“ดีจัง”
“อะไรรึ” เขาถามโดยไม่ได้หันมามองนาง
“ท่านแบกข้าไว้เช่นนี้” นางนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “ท่านจะแบกข้าไปชั่วชีวิตได้หรือไม่”
“แน่นอน”
“ถ้าข้าอ้วนกว่านี้เล่า”
“ข้าแข็งแรงแบกเจ้าไหว”
ซุนหลวนคุนหัวเราะในลำคอ หากนางกลายร่างเป็นหญิงอวบอ้วนก็ช่างประไร
ของให้นางคือ ‘หรูซื่อ’ ของเขาก็พอ
...........
บทนำ
แสงสว่างที่กระทบเปลือกตา ทำให้คนที่หลับใหลค่อยๆ ตื่นฟื้น มือเรียวเล็กยกขึ้นบังแสงที่เข้ามากระทบใบหน้า ทว่าข้อมือกลับถูกจับไว้แน่น ไอร้อนจากฝ่ามือทำให้หญิงสาวได้สติ นางหลุดเสียงร้องบางเบา แต่กระนั้นกลับทำให้เจ้าของฝ่ามือคลายมือลงอย่างรวดเร็ว
“เจ้า...ฟื้นแล้ว”
ดวงตากลมจ้องมองเจ้าของเสียงแหบพร่า น้ำเสียงเหนื่อยล้าระคนดีใจทำให้นางงุนงง หญิงสาวกะพริบตาปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่งจึงจ้องมองบุรุษเบื้องหน้า ยังไม่ทันตั้งสติได้ ร่างของนางถูกเขารวบขึ้นมากอดแนบแน่นกับแผ่นอกกว้างของเขา
“ฟื้นเสียที”
ร่างของนางเกร็งขึ้นทันที สองมือพยายามดันแผ่นอกและดิ้นรนอย่างตื่นกลัว อาการต่อต้านทำให้ชายหนุ่มผ่อนวงแขนแล้วก้มมองหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ
“เป็นอะไรไป”
“ข้า...”
“เจ็บตรงไหนหรือไม่ ข้า...ข้าจะให้คนตามหมอ”
“ข้าไม่เจ็บ”
หญิงสาวส่ายหน้าไปมาแต่ดวงตาจ้องมองเขานิ่งงัน หัวคิ้วของชายหนุ่มขมวดแน่น เลื่อนมือลูบไล้ท่อนแขนของหญิงสาว เพื่อสำรวจว่ามีตรงไหนที่บาดเจ็บหรือไม่ แต่นางกลับกระถดกายถอยหนี หางตาเหลือบเห็นผ้าห่มตกอยู่ข้างกาย จึงรีบคว้ามากอดไว้บดบังสายตาของเขาที่จับจ้องนางอยู่
“น้องหญิง...”
“น้องหญิง?”
คราวหน้าหญิงสาวทำงุนงงหนักกว่าเดิม นางยกนิ้วชี้ที่ตัวเองแล้วเป็นเชิงถาม
“ท่านหมายถึงข้ารึ”
ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธข้ามาก แต่เรื่องรับอนุนั้นเป็นมารดาที่จัดการเองทั้งหมด แต่เจ้าเองไม่ควรทำเช่นนี้ เจ้าหมดสติไปสามวันสามคืน ทำให้ข้าทุกข์ใจยิ่ง”
“ประเดี๋ยวก่อน ข้าไม่เข้าใจ ท่านพูดเรื่องอันใดกัน” นางรีบเอ่ยขึ้นแล้วพยายามคิดตามที่เขาพูด “ท่านคือ...”
เสียงสูดลมหายใจลึกเหมือนข่มโทสะ ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือกและกระถดตัวถอยหนี ท่าทางหวาดกลัวของนางทำให้เขาได้สติและเอ่ยตอบอย่างใจเย็น
“ข้าคือซุนหลวนคุน สามีของเจ้า”
“สามี!” นางเบิกตากว้าง “ท่านเป็นสามีข้า”
“ถูกต้อง” เขาหลุบตาลงเล็กน้อย “เจ้าคือภรรยาของข้า เจ้าจำไม่ได้หรือ?”
