ตอน 2

บทที่ 1

ตะวันตื่น

.

.

.

ผู้จัดการส่วนตัวบอกแล้วว่าอย่าเข้าไปอ่านความคิดเห็นของชาวเน็ต แต่เพราะอยากรู้จึงอดใจไม่ไหว เข้าไปนั่งส่องอยู่พักใหญ่ ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นประเด็นร้อนจนขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งไปแล้ว แต่มันไม่ใช่แฮชแท็กชื่อเธอ เป็นชื่อของตัวต้นเรื่องอย่างมะไฟเฟื่องนรี แต่เนื้อหาในนั้นส่วนมากพาดพิงถึงเธอ บ้างก็พยายามเลี่ยงบาลี บ้างก็เอ่ยออกมาตรงๆ

ต่างบอกว่าไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างตรีนาถจะพยายามเข้าหาผู้ชายของคนอื่น แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่บอกว่าเธอเป็นพวกร้ายเงียบ ชอบทอดสะพานให้แฟนชาวบ้าน

เปรมหทัยถึงย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามโต้ตอบใดๆ เพราะตอนนี้เธอคันมืออยากพิมพ์ตอบโต้มากเหลือเกิน

ที่ผ่านมาเธอมั่นใจว่าตัวเองใช้ชีวิตอย่างดี ไม่เคยทำสิ่งที่ไม่ควรอย่างการยุ่งกับแฟนของคนอื่น ไม่เคยแม้แต่จะพูดคุยหยอกล้อกับใครในเชิงชู้สาว เธอใช้ชีวิตคนเดียวมาโดยตลอด ไม่มีแฟน ไร้คนคุย ไม่เคยใจเต้นแรงกับใครหน้าไหน แล้วธเนศก็ไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย

ไถหน้าจอไปสักพักก็เจอทวีตที่บอกว่าเคยเรียนโรงเรียนเดียวกับเธอ พร้อมยืนยันว่าเธอมีนิสัยแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่รู้แน่ชัดว่าคนพิมพ์เป็นใคร ไม่ได้มีหลักฐานอะไรนอกจากข้อความสองสามบรรทัดเลย แต่ยอดรีทวีตหมื่นกว่า คนโควตไปด่าอีกเป็นพัน

ฉ่ำมากไอ้ตาว เข้าวงการมาตั้งหลายปีไม่เคยมีเรื่องให้โดนสังคมจวกยับขนาดนี้ มาโดนทีก็รับน้องกันเสียแรง

ถ้าเธอทำจริงจะไม่โกรธเลย แต่เธอคุยกับธเนศนับคำได้ ซึ่งก็คุยกันที่กองถ่ายเท่านั้นและยังอยู่ในขอบเขตของงาน ไม่ได้มีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง อินสตาแกรมก็ไม่ได้ติดตามกันและกันไว้ เพื่อนของเขาเธอก็ไม่เคยรู้จัก และเรื่องชวนไปปาร์ตี้อะไรนั่นเหลวไหลที่สุด

ตรีนาถไม่ใช่สายปาร์ตี้ เหล้ายังไม่ดื่มเลย ที่เห็นเธออยู่ร้านเหล้าบ่อยๆ นั้นล้วนไปร้องเพลงเพราะมันไม่มีเวทีให้เธอได้แสดงมากนัก นักร้องในประเทศก็พึ่งร้านเหล้าเป็นหลัก เธอก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนการไปภูเก็ตมันเป็นตารางงาน มีงานเฟสติวัลที่ริมทะเล ตารางงานชัดเจนว่าจัดวันไหน ใครจะไปก่อนไปหลังไม่สำคัญ แต่เธอที่รับงานไว้ต้องไปทำงานอยู่แล้ว

แม้จะรู้สึกเหลือเชื่อที่เฟื่องนรียกเรื่องนี้มาโจมตีกันเพราะมันไร้สาระสุดๆ แต่เรื่องพรรค์นี้กลับเรียกกระแสได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เอาเถิด คืนนี้เธอจะเผาตัวเองพลีชีพเพื่อให้แก๊งตัวมัมได้แสง แต่วันพรุ่งนี้จะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของหน้าไหนทั้งนั้น

