ตอน 1

บทที่ 1 มาเฟียหนุ่มซีนอล

ซีนอล ออตโตนี วัยสามสิบสามปี เจ้าพ่อมาเฟียแห่งลูมินัสลากูน เมืองแห่งทะเลสาบที่ส่องประกายราวกับแสงดาวยามค่ำคืน ชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในพื้นที่นี้ ทุกการตัดสินใจของเขาคือกฎเหล็ก

ซีนอล ออตโตนี คือคำจำกัดความของ "ความสมบูรณ์แบบ" ในแบบฉบับชายหนุ่มอิตาลีผู้ทรงอำนาจและน่าหลงใหลจนใคร ๆ ที่ได้เห็นไม่อาจละสายตาได้

คนเราจะโชคดีทั้งทรัพย์สมบัติ อำนาจ และรูปสมบัติให้เป็นที่น่าอิจฉา เขามีร่างสูงใหญ่และสมส่วนอย่างน่าทึ่ง ความสูงที่ร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ทำให้เขาดูโดดเด่นเหนือทุกคน ดวงตาสีเทาที่ลึก และแค่ได้สบตาก็ทำให้รู้สึกเยือกเย็นไปถึงกระดูกสันหลัง

แต่ทว่ากับพลิ้วไหวดุจผืนน้ำของทะเลสาบในฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ ซีนอลสามารถสะกดใจทุกคนที่สบตาเข้าโดยตรง และยิ่งจมูกโด่งได้รูป คมชัดราวกับถูกแกะสลักจากหินอ่อน

กรามแข็งแรงที่เน้นอยู่ในกรอบหน้า รับกับมุมปากที่ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย หากพิจารณาดี ๆ แล้วในรอยยิ้มหยักนั่น แฝงไปด้วยเสน่ห์อันตรายและความมั่นใจที่ไม่มีใครเทียบได้

รอยเคราที่ปรากฏบาง ๆ บนกรอบหน้าเพิ่มความลึกลับและความเป็นชายอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่น่าเชื่อว่าเขาไม่ได้ทำสีผม เส้นผมสีดำสนิทของเขาเงางามและจัดทรงอย่างเนี้ยบ

เขาก้าวเข้ามาในห้องแห่งนี้ ทุกสายตาพุ่งเป้าไปที่เขาเป็นตาเดียวกัน

แม้ร่างหนาจะไม่ได้ใส่สูทสีเข้ม ๆ เหมือนเคย แค่เพียงเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำ ที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันประณีต ก็กินขาดบุรุษทุกคนที่อยู่ในห้องนี้

ไหล่กว้างผายตามหลักผู้ชายอกสามศอก หน้าอกที่มีมัดกล้ามเนื้ออย่าสมบูรณ์ บ่งบอกถึงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี

“สวัสดีครับคุณซีนอล เป็นเกียรติแก่ผับของเราครับ”

“วันนี้มีอะไรดี ๆ หรือ” เสียงของเขาที่ทุ้มนุ่มลึกและทรงพลัง ราวกับท่วงทำนองที่ผสานกันระหว่างความเย็นชากับความดึงดูดในเวลาเดียวกัน

“มีแน่นอนครับ ถ้าคุณได้เห็นหน้าของเธอละก็ อาจจะ”

“อย่าโม้มากนะ”

“ไม่มีแน่นอนครับ ผมพูดเรื่องจริงเสมอ” เปาโลเจ้าของผับที่อยู่ภายใต้การดูแลของซีนอล

เปาโลหันไปตบมือเรียกพนักงาน เครื่องดื่ม และอื่น ๆ ที่เตรียมเอาไว้ให้ ก็ถูกลำเลียงออกมาวางตรงหน้าเขา เปาโลผายมืออีกที สาว ๆ สวย ๆ กำลังจะดาหน้าเข้ามานั่ง

“ไม่... วันนี้ฉันอยากจะนั่งอย่างสงบ”

“อ้อ... ครับ ได้ครับคุณซีนอล” เปาโลหันไปสะบัดมือ สาว ๆ ทั้งหลายก็ถอนหายใจกันอย่างเสียดาย และพากันล่าถอยกลับไป