หญิงสาวส่ายหน้าไปมา “ข้าจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่...ชื่อของตัวเอง”
คราวนี้เป็นดวงตาของชายหนุ่มที่เบิกกว้างขึ้น เขายื่นมือไปคว้ามือเรียวเล็กมากุมไว้ รูปร่างของเขาสูงใหญ่รวมทั้งมือของเขากุมมือนางไว้มิด
“เจ้าจำอะไรไม่ได้เลย?”
นางพยักหน้าแทนคำตอบ สิ่งรอบข้างล้วนกลายเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับนาง นางอ้าปากเหมือนจะเอ่ยถามแต่อีกฝ่ายกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน
“เช่นนั้น เจ้าก็เพียงจำไว้ว่าชื่อของเจ้าคือหรูซื่อและข้าซุนหลวนคุนเป็นสามีของเจ้า”
ห้าวันแล้วหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมา
หญิงสาวระบายลมหายใจเบาๆ ยกมือขึ้นแตะศีรษะอย่างลืมตัวแล้วนึกได้ว่าไม่มีผ้าพันแผลรอบศีรษะอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ นางปวดศีรษะมาก โดยเฉพาะยามที่พยายามคิดว่าตนเองเป็นใคร เหตุใดจึงจำอะไรไม่ได้เช่นนี้ ชายที่บอกว่าเป็นสามีของนาง เชิญหมอมาตรวจดูหลายครั้งแม้อาการเจ็บปวดทุเลาลง แต่นางก็จำเรื่องใดไม่ได้เลย
หลายวันมานี้นางจึงเอาแต่อยู่ในห้องนอน ครุ่นคิดและไม่อาจยอมรับว่าตนเองทำความทรงจำหล่นหายไป เมื่อยิ่งพยายามคิด นางยิ่งทรมานกับการปวดศีรษะ นางจึงเลิกคิดและยอมรับว่าตัวเองจำอะไรไม่ได้เลย
“ฮูหยิน ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”
“ป้าหวงฝู”
หญิงสาวยิ้มให้หญิงวัยห้าสิบที่เข้ามาพร้อมอ่างใส่น้ำล้างหน้า นางตวัดเท้าลงจากเตียงลุกขึ้นเข้าไปช่วยประคองอ่างน้ำวางบนโต๊ะ
“ขาของป้าหวงฝูไม่ค่อยดี ให้ผู้อื่นยกมาไม่ดีกว่าหรือ” นางถามอย่างเป็นกังวล แต่นางหวงฝูกลับหัวเราะออกมา
“ฮูหยิน...ท่านไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ในจวนท่านแม่ทัพไม่มีสตรี หญิงรับใช้ก็ไม่มี หากจะให้ผู้อื่นยกน้ำล้างหน้าให้ท่านก็ต้องเป็นบุรุษ ซึ่งท่านแม่ทัพไม่ยอมเป็นแน่”
“เช่นนั้น...” นางจ้องมองป้าหวงฝูอย่างงุนงง
‘อย่าบอกนะว่าป้าหวงฝูมิใช่สตรี’
ราวกับรู้ว่าความคิดของอีกฝ่าย นางหวงฝูหัวเราะออกมา นางมาดูแลฮูหยินท่านแม่ทัพได้สามสี่วันแล้ว แรกทีเดียวก็วิตกกังวลว่าหญิงชาวบ้านจะดูแลฮูหยินได้ไม่ดีนัก แต่เมื่อได้ใกล้ชิดจึงรู้ว่า ฮูหยินช่างน่าเอ็นดูนัก มิน่าเล่า ท่านแม่ทัพจึงได้ ‘หวง’ ฮูหยินดั่งประคองไว้ในอุ้งมือ
“บุตรชายข้านามหวงอี้ เป็นทหารที่ท่านแม่ทัพเมตตาให้รับใช้ข้างกาย ข้าเป็นมารดาของเขา เป็นหญิงหม้ายใช้ชีวิตโดดเดี่ยว หวงอี้มาปรึกษากับข้าว่า ฮูหยินท่านแม่ทัพเดินทางมาจากเมืองหลวง ไม่มีสาวใช้ข้างกาย ข้าจึงอาสามาดูแลท่านเอง”
“เป็นเช่นนี้เอง” นางพยักหน้ารับ ตั้งแต่ฟื้นได้สติก็ไม่เคยออกไปจากห้องนี้จึงไม่รู้ว่าด้านนอกเป็นอย่างไร “ข้าทำให้ท่านป้าลำบากแล้ว”
“พูดอะไรเช่นนั้น ได้ดูแลท่านก็นับว่าข้าได้ตอบแทนท่านแม่ทัพที่ดูแลลูกชายของข้าเช่นกัน”
นางหวงฝูหยิบหวีขึ้นมาแล้วสางผมให้นาง เส้นผมยาวสลวยนุ่มมือราวกับเส้นไหม ใบหน้าอ่อนหวานยามแย้มยิ้มชวนมอง ดวงตากลมเป็นประกายงดงาม ริมฝีปากเป็นสีแดงชาด ผิวพรรณเนียนละเอียดดุจหยกใส นางอายุห้าสิบแล้ว เพิ่งได้พบสตรีที่งดงามมากขนาดนี้