มีสิ่งหนึ่งที่ตรีนาถไม่เข้าใจ เธอไม่ทราบแรงจูงใจว่าเหตุใดแม่ดาราแห่งยุคจะต้องหาเรื่องเธอด้วย เธอก็อยู่ของเธอดีๆ ไม่เคยไประรานใดๆ กับคนเหล่านั้น รวมไปถึงแฟนหนุ่มของเจ้าหล่อนที่นอกจากเรื่องงานในวันนั้น เธอก็ไม่เคยคุยอะไรกับเขาอีกเลย

ไม่รู้ว่าก้าวไหนของตัวเองที่ไปเหยียบหางของเฟื่องนรีเข้า

จวนจะตีหนึ่งแล้วตรีนาถก็ยังข่มตาหลับไม่ลง พรุ่งนี้มีงานช่วงเช้าเพราะต้องไปออกอีเวนต์ของแบรนด์ที่ตนเองถืออยู่ เธอควรนอน แต่ก็นอนไม่หลับ

โทรศัพท์มือถือถูกปิดเครื่องไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนหน้าเพราะมีชาวเน็ตบางส่วนส่งข้อความมาถามใน Direct Message บ้างก็แท็กมาถามตรงๆ ในทวิตเตอร์ จึงตัดขาดโลกภายนอกแล้วคว้ากีตาร์ตัวเก่งมานั่งเกาแก้เซ็ง เพราะจะนอนก็นอนไม่หลับเสียอย่างนั้น

สุดท้ายเธอก็วางกีตาร์ลงไว้ข้างตัว คว้ากระเป๋าสตางค์มาถือไว้เพื่อลงไปหาอะไรกินที่ร้านสะดวกซื้อ อย่างน้อยถ้าหนังท้องตึงหนังตาก็จะหย่อน เครียดแค่ไหนก็คงจะหลับได้

ใช้เวลาพักหนึ่งก็มาถึงที่หมาย พนักงานส่งยิ้มให้เพื่อทักทาย เธอก็ทำเช่นนั้นราวว่าไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอยู่ในใจ เดินเลือกซื้อของไปเรื่อยเปื่อย ให้หลังประมาณสิบห้านาทีก็เดินออกจากร้านพร้อมถุงใบใหญ่ มืออีกข้างถือกล่องนมแล้วดูดรองท้อง มองเผินๆ แลดูสบายอารมณ์ ทว่าใบหน้าเรียบสนิททั้งแววตายังไร้ชีวิตชีวา

เธอในวันพรุ่งนี้จะรับมือเรื่องยากๆ ได้ไหมนะ

สุดท้ายน้ำตาหยดแรกที่สะกดกลั้นไว้ก็ไหลออกมาจนได้ ที่ผ่านมาเธอเคยลำบากมามากแค่ไหนไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเอง เกิดในครอบครัวยากจน เป็นเด็กกำพร้าพ่อ ต้องอาศัยอยู่กับแม่และยายในบ้านโกโรโกโสที่หากฝนตกต้องวิ่งเอากะละมังไปรองน้ำกันให้วุ่น บางวันไม่มีแม้กระทั่งเงินไปกินขนมที่โรงเรียน ถูกตัดไฟก็บ่อย ชีวิตแบบนั้นเธอพยายามหนีมาตลอด พอดีกับที่มีพรสวรรค์ด้านเสียงร้องจึงเดินสายประกวดร้องเพลงเพื่อชิงเงินรางวัล