“ทุกคนก็ออกไปด้วย” เขาเอ่ยปากไล่ ทั้งเปาโล และบอดี้การ์ดของเขา

ดวงตาที่สะท้อนความอันตรายราวกับเสือดำที่เฝ้ามองเหยื่อจากเงามืด ความเย็นชาและห่างเหินที่เขาแสดงออก ทำเอาทุกคนขนลุกไปหมด

ซีนอลยกแก้ววิสกี้ขึ้นจรดริมฝีปาก และเทน้ำสีเหลืองอำพันเข้าไปในลำคอ

ใบหน้าของคุณปู่ลอเรนโซวนเวียนอยู่ในหัวของเขา เรื่องที่ท่านเอ่ยกับเขาในวันนี้

ณ คฤหาสน์ของท่านลอเรนโซ

ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาสูงชัน เมื่อมองลงไปก็เห็น ลูมินัสลากูน

ทะเลสาบที่เปล่งประกายราวกับอัญมณีเมื่อต้องแสงจันทร์ ตัวคฤหาสน์ถูกออกแบบในสไตล์นีโอคลาสสิกที่งดงามและทรงอำนาจ ผนังหินอ่อนสีขาวสะอาดสะท้อนแสงอ่อน ๆ ยามค่ำคืน หน้าต่างกระจกทรงโค้งสูงเปิดรับลมเย็นจากทะเลสาป

สวนที่ล้อมรอบเต็มไปด้วยไม้พุ่มตัดแต่งเป็นระเบียบ และน้ำพุหินอ่อนที่มีรูปปั้นเทพเจ้าโรมันตั้งอยู่กลางลานกว้าง เสียงน้ำไหลเพิ่มความสงบให้กับสถานที่แห่งนี้

รั้วเหล็กดัดลายวิจิตรทอดยาวปกป้องคฤหาสน์ดุจดั่งของล้ำค่าหายาก

ที่ระเบียงทอดยาวยื่นไปในทะเล เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นลูมินัสลากูนทั้งผืนก็ว่าได้ ในยามค่ำคืนนี้ แสงที่สาดส่องมาจากเมืองที่อยู่ในฝั่งตรงกันข้าม และแสงจันทร์ดวงกลมโต ที่สะท้อนบนผืนน้ำทำให้ที่นี่ดูราวกับภาพวาดในเทพนิยาย

ซีนอลถอนหายใจลึก ๆ และผินหน้าหันหนี ไม่มองหน้าของคุณปู่ของตนเอง ในสายตาของคุณปู่ลอเรนโซ ชายหนุ่มยังขาดบางสิ่ง... ความรักและความสุขที่แท้จริง

คุณลอเรนโซ ผู้เคยเดินทางชีวิตมาด้วยความแข็งกร้าวเช่นเดียวกับซีนอล ตระหนักดีว่า หากปราศจากคู่ครองที่จะคอยเติมเต็ม ชีวิตที่ดูเหมือนสมบูรณ์แบบ อาจกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า

จู่ ๆ คุณปู่ลอเรนโซก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ "ซีนอล แกยังคิดเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า ที่ว่าแกน่ะจะสร้างโลกใบนี้ด้วยมือของตัวเอง อำนาจ ทรัพย์สินล้ำค่า รวมถึงที่ว่าทุกคนยำเกรง เฮ้อ... แต่แกเคยถามตัวเองไหมว่า สิ่งเหล่านั้นเติมเต็มชีวิตของหลานได้จริง ๆ หรือเปล่า?”