ไม่แปลกใจเลยที่ท่านแม่ทัพไม่รับอนุ ไม่สนใจหญิงใด ใครเลยจะเหลือสายตาไว้มองผู้อื่นได้เล่า ในเมื่อมีภรรยางดงามถึงเพียงนี้
“ข้าดูแลตัวเองได้ ป้าหวงฝูไม่ต้องปรนนิบัติรับใช้ข้าหรอก” นางเอ่ยจากใจจริง “วันนี้ข้าออกไปเดินเล่นข้างนอกห้องได้หรือไม่”
“ได้สิเจ้าค่ะ” หวงฝูยิ้มกว้าง “หากฮูหยินแข็งแรงดี ออกไปเดินเล่นรับแดดอ่อนๆ หน่อยก็ดีนะเจ้าค่ะ”
“ข้าแข็งแรงดีแล้ว” หรูซื่อยืนยัน “ป้าหวงไปเตรียมอาหารเช้าให้ข้าเถิด ข้าจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง”
“ได้เจ้าค่ะ” เห็นนางร่าเริงไม่เอาแต่นั่งเหม่อลอย นางหวงฝูพลอยดีใจไปด้วย จึงรีบเดินกะโผลกกะเผลกออกไปโดยเร็ว
หญิงสาวตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ฝืนครุ่นคิดถึงความทรงจำที่หายไป จะค่อยๆ เรียนรู้ว่าตนเป็นใครและดำเนินชีวิตต่อ ในเมื่อคนผู้นั้นเรียกนางว่า ‘หรูซื่อ’ เช่นนั้นนางก็คือ ‘หรูซื่อ’ ก็แล้วกัน
หรูซื่อล้างหน้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย นางหวงฝูก็กลับเข้าพร้อมอาหารเช้า หญิงสาวหน้าเจือนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชามยาสีเข้มมาพร้อมกัน
“ข้าแข็งแรงดีแล้ว ยังต้องกินยาอีกหรือ?”
“ต้องกินเจ้าค่ะ ท่านหมอกำชับไว้”
หรูซื่อทำหน้างอแงแต่ไม่ดื้อดึง นางกินโจ๊กเห็ดหอมได้ครึ่งชามแล้วกินยา ท่าทางกินอาหารคำน้อยๆ ช่างน่ามองนัก คงเป็นคุณหนูที่ถูกอบรมมาอย่างดี กิริยามารยาทอ่อนช้อยเหลือเกิน นางหวงฝูมีบุตรชายเพียงคนเดียว สามีของนางตายไปนานแล้ว นางไม่ได้แต่งงานใหม่ ใช้ชีวิตหญิงหม้ายเงียบๆ เมื่อได้พบกับหรูซื่อที่นิสัยน่ารักจึงอดเอ็นดูมิได้ หากมีบุตรสาวน่ารักเช่นนี้ ก็คงรักและถนอมสุดหัวใจเป็นแน่
“ข้าออกไปเดินเล่นได้แน่นะ” หรูซื่อถามย้ำอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพไม่ได้ห้ามเจ้าค่ะ” นางหวงฝูหัวเราะออกมา
“ข้ากลัวจะทำให้ผู้อื่นลำบาก”
เหตุใดนางรู้สึกราวกับว่า ไม่ว่านางจะทำอะไรต้องคอยมองสีหน้าผู้อื่นเสมอ แต่ช่างเถอะ นางอยู่ในห้องนานเกินไปแล้ว ออกไปเดินดูอะไรบ้าง จะได้ไม่ปวดหัวขึ้นมาเพราะคิดมากอีก
นางหวงฝูประคองฮูหยินน้อยเดินออกมาจากห้อง แดดอ่อนๆ ยามเช้ากระทบใบหน้าของนาง สายลมโชยผ่าน เสียงนกร้อง และกลิ่นหอมของดอกไม้ผลิบาน ใบหน้าหวานระบายยิ้มสดใส คิดถูกแล้วที่ออกจากห้องนอนเสียที หรูซื่อปล่อยมือจากท่อนแขนของนางหวงฝู เดินตรงไปที่ดอกโบตั๋นที่ผลิดอกอวดโฉมงามสะพรั่ง
“ผู้ใดปลูกดอกโบตั๋นได้งดงามถึงเพียงนี้”
“เรือนหลังนี้ ท่านแม่ทัพให้คนเตรียมไว้เพื่อฮูหยินเจ้าคะ”
“หมายถึงข้าหรือ?” นางชี้นิ้วที่หน้าตัวเอง
“อันที่จริง ข้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องในจวนนัก แต่เจ้าทึ่มหวงอี้ชอบเล่าให้ข้าฟังบ่อยๆ ท่านแม่ทัพให้คนมาทำความสะอาดอยู่เสมอ บอกว่าสักวันท่านจะมา พวกเรายังคิดอยู่ว่าเมื่อไหร่ฮูหยินท่านแม่ทัพจะมา แล้ววันนี้ท่านก็มาจริงๆ”
“เขา...รอข้า...”