หลังได้เงินมาบ้างแล้วก็ซื้อกีตาร์เพื่อนำไปเล่นดนตรีเปิดหมวก เธอหวังว่าสักวันตัวเองจะได้เป็นนักร้องชื่อดังของประเทศ มีเงินเป็นกอบเป็นกำ อยากทำให้แม่กับยายสบาย แต่ยังไม่ได้ทำเช่นนั้นแม่ก็มาด่วนจากไปเสียก่อนด้วยโรคร้ายอย่างมะเร็งปากมดลูก บ้านหลังเล็กๆ จึงเหลือเพียงเธอกับยายวัยชรา ตอนจบมัธยมเธออยากเรียนต่อมหาวิทยาลัย อยากเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ เหมือนเพื่อนๆ คนอื่น แต่ระหว่างยายกับการเรียนหนังสือ ยายสำคัญกว่าอยู่แล้ว

ยายคือคนเดียวในชีวิตที่เธอมีอยู่

สุดท้ายตรีนาถก็ตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย เธอพยายามหางานทำอยู่ใกล้บ้านเพื่อที่จะได้อยู่ดูแลยาย ล้มเลิกทุกความฝันที่เคยมี

นักร้อง... เรียนหนังสือ...

ช่างหัวมัน ชีวิตเธอมันมาได้แค่นี้

แต่อาจจะเพราะรักการร้องเพลงมาก แม้จะไม่ได้ยึดเป็นอาชีพหลักเพราะมันไม่รุ่ง เธอก็ยังขยันไปเปิดหมวกหลังเลิกงาน ก็ยังได้เงินจากการร้องเพลงมาช่วยซ่อมบ้าน ฝนตกไม่ต้องหากะละมังมารองน้ำให้เหนื่อย ถึงเวลาที่หมอนัดก็ยังมีเงินพายายไปหาหมอได้ ด้วยยายแก่แล้วทั้งยังมีโรคประจำตัว จึงต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เนืองๆ

ทว่าคืนหนึ่งในฤดูฝน เธอกลับบ้านหลังไปเปิดหมวกจนได้เงินเกือบหนึ่งพันบาท ซื้อขนมชั้นของโปรดไปฝากยายที่รออยู่ที่บ้าน แต่คืนนั้นต่อให้เธอเรียกกี่ร้อยกี่พันครั้งยายก็ไม่ขาน ต่อให้เธอปลุกเท่าไรยายก็ไม่ยอมตื่นมากินขนมชั้นทั้งที่ชอบกินมากแท้ๆ เป็นคนบอกเธอเองว่าถ้ามีขนมชั้นขายให้ซื้อมาฝากด้วย

ก็ซื้อมาฝากแล้ว ทำไมยายไม่ตื่นมากิน

นับจากวันนั้นตรีนาถก็ยังอยู่ที่บ้าน ทำงานและอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว มีแค่ตัวเองที่ต้องเอาตัวรอดให้ได้ในโลกใบใหญ่

ตรีนาถเข้ามหาวิทยาลัยในวัยยี่สิบ ช้ากว่าคนอื่นหนึ่งปี ระหว่างนั้นก็ทำงานพาร์ตไทม์เพื่อส่งตัวเองเรียน ทั้งยังไม่ทิ้งความฝันที่จะเป็นนักร้อง แม้ว่าไม่มีใครอยู่ดูความสำเร็จของเธออีกแล้วก็ตาม

กระทั่งเจอเข้ากับเปรมหทัย เธอจึงได้ใบเบิกทางเข้าสู่วงการบันเทิง แต่น่าแปลกที่เงินทองและชื่อเสียงที่ได้รับกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เธอในตอนนี้ที่นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว เหตุใดคนที่เธอพยายามทำเพื่อพวกท่านมาตลอดถึงไม่อยู่ข้างกัน

และไอ้วงการมายาก็แสนจะเปราะบาง พยายามสร้างมาตั้งหลายปีแต่มันพังครืนลงได้ในเวลาชั่วพริบตา

เธอทำอะไรผิดหรือ เธอใช้ชีวิตของเธออยู่ดีๆ เหตุใดต้องมาทำร้ายกัน

โลกนี้มันใหญ่เกินกว่าเธอจะต่อสู้เพียงลำพังจริงๆ หากมีไหล่ของแม่ให้ซบ หากมีกอดอุ่นๆ ของยายคอยปลอบประโลม เธออาจไม่เสียใจมากขนาดนี้