น้ำเสียงของชายชราที่ผมเป็นสีดอกเลาแล้ว เต็มไปด้วยความหนักแน่น ซีนอลหันกลับมา ก็พบดวงตาที่อ่อนโยน... แต่ใบหน้าของซีนอลก็ยังเย็นชา และไร้อารมณ์เหมือนเดิม

“ปู่หมายถึงอะไร”

คุณปู่กำลังจะขยับปาก เขาก็รีบยกมือห้ามเสียก่อน ก็คงไม่พ้นเรื่องเดิม ๆ ที่อยากจะให้ซีนอลหาผู้หญิงสักคนมาแนบกาย และรักเธอคนนั้นอย่างหมดหัวใจ

“ผมไม่ต้องการสิ่งที่เรียกว่าความรักนะครับ ความสุขของผมคือการได้ครอบครองทุกอย่างในมือ”

“เฮ๊ย! แล้วยังไง มันสุขจนแกน่ะ เคยได้เห็นหน้าของตัวเองในตอนนี้ไหม หน้าตาไม่มีแม้แต่รอยยิ้มน่ะ” อดที่จะว่าให้หลานชายไม่ได้

“รู้ไหมเรื่องเงินทอง ลาภยศ สรรเสริญ มันหายไปจากแกได้ หากมีใครสักคนทรยศหรือหักหลังแก แต่ว่าความรักที่แท้จริงน่ะนะ ไม่มีใครพรากไปจากแกได้...” ซีนอลทำหน้าปุ¬เลี่ยนๆ

คุณปู่ก็ได้แต่หัวเราะรวน นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเศร้าหม่น ที่ท่านพูดออกไปแล้วแต่หลานชายไม่เชื่อ

"เอาเถอะ ๆ แกคิดว่าแกแข็งแกร่ง แต่จริง ๆ แล้ว แกน่ะน่าจะเป็นคนที่เปราะบางกว่าที่คิดนะ การมีใครสักคนที่รักอย่างไม่มีเงื่อนไขต่างหาก ที่จะทำให้แกรู้จักความแข็งแกร่งที่แท้จริง" ซีนอลเอาแต่ส่ายหน้า และถอนหายใจยาว ๆ เขายังกอดอก แล้วมองสบตากับคุณปู่

สักพักท่านก็ยักไหล่ แล้วมองออกไปยังทะเลสาบที่อยู่เบื้องหน้า

"ผมเห็นพ่อทำลายตัวเองเพราะความรัก ผมเห็นแม่ร้องไห้จนวันสุดท้ายของชีวิต ผมไม่เชื่อว่าความรักจะนำพาความสุขมาให้ มันมีแต่จะทำลายทุกสิ่ง"

คุณลอเรนโซชักสีหน้านิด ๆ แล้วหันมาวางมือลงบนไหล่ของหลานชาย

“ตอนนี้แกยังไม่เชื่อ แต่สักวันเมื่อความรักมันเข้าตา แล้วจะโงหัวไม่ขึ้น คนอย่างแกน่ะนะ ปู่เชื่อว่า ต้องคลั่งรักมาก ความรักที่แกเชื่อว่าเป็นตัวทำลายล้างนะ มันไม่จริงสักหน่อยซีนอล” ท่านยังแสดงอาการขบขันออกมา พร้อมกับจ้องมองหลานชายตาไม่กะพริบ

ซีนอลก็อยากจะเถียงเหมือนกัน แต่เขาก็ต้องนิ่งเสีย และนั่งนิ่ง ๆ รอฟังสิว่าคุณปู่จะพูดอะไรต่อไป

ตอน 2

บทที่ 2 เบลล่า ฟรานเซนโก้

“สิ่งที่ทำลายคนเรานั่นก็คือ... ความกลัวที่จะรักต่างหาก แกจะไม่มีวันเข้าใจ จนกว่าจะยอมเปิดใจให้กับใครสักคน ซีนอลเอ๊ย! ปีนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้วนะ ต้องหาเมีย จะได้มีเหลนมาให้ปู่ได้อุ้ม ปู่เชื่อว่าแกจะต้องได้รับความสุขมากกว่าที่ตัวเองคิด เลิกกลัวได้แล้ว เฮ้อ... นึกว่าจะมีแต่เจ้าสาวที่กลัวฝน กลายเป็นแกเองหรือที่กลัวน่ะ” คุณปู่พูดต่อ

ได้ยินคำถากถางเช่นนั้นแล้ว ซีนอลถึงกับไปไม่เป็น ทว่าเขากลับหวนไปนึกถึง ความทรงจำอันขมขื่นในอดีตที่ยังคงตราตรึง เขาเติบโตมาพร้อมความเชื่อว่า ความรักคือความอ่อนแอ