เหตุใดหัวใจนางเต้นรัวเช่นนี้
หรูซื่อยกมือขึ้นกดที่หน้าอกตัวเอง หัวใจเต้นรัวเหลือเกิน ดีใจ? นางกำลังดีใจอย่างนั้นหรือ? หญิงสาวอดยิ้มไม่ได้ ภายในอกเกิดระลอกคลื่นอารมณ์แปลกประหลาด รู้สึกดีเหลือเกินที่มีคนรอคอยนางถึงเพียงนี้ ยิ่งกวาดตามองเห็นสวนดอกไม้งดงาม ยิ่งทำให้เชื่อว่าเขาใส่ใจและรอคอยนางจริงๆ
แล้วเหตุใดนางไม่รีบมาหาเขา เป็นสามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกันนี่
“เจ้าเป็นอะไรไป เจ็บหัวใจรึ”
น้ำเสียงร้อนรนทำให้หญิงสาวรีบหมุนตัวกลับมา นางปะทะกับแผงอกของเขา เพราะไม่คิดว่าคนที่พูดจะยืนอยู่ใกล้มาก ความสูงที่ต่าง
กันมาก นางต้องแหงนหน้ามองเขาเลยทีเดียว
“เหตุใดออกมาข้างนอกเช่นนี้” น้ำเสียงไม่ได้ตำหนิ ทว่าเจือความห่วงใยด้วยซ้ำ
“ข้าไม่ได้เป็นอะไร” นางพูดตะกุกตะกัก ยังไม่คุ้นชินกับการอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษ แม้ว่าเขาจะเป็นสามีของนางก็ตาม แก้มเนียนจึงแดงระเรื่อ แต่ทำให้บุรุษเบื้องหน้ายกมือขึ้นประคองใบหน้าของนางไว้
“แก้มเจ้าแดง มีไข้หรือเปล่า”
หรูซื่อส่ายหน้าไปมา แต่การใกล้ชิดเช่นนี้ทำให้ใบหน้ายิ่งหน้าแดงจัด ซุนหลวนคุนยังไม่เข้าใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล รีบช้อนร่างนางอุ้มขึ้นทันที
“ท่านแม่ทัพ!ท่านจะทำอะไร!” หรูซื่อร้อนรนดิ้นขลุกขลัก นางเพิ่งรู้ตัวว่ามีทหารยามอยู่ไม่ไกล พวกเขาต่างก้มหน้าหลบสายตากันหมด แต่กระนั้น นางก็ยังเขินอายอยู่ดี
“เจ้าหน้าแดงถึงเพียงนี้ยังจะไม่เป็นอะไรอีกรึ” เขาดุนาง
“ท่านแม่ทัพเจ้าคะ” นางหวงฝูเอ่ยพยายามกลั้นหัวเราะ “ฮูหยินมิได้เป็นอะไรเจ้าค่ะ ที่หน้าแดงเพราะท่านแม่ทัพต่างหาก”
“เพราะข้า” เขาทำหน้างง แต่เมื่อก้มมองคนในอ้อมอกก็เห็นว่านางเอาแต่ซุกหน้ากับอกของเขา ใบหูน้อยๆ แดงระเรื่อราวถูกย้อมสี
“พวกท่านสามีภรรยาค่อยๆ คุยกันนะเจ้าคะ”
นางหวงฝูยิ้มให้แล้วหมุนตัวเดินออกไป นางโบกมือไล่ไม่ให้ทหารอยู่ใกล้ ปล่อยให้ท่านแม่ทัพกับฮูหยินอยู่กันตามลำพัง
“เจ้าไม่ได้เป็นอะไรแน่นะ”
เขาถามย้ำ นางตอบด้วยการพยักหน้า แต่เมื่อได้อุ้มนางแล้ว เขาก็ไม่คิดจะปล่อย นางตัวเบาราวกับนกน้อยตัวเล็กน่าทะนุถนอม เห็นทีว่าต้องบำรุงนางให้มากยิ่งขึ้น
“ข้าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แค่อยากเดินเล่น อุดอู้อยู่ในห้องมาหลายวันแล้ว”
“ยังปวดหัวอีกหรือไม่ กินยาที่ท่านหมอให้ไว้หรือเปล่า กินข้าวเช้าหรือยัง”
หรูซื่อเงยหน้าขึ้นมองเขา ชายผู้นี้มีใบหน้าคมสัน ผิวสีทองแดง ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ดวงตาลึกล้ำจนยากจะคาดเดาความคิดได้ แต่ท่าทางห่วงใยนี้ทำให้หัวใจของนางอิ่มเอม
“หากไม่ฝืนคิดเรื่องที่หลงลืมไปแล้วก็ไม่ปวดหัวอีก” นางพูดไปตามตรง “ข้ากินข้าวกินยาแล้วด้วย”
“จำไม่ได้ก็ช่างเถิด” เขาถอนใจเบาๆ “ขอแค่เจ้าปลอดภัยดีก็พอ”
“ข้าทราบแล้ว” นางพยักหน้าน้อยๆ
‘สามีของนางช่างดีเหลือเกิน ชีวิตแต่งงานของนางต้องดีมากอย่างแน่นอน’
ซุนหลวนคุนได้แต่ข่มความรู้สึกของตัวเองลงไป สวรรค์ให้โอกาสเขา ให้นางลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ยิ่งนางจำเรื่องของเขาไม่ได้เลยนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว
นับจากนี้ เขาจะทำให้นางรักเขาอย่างหมดหัวใจ
อีกครั้ง.
ภายในจวนแม่ทัพพิทักษ์ประจิมรับรู้เพียงว่า ฮูหยินของท่านแม่ทัพเดินทางมาเพื่อดูแลสามีที่ไม่ได้กลับบ้านถึงสองปีเศษ การดูแลชายแดนฝั่งตะวันตกติดพันยาวนานทำให้สามีภรรยาห่างเหิน ว่ากันว่า ท่านแม่ทัพห้ามมิให้ฮูหยินเดินทางมาที่นี่ เพราะแร้นแค้นกันดาร แต่เมื่อทุกคนได้เห็นโฉมหน้างดงามของนางแล้ว จึงไม่แปลกใจที่ท่านแม่ทัพทะนุถนอมนางยิ่งนัก
ทว่านอกจากหมอทหารแล้ว ไม่มีใครรู้ว่า สมองของฮูหยินท่านแม่ทัพได้รับการกระทบกระเทือนจนความจำเสื่อม นางจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ชื่อของตนเอง และทุกครั้งที่นางพยายามเค้นสมองคิดว่าตนเองเป็นใครและเหตุใดจึงได้รับอุบัติเหตุหนักหนาถึงเพียงนี้ นางจะทรมานจากการปวดศีรษะจนแทบอยากกัดลิ้นตายไปเสีย นั้นทำให้นางตัดสินใจไม่หวนคิดถึงเรื่องเหล่านั้น และสามีของนางก็เห็นพ้องต้องกัน นางจึงไม่พูดเรื่องที่ตนความจำเสื่อมกับใคร
“ชื่อของข้าคือหรูซื่อ เป็นบุตรสาวของท่านราชครูอู๋เจ๋อ ได้รับสมรสพระทานกับแม่ทัพซุนหลวนคุนตอนอายุสิบสอง...เอ๊ะ! ข้าแต่งงานกับท่านตั้งแต่อายุสิบสองหรือเจ้าคะ”