ตรีนาถเดินน้ำตานองหน้าเข้ามาในลิฟต์ เสียงสะอื้นไห้ดังก้องอยู่ด้านในกล่องสี่เหลี่ยมโดยไม่สนใจจะสะกดกลั้นมันไว้ เธอเกลียดความหูเบาของทุกคน เกลียดคำพูดที่ทิ่มแทงจิตใจเหมือนเธอไม่ใช่คน ถ้าย้อนกลับไปได้เธอไม่อยากเป็นนักร้อง ไม่อยากมีชื่อเสียง ไม่เอาแล้วการเป็นดาวที่ลอยเด่นบนฟากฟ้า

เธออยากเป็นแค่ลูกของแม่ อยากเป็นแค่หลานของยาย อยากทำงานหาเลี้ยงพวกท่านอยู่ที่บ้านเกิด เลิกจากงานก็ไปเปิดหมวกร้องเพลงอย่างที่ชอบทำ ซื้อขนมชั้น ซื้อของที่แม่ชอบกลับมากินด้วยกันสามคนที่บ้านหลังเล็กๆ ไม่มีตึกสูงเสียดฟ้า ไม่มีแสง สี เสียง มีเพียงความรักของครอบครัว

ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว...

ทว่าจังหวะที่ประตูกำลังจะปิดลงกลับมีฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนเอื้อมมาขวางไว้เสียก่อน ตรีนาถมองคนมาใหม่ทั้งม่านน้ำบังตาจนมองอะไรได้ไม่ชัดเจน แต่แค่เห็นก็จำได้ทันทีว่าคนมาใหม่คือหนึ่งในทีมงานสส. สัตรา

ปลายทางของเธอและเขาคือชั้นเดียวกัน หลังบานประตูปิดลงชายร่างสูงจึงพาตัวเองไปยืนอีกมุม กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยมาปะทะจมูกเข้าอย่างจังเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาคงเพิ่งกลับมาจากร้านเหล้า

ตรีนาถเม้มปากเป็นเส้นตรงเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ทว่าน้ำตานั้นเกินจะห้ามได้ในเมื่อทำนบแตกแล้ว นมที่ดูดอยู่ก็กลายเป็นรสเค็มเพราะน้ำตาไหลเข้าปาก หล่อนหย่อนมันลงในถุงแล้วเอียงศีรษะซบลงไปกับผนัง

ระหว่างที่ลิฟต์ทะยานสู่ชั้นสี่สิบ ความเคลื่อนไหวของคนข้างกายกลับเรียกสายตาให้หันไปมอง

เขาไม่พูดไม่จาสักคำ ทำเพียงยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ มาให้ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยน้ำสีใสคอยบดบังทัศนียภาพจึงเคลื่อนไปวางที่ใบหน้าคมคายของชายร่างสูง

“รับไว้เถอะ”

มือบางยื่นไปรับมันมาถือไว้แต่โดยดี ความอัดอั้นในใจไหลทะลักออกมาอย่างยากจะห้าม เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังระงม ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กถูกเช็ดอย่างลวกๆ

“ขอบคุณ ฮึก ขอบคุณนะคะ”

เมื่อประตูเปิดออก ขายาวก็ก้าวไปด้านหน้าโดยมีหญิงสาวตัวเล็กก้าวตามไปไม่ห่าง

เธอเอ่ยถ้อยคำเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องผ้าเช็ดหน้า แต่มันหมายถึงว่ายังมีคนที่แม้จะไม่สนิทกันแต่ก็ยังใจดีกับเธอหลงเหลืออยู่

นัยน์ตาคมเข้มปรายมองเจ้าของเสียงสะอื้นไห้ ใบหน้าเรียบสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ก่อนเสียงแหบพร่าจะดังลอยมาตามลม ปนเปไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์ “พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว”

ก่อนร่างสูงใหญ่จะค่อยๆ ก้าวห่างออกไป ตรีนาถค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายแม้เขาจะไม่หันมามอง

สาวเจ้าเอ่ยเสียงเจือสะอื้น “ขอบคุณนะคะคุณเมือง”

ตอน 3

ไม่มีค่ำคืนใดยั่งยืนนาน สุดท้ายแล้วพระอาทิตย์ก็จะยังขึ้นที่ทิศตะวันออกเหมือนทุกครั้งไป

วันนี้ก็ด้วย...

เมื่อคืนเธอไม่ได้หลับได้ด้วยขนมที่ซื้อมาเต็มไม้เต็มมือ มีเพียงนมหนึ่งกล่องกับประโยคทื่อๆ ที่ออกจากปากหนุ่มแว่นเท่านั้นที่กล่อมเธอเข้านอน

เพราะมันคงไม่มีประโยชน์หากเธอจะคิดมากหรือร้องไห้ฟูมฟายไปทั้งคืน อย่างไรเสียเวลาเช้าก็ต้องมาเยือนอยู่ดี สิ่งที่เธอทำได้ก็คือการนอนให้หลับเท่านั้น เพื่อที่จะได้มีแรงมาสู้กันใหม่ในวันนี้

กลิ่นกาแฟหอมๆ ลอยเข้าจมูก เธอสูดดมมันพลางหลับตาพริ้มราวกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศ ก่อนจะเปิดเปลือกตาอย่างเชื่องช้า ทอดสายตามองออกไปยังทิวทัศน์อันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาของเมืองหลวง ที่การอยู่ชั้นสี่สิบก็ทำให้มองเมืองได้กว้างขึ้น

สาวเจ้าระบายลมหายใจออกด้วยจังหวะเนิบนาบคล้ายทำสมาธิอยู่ก็ไม่ปาน

เหมือนเธอจะพร้อมสำหรับเรื่องห่าเหวในวงการอุบาทว์นี้ขึ้นมานิดหน่อย

ประมาณเจ็ดโมงครึ่งตรีนาถก็เตรียมตัวออกจากที่พักเพื่อไปยังสถานที่จัดงาน เธอยังคงแต่งตัวสบายๆ เพราะต้องไปแต่งต่อโดยช่างของทางผู้จัดอยู่แล้ว ก่อนออกจากห้องเธอเปิดมือถือหลังจากปิดมาหลายชั่วโมง พบว่าเปรมหทัยโทร. มาหลายสาย ทันทีที่เธอเปิดเครื่องอีกฝ่ายก็โทร. เข้ามาอย่างไม่รอช้า

(กว่าจะเปิดเครื่องได้นะ เจ๊แทบจะบุกไปที่คอนโดฯ เธออยู่แล้วยายตาว)

หล่อนยิ้มแหยพลางเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าสะพาย ขาเรียวก้าวตรงไปยังประตูห้อง “เครียดๆ ค่ะ”

(ทำไม อย่าบอกว่านะว่าไปแอบอ่านแท็กมาน่ะ)

“นิดหน่อยค่ะ ก็มันอยากรู้ แต่ตาวไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรนะคะ”

(รู้ แล้วนั่นกำลังออกมาใช่ไหม)

“ค่ะ” ก่อนว่าเสียงเครียด “เจ๊เป็ด ตาวไม่รู้ว่าทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้ ทำไมคุณมะไฟถึงเข้าใจว่าตาวเข้าหาแฟนเขา แต่ตาวไม่เคยทำ”

(เจ๊ก็อยากรู้เหมือนกัน แล้วไอ้เรื่องที่บอกว่าเธอเข้าหาตาเทียนผ่านเพื่อนนี่ไปเอามาจากไหน)

ประตูถูกเปิดออกพร้อมร่างระหงที่ก้าวไปนอกห้อง “ปกติตาวไม่ชอบสาบาน แต่ตาวสาบานจากฟ้าถึงดินว่าตาวไม่ได้ทำ ถ้าทำให้ตายในวันนี้วันพรุ่งยังได้”

(นี่ อย่าพูดแบบนั้นนะ)

“ทำไมล่ะเจ๊ ก็ตาวมั่นใจ อีกอย่างเดี๋ยวเจ๊เช็กโทรศัพท์ตาว-”

“พี่ตาว!”