เพราะริคาโด้ผู้เป็นพ่อ ไม่ค่อยใส่ใจริต้า คุณแม่ของเขาเท่าไร คุณพ่อมักทำให้แม่เสียน้ำตา

เขาจึงได้สร้างเกราะกำบังรอบตัวเพื่อไม่ให้ใครเข้าถึงหัวใจ แต่ลึก ๆ ลงไปในความเงียบงันของหัวใจนั้น ค่ำคืนนี้ชายหนุ่มรู้สึกแปลก ๆ

ในหัวใจว่างเปล่าและมืดมน เหมือนคุณปู่จะมาจุดประกายไฟเล็ก ๆ แทบจะเป็นแค่หิ่งห้อยที่แสดงขอตัวมันริบหรี่เต็มที

ส่วนคุณลอเรนโซมองซีนอลเหมือนมองภาพสะท้อนของตัวเองในอดีตเช่นกัน กว่าจะลงตัวกับคุณย่า กว่าจะเข้าใจคำว่ารัก ก็เกือบจะสายไป

ดีว่าก่อนที่คุณย่าโรนีซ่าจะเสีย ทั้งสองคนได้ประคองความรักจนเข้าใจถ่องแท้ และท่านก็อยู่กับคุณย่าจนลมหายใจสุดท้ายของคุณย่า

ซีนอลเป็นชายหนุ่มผู้แข็งกร้าวและทะนงตัวเกินกว่าจะยอมรับว่าตัวเองต้องการใครสักคน เขารู้ดีว่าหลานชายคนนี้ยังมีเวลาเปลี่ยนแปลง

แต่ถ้าไม่รีบ... ซีนอลอาจจะแก่เกินกว่าจะได้รักใคร ก็เป็นได้... ช่วงวัยที่จะหวาน ๆ ใส่กันมันต้องเป็นช่วงเวลานี่แหละ

อีกฟากฝั่งหนึ่ง ในห้องที่มืดมิดใต้ผับแห่งนั้น มีร่างของสตรีคนหนึ่งที่กำลังถูกมัดทั้งมือและเท้า แถมยังถูกขังอยู่ในห้องที่มีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับเพดานในห้องนั้นเท่านั้น

เบลล่า ฟรานเซนโก้ วัยยี่สิบห้าปี... นางแบบลูกครึ่งอิตาลี-ไทย เปรียบเสมือนงานศิลป์ที่หลุดออกมาจากปลายพู่กันของจิตรกรเอกแห่งยุค

ใบหน้าของเธอมีเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างความงามสง่าแบบยุโรปและความอ่อนหวานแบบตะวันออก

ดวงตาสีเฮเซลที่โฉบเฉี่ยว ราวกับมีแสงสะท้อนจากแสงดาว ซ่อนความอ่อนโยนไว้เบื้องลึก ดวงตาคู่นั้นสามารถสะกดคนทั้งฮอลล์ให้หยุดนิ่งได้เสมอในเสี้ยววินาที

แต่เพียงเธอไม่มีเส้นสายเท่านั้น จึงขาดโอกาส รวมถึงการที่เธอเข้าสังคมไม่เก่งเท่าใดนัก ทำให้พลาดโอกาสงานดี ๆ อยู่หลายครั้ง

เวลานี้เบลล่าเริ่มขยับตัวเล็กน้อย สติเริ่มกลับมา ในหัวของเธอเหมือนได้ยินเสียงของคนกระซิบกัน เป็นเรื่องในอดีตที่มักจะมีคนวิพากษ์วิจารณ์เธออย่างไม่กริ่งเกรงแม้จะอยู่ใกล้ ๆ

“โครงหน้าของเบลล่าได้รูปกว่ายายสินีนั่นเสียอีก ทำไมเจ้อาร์ตไม่เลือกให้เบลล่าเดินฟินาเล่”

“หื้อ! คนเราเทียบวาสนากันไม่ได้หรอก แม้ว่าโครงหน้าจะสมบูรณ์แบบราวกับถูกแกะสลักจากหินอ่อนก็ตาม แต่ถ้าประจบสอพลอไม่เป็น ก็อดจ้า..” แล้วก็พากันหัวเราะคิก ๆ

ริมฝีปากบางได้รูปสีแดงระเรื่อคล้ายกลีบดอกกุหลาบ กำลังขบเม้ม และพยายามหายใจเข้าเต็มปอด ตามที่ค่อยขยับมองดูไปรอบ ๆ อย่างหวาดหวั่น

สติสัมปชัญญะของเบลล่าเริ่มกลับมา ความทรงจำก่อนที่จะหมดสติ ดวงใจที่เปราะบางในเวลานี้หายแวบ...

หญิงสาวจำได้ว่า มีผ้าสีขาวโป๊ะลงมาที่กึ่งปากกึ่งจมูก แล้วพอสูดเข้าไปแบบเต็ม ๆ ปอด... ร่างก็ของเธอก็ทรุดฮวบ สติดับหายไปในทันที

‘ที่นี่ที่ไหน’ พอเริ่มขยับกาย ก็รับรู้ได้ถึงเชือกที่พันธการอยู่ที่มือ

‘อะไรกันนี่?’ เบลล่าตกใจสุด ๆ

‘มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แล้วใครเป็นคนทำ’

‘ทำไมต้องเป็นแบบนี้’

คำถามร้อยแปดพันเก้าเข้ามาในหัวสมอง นึกไม่ออกจริง ๆ แล้ว... ‘ที่นี่มันเป็นที่ไหน ใครกล้าทำแบบนี้กัน หรือฉันจะเอาชีวิตมาทิ้งเอาไว้ที่นี่จริง ๆ’

เบลล่าพยายามลุกขึ้น สองมือแม้จะมีเชือกผูกอยู่ แต่เธอก็พยายามอย่างเต็มที่ จนลุกขึ้นมานั่งห้อยขาได้

ที่น่าตกใจ สองขาของเธอก็ถูกผูกมัดติดกันเอาไว้ หากจะแก้เชือกที่ผูกแน่นอย่างนั้น ก็คงจะใช้เวลานานพอสมควร

หญิงสาวสะบัดศีรษะไปมา เพื่อไล่ความเมื่อยขบ จนเส้นผมสีดำสนิทยาวสลวยที่ล้อมกรอบใบหน้าของเธอเอาไว้ ตอนนนี้ระปิดใบหน้าราวกับผ้าม่าน สิ่งที่รัดผมเอาไว้ ก็คงจะหายไปแล้วแน่ ๆ

ตอนนี้พยายามสะบัดหัวอีกครั้ง เพื่อให้มันไปข้างหลัง ดีว่ายังใช้มือช่วยได้นิดหน่อย เส้นผมของเธอที่เหยียดตรงหล่นลงมาเคลียไหล่ ขณะที่เธอนั่งนิ่งพิงอยู่กับพนักโซฟาหนังสีแดงเข้ม พร้อมกับสูดหายใจเข้าปอด

‘เบลล่าตั้งสติก่อน อย่าลนลาน’ เธอพยายามปลุก และปลอบใจตัวเอง เป็นเรื่องที่สามารถทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น

แสงไฟที่เหมือนไฟกะพริบหลากหลายสีสันข้างนอกห้องลอดผ่านช่องลมที่มีอยู่ด้านบนติดเพดาน

มันวับ ๆ แวบ ๆ จนคิดว่าจะมีที่ไหนที่มีไฟแบบนี้ได้ นอกจากจะเป็นดิสโก้เทค หรือไม่ก็ผับ ห้องอาหาร และมันยังส่องประกายวับ ๆ สะท้อนไปทั้งเพดานห้องอีกด้วย

เรื่องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ และการฉุดผู้หญิงมาขายในผับที่ถ้าเป็นเมืองไทยก็จะเรียกว่าซ่อง หัวใจของหญิงสาวตกหล่นลงไปวูบ น้ำตาแทบหลั่งริน

ขอบตาเริ่มร้อนออกผ่าว ๆ การเดินทางเพื่อมาตามหาพ่อในครั้งนี้ กำลังจะพาเธอไปสู่หายนะอย่างนั้นหรือ ผิวแก้มที่เคยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ตอนนี้ซีดขาวราวกระดาษ ความงามของดวงตาคู่นั้น ก็ดูจะอ่อนแสงและดูอ่อนแอลงอย่างชัดเจน

เธอก้มมองที่ข้อมือกับข้อเท้าที่ถูกพันธนาการเอาไว้ และจ้องมองดูที่ประตู แม้ไม่ได้ล็อกกลอน แต่เบลล่าก็คาดว่า ด้านนอกต้องมีใครเอาโซ่มาล่ามเอาไว้แน่ ๆ

แค่คิดแบบนี้หัวใจก็ห่อเหี่ยว เธอยังคงนั่งนิ่ง ๆ เพราะคิดอะไรไม่ออก กำลังคิดหาทางหนีทีไล่ ด้วยท่าทางที่ทั้งอ่อนล้าเต็มทน ตอนนี้หญิงสาวกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้น มีอาการตั้งมั่น ที่กำลังสั่งให้ตัวเองระงับลมหายใจที่ตื่นเต้นผิดปรกติให้แผ่วเบาลง

‘ไม่ใช่เบลล่า เธอเป็นดอกไม้ที่แข็งแกร่งนะ แม้จะร่วงหล่นในพายุอยู่หลายต่อหลายครั้ง เธอก็ไม่ยอมแพ้นี่น่า’

คำที่หญิงสาวปลอบใจตัวเอง...

แม้เนื้อในจะท้อแท้ และแทบจะไม่เหลือเคล้าของความเข้มแข็ง ทว่าภายใต้ความรู้สึกที่แสนจะเปราะบางนี้ เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ เบลล่า คิดไปถึงชีวิตที่ผ่านมา แม้จะวิ่งตามความฝันอย่างยากลำบาก

แม้จะไม่มีใครคอยซัพพอร์ต แต่เธอก็ไม่เคยยอมแพ้ แต่บางครั้งจุดหมายพลิกผันของชีวิตก็มาแบบไม่ได้บอกล่วงหน้า… เรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น...

ตอน 3

บทที่ 3 โคตรโชคร้ายเลย

ห้าปีก่อน... ความสูญเสียที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตของเบลล่าได้เกิดขึ้น

‘คุณนิดา’ คุณแม่ของเธอจากไปด้วยโรคมะเร็ง ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังในโลก ที่ดูเหมือนกว้างใหญ่ ที่มีแต่ความอ้างว้างเกินจะทนไหว วันที่แม่สิ้นลมหายใจในอ้อมแขนของเธอ คือวันที่หัวใจของเบลล่าแตกสลาย

แม้แม่จะเคยบอกว่า "ชีวิตต้องก้าวต่อไป"

แต่เธอก็รู้ดีว่า... ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว ในงานศพของแม่ ได้มีชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ชายผู้มีใบหน้าคมเข้ม แต่มีแววตาเศร้าหมอง...

เขาเดินมาหาเบลล่า และบอกว่า...

เขาชื่อ... ‘ราฟฟา ฟรานเซนโก้’ เขาคือพ่อของเธอ

ชายที่เธอแทบจะลืมไปแล้วว่า... มีตัวตน การปรากฏตัวของพ่อในวันนั้น ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้รับเศษเสี้ยวของความสุข ความหวังกลับมาอีกครั้ง

พอได้มอบอ้อมกอดที่อบอุ่นให้กับเธอ น้ำตาของเบลล่าไหลเจิ่งนอง ในเวลานั้นพ่อคือที่จะยึดเหนี่ยวจิตใจเธอในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดแล้ว

พ่อใช้เวลาอยู่กับเธอในช่วงเวลาเกือบสามเดือน และยังทำเรื่องรับรองเธอเป็นลูกด้วยผลตรวจดีเอ็นเอกับสถานทูต รวมถึงเปลี่ยนเธอให้มาใช้นามสกุลของตัวเอง

พ่อยังได้มอบพินัยกรรมให้เธอฉบับหนึ่ง และบอกว่าทั้งหมดที่อยู่ในพินัยกรรม จะเป็นของลูกทั้งหมด ท่านให้เธอเปิดอ่าน

แต่เบลล่าไม่อยากรู้ว่าพ่อจะให้อะไร เธอบอกว่าไม่จำเป็น...

แต่เมื่อถึงเวลา... พ่อก็ขอกลับมาทำงานที่อิตาลี ทั้งสองติดต่อหากันตลอด แต่พ่อหายไปจากชีวิตเธออีกครั้งเมื่อสามสัปดาห์ก่อน จนกระทั่งเธอได้รับข่าวชวนสะเทือนใจว่า เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... ในลูมินัสลากูน

ข่าวนี้ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงอย่างหวาดกลัวอีกครั้ง เบลล่ารู้ทันทีว่า... เธอไม่อาจสูญเสียพ่อไปได้อีกคน เมื่อได้รับข่าวอันสะเทือนใจ พ่อที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

เบลล่า ฟรานเซนโก้ เธอจึงตัดสินใจเดินทางมาที่อิตาลีเพื่อค้นหาพ่อ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหญิงสาวที่ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหา เธอเป็นเพียงนางแบบปลายแถวในวงการที่เต็มไปด้วยความฝัน แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จเป็นแถวหน้า เงินเก็บที่มี แม้ไม่มาก แต่เบลล่าจะใช้มันตามหาพ่อ

แม้ว่าจะสูญเปล่า หรือจะเจอเพียงศพของเขาเท่านั้น การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยโดยลำพังอย่างดิ้นรน ก็ไม่ต่างกับการมาที่นี่หรอก และเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำเพื่อพ่อ เพราะอย่างไรท่านก็คือผู้ให้กำเนิด

ตอนที่เธอลงจากสนามบินของลูมินัสลากูน ออกมาที่นอกสนามบิน เพื่อรอรถแท็กซี่เหมือนคนอื่น ๆ เพื่อมุ่งหน้าไปยังกลางเมืองลูมินัสลากูน เมืองแห่งแสงและเงาที่ซ่อนปริศนาการหายตัวของพ่อเอาไว้

ระหว่างการเดินทาง จิตใจของเธอเต็มไปด้วยคำถามและความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความหวัง ความกลัว และความเจ็บปวด เธอคิดถึงวันที่แม่จากไป และกลัวว่าจะต้องสูญเสียพ่อไปอีกครั้ง

‘ฉันต้องหาพ่อให้เจอ... ไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่ไหนก็ตาม’

หญิงสาวบอกตัวเอง ทว่าโชคชะตาร้าย ๆ กำลังเล่นตลกกับเธออย่างไม่น่าเชื่อ...

เมื่อถึงลูมินัสลากูน...

เธอยืนงงอยู่ตรงหอนาฬิกา ที่คนขับรถแท็กซี่มาส่ง สายตาพุ่งมองไปที่น้ำพุจำลอง และทะเลสาบจะลองที่กำลังมีการเล่นแสงสีเสียงยั่วอวดสายตาของนักท่องเที่ยว

แสงส่องระยิบระยับสะท้อนกับสายน้ำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดุจแสงดาวตกในยามที่คืนมืดมิด เบลล่าดื่มด่ำกับความสุขตรงนั้นชั่วขณะ เพราะเธอไม่รู้เลยว่า... การเดินทางครั้งนี้จะนำพาเธอไปพบกับอะไร... จะอันตราย หรือมีความลับที่แอบซ่อนอยู่

และพ่อผู้เป็นที่พึ่งเดียวในดวงใจของเธอนั้น เบลล่าจะตามหาเขาเจอไหม ทว่า... เวลานี้... ชีวิตของเธอคงต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลเสียแล้ว

เมื่อพบว่าตัวเองตกอยู่ในวังวนของอันตราย

‘ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไม?’

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของบุรุษที่เดินเข้ามาใกล้ ๆ และตรงมาที่บานประตูห้องของเธอ ทำให้เบลล่าแทบหยุดหายใจ สัญชาตญาณของเธอ ทำให้ต้องล้มตัวลงไปนอน ก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกตัว

เสียงพูดคุยของสองหนุ่มเป็นภาษาอิตาลีดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ชายสองคนในชุดสูทสีเข้มเข้ามาในห้อง พวกเขาสบตากัน แล้วพูดอะไรบางอย่างที่ฟังดูจริงจัง

เบลล่าที่นอนอยู่บนโซฟาพยายามขยับตัวเล็กน้อย แต่พันธนาการที่แขนและขาไม่เอื้อให้เธอทำอะไรได้มากไปกว่าการฟัง เธอจับความหมายไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แต่โทนเสียงนั้นทำให้เธอรู้ว่าพวกเขากำลังหารือถึงบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเธอ

ทันใดนั้น... ประตูอีกบานก็เปิดออก หญิงสาวอายุราวสามสิบปีเดินเข้ามา รูปร่างและหน้าตาของเธอมีความละม้ายคล้ายคนเอเชีย ผิวขาวนวลและผมดำสนิทยาวถึงกลางหลัง

แต่เมื่อเธอเริ่มพูด น้ำเสียงหนักแน่นและสำเนียงที่ไม่คุ้นเคยทำให้เบลล่ารู้ทันทีว่าเธอน่าจะเป็นคนในประเทศเพื่อนบ้าน

"พวกนาย แก้มัดเธอได้แล้ว เธอจะไม่ก่อปัญหาอะไรหรอก" หญิงสาวออกคำสั่ง เสียงของเธอเด็ดขาด และไม่เปิดโอกาสให้ชายสองคนนั้นปฏิเสธ พวกเขาพยักหน้าและเริ่มแก้มัดเบลล่าตามคำสั่ง

เบลล่ายังคงลอบมองพวกเขาอย่างระแวดระวัง ใจของเธอยังเต้นแรงด้วยความกลัว แต่ความหวังเล็ก ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในใจ หากเชือกที่เคยรัดแน่นถูกปลดออก ก็เป็นโอกาสให้เธอได้หนีไปจากที่นี่ก็เป็นได้ ในใจของเบลล่าก็ยังคิดหาทางหนีทีไล่ แต่พอเห็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งเข้ามาในห้อง

คราวนี้เป็นหญิงชาวตะวันตกตัวสูงใหญ่ในชุดเรียบง่าย แต่มีท่าทางขึงขังอย่างกับผู้ชาย ความคิดหนีของเบลล่าหายไปในทันที

เธอคนนั้นพูดบางอย่างกับหญิงชาวเอเชีย แล้วทั้งสองก็หันมามองเบลล่า

"เราจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ แต่ต้องให้กินนี่ก่อน" หญิงชาวเอเชียพูดขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงของเธอฟังดูนิ่งสงบ แต่ก็ไม่เปิดโอกาสให้เบลล่าปฏิเสธได้

เบลล่าที่แกล้งหลับ จำต้องขยับตัว เพราะเหมือนพวกเธอจะรู้แล้วว่า เธอฟื้นแล้ว เบลล่าจ้องพวกเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง และขอร้อง

“ช่วยฉันด้วย” เธอพูดเป็นภาษาอังกฤษ

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เธอถูกขายมาที่นี่ เจ้านายต้องเอาเงินคืนอย่างเดียว”

“ฉันมีเงินบอกเจ้านายของคุณสิ ฉันจะจ่ายให้ ฉันจะไถ่ตัวของฉันเอง”

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนในนี้ได้ไถ่ตัวเอง ยอมเสีย ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” หญิงชาวเอเชียที่พูด ก็หันไปสบตากับผู้หญิงร่างใหญ่

เธอคนนั้นก็ส่งมือมาที่ใบหน้าของเบลล่า และจับบีบคอ และบีบคาง พร้อมกับที่ผู้หญิงชาวเอเชียกรอกอะไรบางอย่างเป็นน้ำเหลว ๆ ลงไปในปาก

มือใหญ่ ๆ ของผู้หญิงคนนั้นบังคับให้เบลล่ากลืนลงไป แม้จะปฏิเสธและขัดขืน แต่ว่าน้ำเหลว ๆ นั้นก็ไหลลงไปในคอของเธออยู่ดี

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED