่ะไก่ เราคิดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ตกสำรวจ ไม่เป็นไรพ่อเราเป็นรัฐมนตรีเดี๋ยวจะบอกพ่อ ให้มาพัฒนาจังหวัดนี้ให้เจริญขึ้น”
“พ่อลูกพี่เป็นกำนันไม่ใช่รัฐมนตรี ลูกพี่ชอบพูดไปเรื่อยมากว่าผมอีกนะ”
“ไก่นี่อย่างไงเนี่ย ชอบเถียงอยู่นั่นแหละ”
“ผมไม่พูดกับลูกพี่แล้ว จะซื้ออะไรก็ซื้อเลยลูกพี่ ไม่ต้องมาเถียงกับผมหรอก”
“ก็ได้ แถวนี้มีร้านมือถือไหม” มิคกี้มองตามห้องแถวที่เรียงราย แต่ก็ไม่เห็นมีร้านขายโทรศัพท์มือถือซักร้าน
“ร้านอะไรมือถือไม่มีหรอก”
“ดูแล้วก็ไม่มีจริงๆ ด้วย คงจะไกลความเจริญน่าดู” แผนที่มิคกี้วางไว้ไม่เป็นดังคิด แต่มิคกี้มีความคิดแวบหนึ่งว่าจะหนีไปจากที่นี่ แต่ก็เปลื่ยนใจเพราะเขาคิดว่าคงกลับไม่ถูกแน่ๆ
“ร้านมือถือของลูกพี่ไม่มี แล้วลูกพี่จะซื้ออะไรต่อล่ะ” ไก่ถาม
“เดินดูไปก่อนอาจจะซื้อเสื้อซักหน่อย ที่มีอยู่มันเอ้าท์ไปแล้ว” เมื่อมิคกี้พูดจบก็เดินไปยังร้านขายเสื้อผ้าที่อยู่แขวนอยู่เป็นล็อคๆ ในตลาด
เมื่อมิคกี้มาถึงร้านขายเสื้อผ้าราคาถูก ตัวละเก้าสิบเก้าบาทซึ่งมิคกี้ไม่เคยใส่เสื้อราคาถูกขนาดนี้ แต่เขาก็แอบคิดว่าถึงราคาถูก แต่ดีไซน์ใช้ได้ทีเดียวเขาชอบอยู่หลายตัวเหมือนกัน มิคกี้ จึงเลือกซื้อทั้งหมดที่เขาชอบ
“ลูกพี่จะซื้อไปทำไมเยอแยะ”
“ถามแปลกก็ซื้อไปใส่ซิ”
“รู้แล้วว่าซื้อไปใส่ แต่ลูกพี่จะใส่หมดเหรอ”
“หมดสิ ไม่ต้องกลัวหรอก เอ้าถือด้วย” มิคกี้ยื่นถุงเสื้อผ้าให้ไก่ถือไว้
ในระหว่างที่มิคกี้กำลังเดินเลือกซื้อสินค้าเขาก็ต้องตกใจ กับเสียงตะโกนที่ดังมาจากด้านหลัง เพราะเรียกชื่อที่สองของเขา
“ต่อ”
มิคกี้หันมามองทันที และมิคกี้ก็เห็นคนที่เรียกเขาอย่างดัง ซึ่งหน้าตาออกแนวไทยๆ แต่หน้าหวานกว่าเขาอีก ทั้งๆ ที่มิคกี้ผิวขาวแต่ก็ดูคมกว่าคนที่เรียกเขา
“เราว่าจะไปหานายอยู่พอดีเลย” ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับมิคกี้พูดขึ้น
“จะมาเราหาทำไม เรารู้จักกันเหรอ” มิคกี้มีสีหน้าที่สงสัย
“เฮ้ย ไอ้ต่อกูนี่เพื่อนรักมึงนะโว้ย รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก มึงพูดแบบนี้เราเสียใจแย่เลย” เกรทชายหนุ่มมีสีหน้าที่ไม่คอยพอใจ
“เหรอ”
“ก็เอ่อสิว่ะ ถ้านายไม่อยากคบกับเราอีกแล้ว เราไปก็ได้จะได้ไม่ต้องมาเจอกันอีก” เกรทหันหลังแล้วเดินจากไป
“ไก่ เรากับไอ้นั่นสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ” มิคกี้พูดเสียงค่อยๆ ข้างๆ หูไก่ เพราะใคร่สงสัย
“ยิ่งกว่าสนิทอีกลูกพี่ แก้ผ้าเล่นน้ำกันมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นเจ้าเกรทก็มานอนกับลูกพี่เป็นประจำ”
“มานอนทำไม” มิคกี้สงสัย
“จะไปรู้ได้ไง ก็อยู่ในห้องกันสองคน”
“เรากับเกรทเป็นแฟนกันเหรอ” มิคกี้ใจเต้นระรัว
“คงงั้นมั้ง สนิทเกินเพื่อนด้วยนี่” ไก่หัวเราะ ทั้งที่ความจริงแล้วไก่ไม่ได้เช่นนั้น แต่เป็นเพราะมิคกี้พูดขึ้นก่อนไก่เลยทำเนียนแกล้งมิคกี้
“เหรอ” มิคกี้ครุ่นคิดชั่วครู่
มิคกี้เชื่อคำบอกกล่าวของไก่ เขาจึงรู้สึกไม่ดีที่พูดจาไม่น่าฟังกับเกรท เพราะมิคกี้คิดว่าถึงจะไม่ใช่แฟนของเขา แต่ในเมื่อทุกคนคิดว่าเขาเป็นต่อ มิคกี้จึงต้องสวมรอยเป็นต่อให้แนบเนียน มิคกี้จึงรีบวิ่งตามเกรทใปในทันทีที่เขาคิดได้
“เกรทหยุดก่อนรอเราด้วย” มิคกี้วิ่งมาจนทันเกรทที่หยุดเดินพอดี
“มีอะไรตามมาทำไม” เกรทยืนนิ่งด้วยความเสียใจที่มิคกี้พูดจาไม่ดีกับเขา ถึงแม้เขาจะไม่ได้รักต่อฉันคู่รัก แต่ความเป็นเพื่อนของเขานั้นให้ต่อเต็มร้อย
“เมื่อกี้เราขอโทษนะ พอดีเรามึนๆ เอ่อ คือว่า เมื่อคืนโดนต่อยน็อคคาเวทีมวย” มิคกี้ตีเนียนเป็นต่ออย่างแนบเนียน
“ตบหัวแล้วลูบหลังเหรอ”
“เราไม่ได้ตบหัวและลูบหลังนายนะ แต่เรา เอ่อ คืออย่างไงล่ะ ก็อย่างที่เราพูดเมื่อกี้นี้แหละ”
“เหรอ”
“จริงสิ” มิคกี้จับมือเกรททันที ที่เกรทกำลังจะเดินต่อไป
“นายเป็นบ้าอะไรมาจับมือเราทำไม” เกรทดึงมือออกและหันมามองมิคกี้
“คนเป็นแฟนกันจับมือแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก” มิคกี้ยิ้มให้เกรทอย่างหวานฉ่ำ
“เฮ้ย ไอ้ต่อนายเป็นบ้าอะไร เราเป็นแฟนกับนายตั้งแต่เมื่อไร คิดแล้วขนลุกนายนี่น่าจะเพี้ยนจริงๆ เพราะโดนต่อยแน่ๆ”
“ก็บ้ารักไง อย่าโกรธเราเลย ขอโทษก็แล้วกัน ถ้าวันนี้อยากกินอะไรอยากได้อะไรบอกเรามา เราจะตามใจนายทุกอย่างหนึ่งวัน เพื่อเป็นการไถ่โทษนาย”
เมื่อมิคกี้พูดจบก็จับมือของเกรทเดินเข้าไปในตลาดอีกครั้ง โดยมีไก่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับประหลาดใจที่ลูกพี่ของเขาทำเช่นนั้น แต่เขาก็อดยิ้มและขำไม่ได้ ไก่จึงมีความคิดที่จะแกล้งลูกพี่ของเขาต่อไปอีก เพราะต่อนั้นก็ชอบแกล้งไก่และใส่อารมณ์กับไก่บ่อยๆ นี่จึงเป็นวิธีเอาคืนของไก่ ที่เขาพึ่งคิดได้ในช่วงเวลานี้
“ปล่อยมือเราได้แล้วไอ้ต่อ” เกรทพยายามแกะมือของมิคกี้ออก
“ถ้าจะให้ปล่อยนายต้องยกโทษให้เราก่อน”
“ก็ได้”
“ดีมาก” มิคกี้หันมายิ้มด้วยสายตาที่หวานฉ่ำ
“ไอ้ต่อยิ้มซะเราเกือบเคลิ้มเลย มึงจะยิ้มหวานอะไรขนาดนั้นไอ้นี่”
“ก็ยิ้มให้นายไง นายจะได้จำรอยยิ้มเราไว้”
“ไม่ต้องพูดเลยเราจะอ๊วก”
“นายเป็นอะไรถึงจะอ๊วก” มิคกี้มีท่าทีตกใจ
“ไอ้ต่อ มีสติหน่อยซิวะ”
“นายนั่นแหละต้องมีสติ ต้องหัดดูแลสุขภาพตัวเองบ้างรู้ไหม เราเป็นห่วง”
“ไม่ได้เป็นอะไร”
“แน่นะ”
“แน่สิ”
“อย่าโกหกนะ”
“ไม่ได้โกหกหรอก พอเหอะอย่าเล่นเยอะน่ารำคาญ ไปหาอะไรกินดีกว่า นายบอกจะเลี้ยงเราไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ แล้วแต่นายเลยอยากกินอะไรวันนี้เราจ่ายไม่อั้น”
“ไปรวยมาจากไหน”
“ขอพ่อมา”
“ไม่เชื่อ คนอย่างนายนี่นะจะขอเงินพ่อกำนัน เห็นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันนี่”
“นั่นมันเมื่อก่อน แต่เดี๋ยวนี้เปลื่ยนไปแล้ว อย่าพูดมากเลยเสียเวลากินหมด นายเดินนำหน้าเราไปเลยว่าจะกินร้านไหน”
เกรทหันมามองมิคกี้ด้วยความฉงน และไม่เข้าใจในตัวของเพื่อนที่เปลื่ยนไป อย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ แค่ช่วงเวลาไม่ได้เจอกันสองสามวัน
เมื่อมิคกี้มาถึงที่บ้านกำนันบุญมี มิคกี้ได้ให้ไก่เอาของที่ซื้อมา ไปเก็บไว้ที่ห้องของเขา หลังจากนั้นมิคกี้กลับเกรทก็เดินไปยังแม่น้ำ ซึ่งไม่ไกลจากบ้านกำนันบุญมีมากนัก
"นายจะเรียนต่อไหม"กรทเป็นฝ่ายถามก่อน พร้อมเดินนำทางไปยังแม่น้ำ ซึ่งเขาก็แปลกใจเหมือนกันที่มิคกี้บอกจำทางไปแม่น้ำไม่ได้
“เรียนซิ อีกสองสามวันจะไปสมัครสอบ”
“นายจะเรียนคณะอะไรล่ะ แล้วเรียนที่ไหน”
“ที่มหาลัยพิพัฒนเมธา คณะ รัฐศาสตร์ ตอนแรกจะเรียนบริหาร พ่อไม่ให้เรียน"
มิคกี้อยากตีสนิทเกรทจึงชวนเกรทมาที่บ้าน ส่วนเกรทก็ตามมาอย่างง่ายดาย เพราะแต่ก่อนเกรทก็มาเป็นประจำ พึ่งหายไปช่วงที่เรียนจบ เพราะเกรทต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย
“แปลก ปกติพ่อกำนันให้ไปซ้ายนายจะไปขวา จะทำอะไรตรงข้ามตลอด แต่อะไรดลใจนายให้ตามใจพ่อกำนัน”
“ก็ท่านเป็นพ่อไง เราก็ตามใจท่านซักหน่อย นายล่ะเรียนคณะอะไร”
“อักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกับนายนั่นแหละ”
“ว้าว สุดยอดไปเลย”
“อะไรของนาย ว้าว ว้าว ว้าว เราล่ะปวดกับคำพูดของนายจังเลย”
“อีกหน่อยเดี๋ยวก็ชิน”
“คงนานแหละ ถึงแล้วเห็นไหมแม่น้ำ”
“กว้างมากเลย แต่เล็กกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาอีก”มิคกี้ตื่นเต้นอย่างมาก เพราะน้ำในแม่น้ำแห่งนี้ใสมาก
“ทำอย่างกับเคยไปน่ะ”
“อยู่นั่นเลยแหละผ่านทุกวันตอนกลับจากโรงเรียน”
“เหรอ ถ้าจะบ้าไปใหญ่แล้วไอ้ต่อ”
“ทีหลังอย่าเรียกต่อ ถ้ารักเราต้องเรียก มิคกี้”
“เปลื่ยนชื่อใหม่ตั้งแต่เมื่อไร”เกรทถามด้วยความมึนงง
“ไม่ได้เปลื่ยนหรอก ชื่อนี้ตั้งนานแล้ว”
“ถ้าจะบ้าของแท้”เกรทเก่าศีรษะ
“เล่นน้ำอย่างไง แก้ผ้าอาบเลยเหรอ”มิคกี้พูดขึ้น
“จะแก้ได้ไง ใส่กางเกงในอาบน่ะซิ”เมื่อเกรทพูดจบก็ถอดเสื้อกางขาสั้นออก เหลือเพียงกางเกงในสีแดงตัวเดียวแล้วกระโจนลงในแม่น้ำทันที
ในส่วนมิคกี้ก็กล้าๆกลัวๆ เพราะเคยเล่นแต่ในสระน้ำ และในทะเล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ลงเล่นน้ำในแม่น้ำ มิคกี้เห็นเกรทดำผุดดำว่าย เขาเลยอยากลองเล่นบ้าง มิคกี้จึงรีบถอดเสื้อกางเกงออก จนเหลือเพียงกางเกงในสีเทา หลังจากนั้นมิคกี้ก็กระโดดลงไปในแม่น้ำที่เย็นจนสบายตัว
เมื่อมิคกี้สู่ใต้น้ำแล้วเขาจึงดำว่ายไปหาเกรท ที่กำลังลอยคอยอยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก เมื่อเข้าใกล้เกรทเขาจึงดันร่างสู่เหนือน้ำและกอดเกรทไว้ในอ้อมกอด
“ไอ้ต่อมึงมากอดกูทำไมไอ้นี่เป็นอะไรของนาย”เกรทรู้สึกตกใจจากอ้อมกอดไม่พอ เพราะน้องชายของมิคกี้ได้มาโดนบั้นท้ายของเขา
“กอดแค่นี้ก็ไม่ได้นายเป็นอะไร หวงตัวกับแฟนไปได้ ยุคใหม่มันต้องแบบนี้ เดี๋ยวนี้สังคมรับได้แล้วรู้ไหม”มิคกี้ยังเชื่อสนิทใจว่าเป็นแฟนกับเกรท และเขาก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้ชิดเกรท
“นายพูดอะไรเราไม่เข้าใจ แต่ ปล่อยเราก่อน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
“ไม่ต้องอายหรอก คนเราก็ต้องแสดงความรักต่อกันบ้างซิ”
“เราบอกให้ปล่อย ถ้าไม่ปล่อยมึงโดนดีแน่”
“นายจะทำอะไรเรา อยากรู้จัง ถ้าอย่างงั้นไม่ปล่อยดีกว่า”
เมื่อมิคกี้พูดจบ เกรทก็จับไปที่น้องชายของมิคกี้ทันทีและบีบนิดหน่อย แต่เขาก็ต้องแปลกใจเพราะมิคกี้เฉยมาก แถมปล่อยให้จับบีบไม่ว่าสักคำ จนเกรทต้องปล่อยมือจากน้องชายของมิคกี้ เพราะเขาเริ่มรู้สึกได้ว่าน้องชายของมิคกี้เริ่มขยายใหญ่ขึ้น
“นายนี่มันบ้าเกินคนจริงๆโดนจับขนาดนี้ยังยืนให้จับอยู่ได้”
“ก็นายชอบจับไม่ใช่เหรอ เราก็เลยให้นายจับได้เต็มที่ ส่วนเราก็ชอบเหมือนกันโดนจับ”
“ใครชอบจับพูดไปเรื่อย”เกรทไมได้อยากจับหรอก สาเหตุที่จับเพราะจะให้มิคกี้ปล่อย แต่ดันผิดแผนมิคกี้ยอมให้จับแต่โดยดี
“ไม่ชอบแล้วจับทำไม”
“พูดกับนายประสาทจะแดก มาว่ายน้ำแข่งกันดีกว่า”เกรทหาวิธีที่จะให้มิคกี้เลิกกอดเขา และหันมาสนใจสิ่งอื่น ที่เกรทหลอกล่อให้มิคกี้ทำตาม
“ก็ได้ รู้ไหมเราเป็นนักกีฬาว่ายน้ำด้วยนะ เราเคยเรียนกับโค้ชระดับอดีตทีมชาติเชียวนะ”
“ไอ้ขี้โม้ นายกับเราฝึกกันเอง ใช้ลูกมะพร้าวแห้งสองลูกฝึกต่างหาก”
“นายพูดอะไรเราไม่เข้าใจ ถ้าเป็นห่วงยางก็ว่าไป ใช้มะพร้าวแห้งมาทำอะไร”มิคกี้งง
“ก็เอามาลอยคอน่ะซิ โอ๊ยไม่พูดกับนายแล้ว มาว่ายน้ำแข่งกันดีกว่า”
“ก็ได้ ถ้าแพ้ทำไง”
“แพ้ก็แพ้ซิจะให้ทำไง”
“ไม่สนุกถ้าแพ้ต้องโดนหอมแก้ม”
“นายนี่ตัณหาจัดไม่สนใจอะไรเลย วันๆคิดแต่เรื่องลามก กับเพื่อนนายยังไม่ละเว้น”
“เพื่อนที่ไหนแฟนต่างหาก”
“เอ่อนายอยากพูดอะไรก็เรื่องนาย แต่ตอนนี้ปล่อยเราได้แล้ว จะได้ว่ายน้ำแข่งกันซักที”
“ไม่ปล่อยถ้านายไม่รับปากว่าคนแพ้ต้องโดนหอมแก้ม”
“ก็ได้”เกรทตัดความรำคาญ เพราะถ้าไม่รับปากมิคกี้ก็จะกอดอยู่อย่างนี้”
“ก็แค่นี่แหละ”มิคกี้คลายกอดทันที ทันใดนั้นเกรทก็ลักไก่ว่ายน้ำไปก่อนมิคกี้
“ฝีมือมีแค่นี้ ลูกมะพร้าวจะมาสู้ห่วงยางได้ไง”มิคกี้ตะโกนแล้วว่ายน้ำตามเกรทไป
ช่วงตัวของมิคกี้ที่ยาวกว่า ไม่ว่าจะเป็นขาแขนลำตัว จึงทำให้สโตรกของมิคกี้เหนือชั้นกว่าเกรทอย่างมาก ยิ่งมิคกี้เป็นนักกีฬาหลายชนิด กับแค่ว่ายน้ำจึงไม่พ้นขีดความสามารถของมิคกี้ ซึ่งมิคกี้ก็ใช้เวลาไม่นานก็ว่ายน้ำนำเกรทไปหลายช่วงตัว จนเขาต้องหยุดรอที่ริมตลิ่งที่มีต้นไม้ใหญ่เป็นร่มเงา พอเกรทว่ายมาถึงที่มิคกี้ยืนรออยู่ เขาจึงหยุดว่ายน้ำต่อไปในทันที
“นายไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย”แต่ก่อนที่ต่อเป็น ไม่ว่าจะแข่งหรือทำอะไรต่อจะแพ้เกรทตลอด
“ก็บอกแล้วไง นักกีฬาว่ายน้ำทีมโรงเรียนเชียวนะ”
“พูดไปเรื่อยอีกแล้ว ไม่พูดด้วยแล้วเว้ย พูดแต่เรื่องไร้สาระที่ไม่เป็นจริงเลย”
“ไม่อยากฟังไม่พูดก็ได้ แต่อย่าลืมถ้าแพ้ต้องโดนหอมแก้ม”มิคกี้อมยิ้ม
“นายเอาจริงเหรอ”
“จริงสิ”
เกรทแปลกใจในพฤติกรรมของมิคกี้หนักขึ้นทุกที แต่ในเมื่อรับปากไว้แล้วว่าคนแพ้ต้องโดนหอมแก้ม เขาจึงไม่มีทางปฏิเสธได้ เกรทจึงมองซ้ายมองขวาและหันหน้ามามองมิคกี้
“เร็วๆเข้า กำลังไม่มีคน”
“ได้เลย”มิคกี้รีบยื่นหน้าจนริมฝีปากจะโดนแก้มของเกรท แต่แล้วเสียงที่คุ้นเคยก็ดังอยุ่บนตลิ่ง
“ทำอะไรกัน”ไก่ทันมาเห็นพอดี จึงตะโกนถามด้วยความสงสัย
มิคกี้จึงขยับหน้าออกห่างและหันมามองไก่ ด้วยสายตาที่รำคาญจนอยากจะขึ้นไปตีกบาลซักที
“พ่อกำนันให้มาตาม เพราะสิ่งที่ลูกพี่ขอ พ่อกำนันทำให้เกือบหมดแล้ว”
“จริงเหรอ”มิคกี้ยิ้มทันที และหันไปมองเกรท
“นายขอให้พ่อกำนันทำอะไรเหรอ”เกรทรู้สึกสงสัยอย่างมาก
“นายตามเรามาเลยเดี๋ยวนายก็จะรู้”
เมื่อมิคกี้พูดจบเขาก็ขึ้นจากแม่น้ำพร้อมกับเกรท และรีบใส่เสื้อกางเกง เดินไปที่บ้านของกำนันบุญมี อย่างรวดเร็วเพราะมิคกี้อยากเล่นอินเตอร์เน็ต จะได้ส่งข่าวสารให้ทางบ้านรับรู้ เพราะเขาก็กลัวว่าพ่อกับแม่จะเป็นห่วง
มิคกี้รีบเดินอย่างรวดเร็วเพื่อไปดูสิ่งที่ขอ จนเกรทต้องวิ่งตามเกว่าจะทัน เมื่อไปถึงตรงบันได้ มิคกี้รีบขึ้นทันทีแต่ก็ไม่ทันได้ขึ้น เพราะกำนันบุญมีที่ยืนอยู่หน้าบันได้พูดขึ้นก่อน
“ล้างตีนด้วย”
“ไม่เห็นมีตุ่มเลย”มิคกี้มองไปรอบๆ
“ก็อ่างน้ำตรงตีนมึงนะ”
มิคกี้หันไปมองด้านข้าง เขาก็เห็นอ่างน้ำที่มีตรงกลาง เป็นสี่เหลื่ยมยื่นออกมา มิคกี้ไม่รู้จะทำอย่างไง เขาเลยหันไปมองเกรทที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ล้างอย่างไงเกรท”มิคกี้ใช้สายตาที่เว้าวอนอย่างมาก
“นายนี่นับวันจะยิ่งเพี้ยนหนักขึ้นทุกที”เกรททนไม่ได้เลยก้าวเท้าไปเหยียบ ตรงกลางอ่างและใช้เท่ากวักน้ำขึ้นมาล้างเท่าจนสะอาด หลังจากนั้นก้าวเท้าออกมาและเช็ดเท้าต่อ ก่อนที่จะขึ้นบันไดไปบนบ้าน มิคกี้จึงทำตามอย่างเกรททุกอย่าง หลังจากนั้นเขาจึงตามเกรทขึ้นไปบนบ้าน
“ไหนพ่อ ทำอะไรให้ผมบ้าง”
“เกือบทุกอย่างที่มึงขอนั่นแหละ กูต้องเกณฑ์คนนับสิบมาทำให้มึง”
“ขอบคุณมากครับพ่อ”มิคกี้ยกมือไหว้กำนันบุญมี
“รีบเข้าไปดูเถอะลูก ถ้าไม่ถูกใจหรือต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็บอกอานกได้เลยนะ”จันทราพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ครับแม่”มิคกี้ยกมือไหว้ก่อนที่จะรีบเดินเข้าไปในห้องของเขา โดยมีเกรทเดินตามไม่ห่าง เพราะเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่า กำนันบุญมีได้ทำอะไรให้ต่อไว้บ้าง
เมื่อมิคกี้เข้ามาภายในห้องของต่อแต่เดิม แต่ปัจจุบันเป็นของเขา สิ่งแรกที่เขามองมาคือโน๊คบุ๊คแต่ไม่เห็นมี แต่สิ่งที่เขาเห็นกับเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ พร้อมเครื่องปริ้นตัวอย่างใหญ่
“ชอบไหมต่อ”อานกของต่อพูดขึ้น เมื่อเขาเห็นมิคกี้ในร่างต่อเดินไปดูคอมพิวเตอร์
“โน๊ตบุ๊คไม่มีเหรอครับ ใช่อานกไหม”
“ไม่เจอกันอาทิตย์หนึ่งจำอาไม่ได้แล้วเหรอ”
“พูดเล่นครับอา โน๊ตบุ๊คล่ะ”
“ไม่มีขายหรอก ตั้งโต๊ะนี่ก็หรูแล้ว”
“ก็ได้ครับ แล้วได้ติดตั้งไวไฟไหมครับ”
“ไวไฟอะไร”นกมีสีหน้าที่งงพอสมควร
“ก็อินเตอร์เน็ตไร้สายไงอา”
“อ๋อ ไม่มีนะ มีแต่สายใช้สัญญาณโทรศัพท์บ้าน แต่ติดตั้งยังไม่ได้หรอก”
“ทำไมไม่ยังติดตั้งไม่ได้ครับ เพราะนี้มัน พ.ศ.2567 แล้วนะ”
“หกเจ็ดอะไรปีนี้พึ่งสามแปด”นกพูด
“ลูกพี่เป็นอะไรเมื่อเช้าก็เถียงกับผมอยู่เลย”
“ช่างมันเถอะ จะพ.ศ.อะไรก็ไม่สำคัญ ได้แค่นี้ก็ดีแล้วครับ”มิคกี้เสียงอ่อยด้วยความผิดหวัง
“มีอะไรอยากให้อาทำเพิ่มให้ไหม บอกอาได้นะไม่ต้องเกรงใจ”
“ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกครับ ถ้าคิดออกแล้วผมจะบอกอานะครับ”
“ถ้าไม่มีอะไรอากลับก่อนนะ นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย”
“ขอบคุณมากครับอา”มิคกี้ยกมือไหว้อานกของเขา ซึ่งนกก็แปลกใจอีกเหมือนกัน ว่าต่อนั้นเปลื่ยนไปมาก
“ไม่เป็นไรหรอกอาไปแล้วนะ ไก่เก็บของแล้วเอาไปไว้ที่รถด้วย”
“ครับอานก”ไก่เก็บของที่เหลือนิดหน่อย แล้วรีบตามนกออกไปนอกห้องทันที
“อย่าพึ่งดูอะไรเลยไปอาบน้ำกันเถอะ กางเกงเปียกแชะไปหมดแล้วเนี่ย”
“เอ่อว่ะใช่ นายเลือกเสื้อกางเกงในตู้ใส่ได้เลยนะ คืนนี้นายจะนอนนี่หรือเปล่า”มิคกี้ถาม
“ก็นอนซิวะ เดี๋ยวกูโทรหาแม่ก่อนนะ”
“นายมามือถือเหรอ”
“มือถืออะไรล่ะ เราจะใช้โทรศัพท์บ้านของนายโทรนี่แหละ”เกรทเดินไปยังที่โทรศัพท์บ้าน ที่พ่วงมาจากนอกบ้านที่อานกของมิคกี้ทำไว้ให้
มิคกี้มองดูเกรทใช้นิ้วแหย่ไปในรูหมายเลข หลังจากนั้นก็หมุนแล้วเปลื่ยนเลขใหม่ไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลานี้มิคกี้ค่อนข้างสับสนตัวเองว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ เพราะแต่ละสิ่งแต่ละอย่างที่เขาเห็นมันช่างโบราณย้อนยุคไปยี่สิบสามสิบปีที่แล้ว มิคกี้ยืนมองตาลอยและครุ่นคิดไปสารพัดเรื่อง
“เหม่ออะไร”เกรทเดินมาจ้องหน้ามิคกี้
“เปล่า อาบน้ำกันเถอะ”
“ไป”เกรทพูด
“นายอาบก่อนเดี๋ยวเราอาบทีหลัง”มิคกี้ยังไม่เลิกคิดเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขา
“จะอาบก่อนอาบหลังอะไรก็อาบพร้อมกันนี่แหละ”
“ฮ่ะ”มิคกี้หันหน้ามามองเกรท
“อะไรของมึงวะหรือว่ามาอายอะไรตอนนี้”
“ไม่อายเลยไปอาบเลยตอนนี้แหละ”
มิคกี้ไม่รอช้าถอดเสื้อผ้าจนหมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว หลังจากนั้นเขาเอาผ้าเช็ดตัวที่ซื้อมาใหม่มานุ่ง แล้วก็หันมาหาเกรทที่แก้ผ้าหมดเหมือนกัน ซึ่งเขาก็ไม่เห็นเกรทมีท่าที่อาย มิคกี้จึงยืนมองน้องชายน้อยๆของเกรท
“มองอะไรว่ะทำอย่างกับไม่เคยเห็นประสาท”เกรทหยิบผ้าขาวม้าของมิคกี้มานุ่ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนมิคกี้
ส่วนมิคกี้ก็รีบตามเข้าไปในห้องน้ำทันที และสิ่งที่เขาต้องแปลกตาแปลใจ เพราะตุ่มน้ำนั้นได้หายไป มีอ่างอาบน้ำเข้ามาแทนที่ พร้อมกับฝักบัวเครื่องทำน้ำอุ่น
“พ่อกำนันเองนี่ใจถึงวะ ทำให้นายทุกอย่างที่ต้องการเลย เราอยากให้พ่อของเราเป็นแบบพ่อของนายบ้าง”
“เหรอ”มิคกี้จ้องมองไปที่ก้นของเกรทที่อวบอิ่ม
“ทะลึ่งมึงมามองอะไรก้นกู”
“ไม่ได้ทะลึ่ง”
“พอเลยอาบน้ำได้แล้ว”เกรทเปิดฝักบัวหลังจากพูดจบ
มิคกี้นั้นยังไม่วางสายตาจากก้นอวบๆของเกรท เขาจึงค่อยๆเดินไปใกล้ๆเกรทเพื่ออาบน้ำด้วยกัน ในขณะเดียวกันมิคกี้ก็จับก้นของเกรท
“ไอ้ต่อ ถ้ามีงเล่นแบบนี้อีกกูจะเลิกคบมึงแล้วนะ”
“ก็ได้”มิคกี้ทำหน้าบูดใส่ หลังจากนั้นเขาก็ไม่สนใจเกรทอีกเลย เพราะเขาต้องรีบอาบน้ำเพื่อที่จะไปดูสิ่งต่างที่กำนันบุญมีหามาให้เขาอย่างมากมาย ตามที่มิคกี้ต้องการทุกอย่าง
เมื่อมิคกี้กับเกรทออกมาจากห้องน้ำ มิคกี้ไม่ต้องหาเสื้อผ้าให้เกรทเลย เพราะเกรทจัดแจงหาด้วยตัวเองมาใส่ ยกเว้นกางเกงในที่เกรทไม่ใส่ของมิคกี้ ส่วนมิคกี้ก็รีบใส่เสื้อกางเกง หลังจากนั้นเขาก็เปิดแอร์ ต่อด้วยเปิดทีวีสียี่สิบเอ็ดนิ้วที่เครื่องใหญ่และหนามาก มิคกี้จึงกดดูช่อง27 แต่มิคกี้ก็อดแปลกใจไม่น้อย เพราะรายการทีวีที่ออนแอร์ ทั้งพิธีกรและแขกรับเชิญชื่อดังทั้งคู่ ทำไมยังดูหนุ่มและสาวกันอยู่เลย