ทว่าเสียงที่คุ้นหูกลับดังขึ้นจากทางด้านหลัง หล่อนเหลียวไปมองก็พบกับชื่นพธูที่เดินขนาบข้างมากับคู่หมั้นของเธอ เยื้องๆ กันมีสดายุและพ่อหนุ่มแว่น โดยทั้งสี่กำลังสืบเท้าตรงมาทางนี้

(เสียงใครน่ะ)

ตรีนาถส่งยิ้มให้รุ่นน้องคนสนิทก่อนหันมาสนใจที่จะคุยกับผู้จัดการส่วนตัวต่อ “น้องที่อยู่ห้องใกล้ๆ กัน เอาเป็นว่าตาวจะไม่ลบอะไรสักอย่างในมือถือ แล้วจะให้เจ๊ดูว่าตาวไม่ได้คุยกับคุณเทียนหรือเพื่อนเขาเลย ทั้งไอจี ไลน์ หรือแม้แต่เบอร์”

(ถึงเจ๊จะไว้ใจเธอแต่ก็ขอดูเพื่อความแน่ใจหน่อยแล้วกัน เธอก็รู้ว่าถ้าเจ๊ไม่รู้ว่าความจริงเป็นอะไรยังไง เจ๊จะจัดการไม่ได้ หรือถ้าเจ๊เดินหมากผิดพวกเราจะเกมกันทั้งคู่)

“ทราบค่ะ” ว่าพลางก้าวเท้าเข้ามาในลิฟต์ โดยที่อีกสี่ชีวิตก็ตามมาติดๆ “งั้นไว้เจอกันนะคะ”

หลังวางสายจากเปรมหทัยก็หันไปยิ้มให้กับบาริสต้าคนสวย โดยไม่ลืมยกมือไหว้ผู้ชายทั้งสามที่อายุมากกว่าตน “สวัสดีค่ะ”

ทั้งสามรับไหว้อย่างมีมารยาท

ชื่นพธูมีสีหน้าลำบากใจ มือบางเอื้อมมาจับมือนักร้องสาวไว้ “พี่ตาว พี่โอเคไหมคะ”

เธอยิ้มกว้างกว่าเดิม “โอเคสิ สบายๆ”

แต่คู่สนทนากลับเบะปากคล้ายคนจะร้องไห้ “หนูเชื่อว่าพี่ไม่ได้ทำนะ”

“ขอบคุณนะชื่น”

ไตรทศทราบข่าวที่เกิดขึ้นแล้วเพราะทันทีที่ตื่นนอนยายตัวเล็กของเขาก็ไม่ยอมลุกไปอาบน้ำ เอาแต่นอนไถโทรศัพท์ ซึ่งเช้าวันนี้มีเรื่องเด่นประเด็นร้อนที่ปะทุเดือดปุดๆ ตั้งแต่เมื่อคืน และยิ่งเกิดกับคนใกล้ชิดชื่นพธูก็ยิ่งร้อนใจ จึงเล่าให้ไตรทศฟังทุกอย่าง แต่เธอไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของแก๊งตัวมัมเลยสักอย่างเพราะมั่นใจว่าตรีนาถหาใช่คนเช่นนั้น

ด้านสดายุยังไม่ทราบข่าว ตื่นมาแต่งตัวอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน ออกมาเจอนักร้องสาวทั้งที่ปกติไม่ค่อยเจอกันเวลานี้ แล้วชื่นพธูก็พูดอะไรแปลกๆ กับเจ้าหล่อน เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยถามด้วยจะเสียมารยาท แต่ตรีนาถเป็นคนดัง เชื่อว่าเดี๋ยวเขาก็จะทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนี้

แต่กับคนที่เห็นว่าเมื่อคืนแม่นักร้องดาวรุ่งร้องไห้หนักแค่ไหนนั้น เขาไม่รู้ว่าเธอเจอเรื่องอะไรมาและไม่ได้อยากรู้เรื่องของวงการบันเทิงด้วย เขาไม่เคยสนใจข่าวฉาวของคนดัง ไม่อยากรู้ว่าใครนอกใจใคร ใครมีชู้ ใครคบซ้อน ใครรักกับใครหรือใครเลิกกันแล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับชีวิตเขาเลย

ชื่นพธูตั้งท่าจะพูดต่อ แต่เสียงเรียกเข้าจากมือถือเครื่องบางของตรีนาถขัดไว้เสียก่อน

ชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอคือเจ๊จีจี้ เป็นเหตุให้มือบางกำแน่น เธอไม่อยากคุยกับเจ้าแม่วงการข่าวบันเทิงในตอนนี้ แต่รู้ดีว่าหากเลี่ยงที่จะรับสาย ตอนเล่าข่าวนี้ในรายการอีกฝ่ายจะต้องหยิบมาโจมตีเธอแน่ๆ ถึงกระนั้นเธอก็ทำแค่ปิดเสียงแล้วหย่อนมือถือลงไปในกระเป๋า

ภายในกล่องโดยสารสี่เหลี่ยมไร้เสียงใด กระทั่งมาถึงชั้นที่หมายซึ่งเป็นลานจอดรถ ทั้งหมดจึงเดินออกไปด้านนอก

“พี่ตาวสู้ๆ นะคะ”

“ขอบคุณมากนะชื่น งั้นพี่ไปก่อนนะ ตาวไปนะคะ” ประโยคหลังหันไปบอกกับหนุ่มๆ ทั้งสาม โดยหนึ่งในสามนั้นเธอส่งยิ้มให้เขาด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจ เธอก้าวผ่านค่ำคืนที่ยากลำบากมาได้เพราะคำปลอบโยนจากคนไม่สนิทอย่างเขาเลย แม้ว่าเช้าวันนี้จะได้รับเพียงสายตาเรียบสนิทไร้คลื่นอารมณ์ก็ตาม ก่อนจะเดินเลี่ยงไปขึ้นรถตัวเอง

คล้อยหลังการไปของตรีนาถ สดายุก็โพล่งขึ้น

“มีเรื่องอะไรกันรึน้องชื่น”

สาวผมสั้นผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เมื่อคืนแก๊งมะไฟ มะไฟ เฟื่องนรีที่เป็นดาราน่ะ ออกมาพูดเรื่องมีผู้หญิงเข้าหาแฟนตัวเอง แล้วก็ใบ้ว่าเป็นนักร้อง ชาวเน็ตก็ขุดคุ้ยจนหวยมันไปลงที่พี่ตาว แต่หนูเชื่อว่าพี่ตาวไม่ได้ทำแบบนั้นหรอก”

“ทำไมถึงเชื่อ เพราะรู้จักกันอะนะ”

ใบหน้าหวานพยักขึ้นลง “เพราะพี่ตาวเป็นพี่ตาว ไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นได้หรอก”

ผู้ช่วยหนุ่มหรี่ตาแคบ “เราเชื่อใจคนอื่นมากเกินไปหรือเปล่าน่ะ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ”

ไหล่บางไหวเล็กน้อย “ก็หนูเชื่อจริงๆ หนูว่ายังไงคดีก็พลิก อีกอย่างผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สเปกพี่ตาวด้วย”

ไตรทศว่าเสียงแผ่ว “วงใน”

“ก็จริงอ่า พี่ตาวเขาชอบไทป์หมาเด็กต่างหาก แต่เทียนอะไรนั่นเลขสามแล้ว พี่เขาไม่ชอบผู้ชายเลขสาม ไหนยังมีแฟนแล้วด้วย เป็นไปไม่ได้หรอก แล้วหมอนั่นนะก่อนจะมาคบกับมะไฟก็มีข่าวว่าชอบ DM ไปหาสาวๆ สวยๆ อยู่ตลอด หน้าหม้อสุดๆ ยังไงก็ไม่เชื่อหรอกว่าที่แก๊งนั้นเล่าจะเป็นเรื่องจริง หลักฐานก็ไม่ยักจะมี เชื่อเป็นตุเป็นตะไปได้ สมองไหลเป็นน้ำ”

“ใช่ โลกนี้ใครจะไปรู้ดีเท่าหนูชื่นของพี่”

ชื่นพธูเหลือบตามองคนรักนิ่งๆ “พูดให้ดี”

“พี่พูดไม่ดีตรงไหน”

“อย่ามาเล่นลิ้น พี่ชอบหลอกด่าอะ”

ก่อนหนุ่มสาวจะเดินฟัดกันไปที่เอสยูวีสีเทาเข้ม โดยส่วนมากฝ่ายชายจะโดนเล่นงานที่ชอบไปแหย่คุณบาริสต้า ในขณะที่สองหนุ่มโสดก็แยกไปยังเบนท์ลีย์ของท่านสส. เดี๋ยวนี้อัปสรากลับไปทำงานที่ชาเฮาส์แล้ว หน้าที่เลี้ยงลูกสาวนั้นคุณย่าอย่างคุณหญิงพิมพิมานอาสาเลี้ยงหลานด้วยความเต็มใจ และสดายุไม่จำเป็นต้องไปเฝ้าหรือคอยรับส่งเพราะเธอไปกับรถประจำตำแหน่งของสัตรา ที่มีเขมราฐเป็นสารถี

แต่คนที่อยากไปเฝ้าที่ชาเฮาส์เห็นจะเป็นตัวสส. เอง กับลูกชายอีกคนที่บ่นคิดถึงเมียทุกวัน สัตรายังชวนไตรทศไปหากาแฟดื่มที่ชาเฮาส์อยู่บ่อยๆ

หลังซีดานคันหรูเคลื่อนไปตามท้องถนนมุ่งหน้าสู่ที่ทำการพรรคเป็นไทย พลขับก็เอ่ยอย่างชวนคุย

“เมื่อคืนเฮียถึงคอนโดฯ กี่โมง”

“ตีหนึ่งมั้ง ไม่แน่ใจ”

เมื่อคืนสดายุชวนพี่ๆ คนอื่นไปดื่มเหล้าด้วยเป็นวันคืนวันเสาร์ แต่วสุไม่ไปเพราะอยู่กับเมีย ไตรทศก็ไม่ยอมไปแม้ว่าชื่นพธูจะอนุญาต ลิขิตกับอนันต์ก็ไม่ไป จึงมีเขา เขมราฐและคมชาญ เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือไมยราพที่อยากไปผ่อนคลาย แต่ดันไม่ยอมดีลสาวสักคน กลับเลือกที่จะนั่งรถกลับมานอนคนเดียวเสียอย่างนั้น

หนุ่มรุ่นน้องว่าต่อ “จะว่าไปพวกดาราชอบมีแต่ปัญหาแบบนี้เนอะเฮีย ไม่คนนั้นเป็นชู้คนนี้ คนนี้ก็ไปเป็นชู้คนโน้น คบซ้อนบ้าง นอกใจบ้าง บางคนมีโลกสองสามใบ มันก็ขยันสร้างโลกกันเนอะ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่อยากเชื่อว่าตาวจะทำแบบนั้น”

“ทำไม”

“ไม่รู้สิครับ อาจจะไม่สนิทใจเท่าที่พวกสาวๆ เขาสนิทกัน แต่ก็อย่างที่ชื่นว่า มันดูเป็นไปไม่ได้ว่าน้องเขาจะทำ”

“พูดเองว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ”

สารถีอ้าปากพะงาบเมื่อโดนสวนเช่นนั้น เขาจึงเถียงไม่ออก

ไมยราพหวนคิดไปถึงสายตาที่เธอใช้มองกัน มันเป็นสายตาของคนที่หมดอาลัยและสิ้นหวังเสียเต็มประดา เป็นสายตาของคนที่สูญเสียมากกว่าพรากสิ่งสำคัญจากคนอื่น “แต่เฮียก็คิดว่าน้องเขาไม่ได้ทำเหมือนกัน”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED