ห้องประชุมหอพักชายอยู่ชั้นล่างสุด มีอาณาบริเวณกว้างพอสมควร ในช่วงเวลานี้ประมาณหนึ่งทุ่ม ได้มีบรรดาน้องใหม่และรุ่นพี่นั่งกับพื้น เรียงแถวตามหมายเลขห้อง ต้อมนักศึกษาหนุ่มน้อยวัยสิบแปด หน้าตาใสซื่อบริสุทธิไร้เดียงสา นั่งแถวสุดท้ายและอยู่คนหลังสุด สายตาอันเล็กหรี่มองเพื่อนๆ นักศึกษารุ่นเดียวกันออกไปแนะนำตัวทีละห้อง จนมาถึงห้องสุดท้าย ต้อมได้เดินออกไปพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องอีกห้าคน เมื่อไปถึงยังหน้าบรรดาเพื่อนร่วมหอพักชาย ต่างยืนเรียงแถวแนะนำตัวกันทีละคน โดยมีต้อมยืนเป็นคนสุดท้าย ส่วนสนยืนอยู่คนที่ห้า
“ผมชื่อสนธิ มงคลดี ชื่อเล่น สน เรียนคณะเกษตรศาสตร์ เอก ประมงครับ” สนพูดเสียงดังฟังชัดเจน
สิ้นเสียงของสนต่อไปต้อมต้องแนะนำตัว ริมฝีปากอันแสนบางสีชมพูอ่อนๆ ค่อยๆ เปล่งเสียงออกมาอย่างอ่อนโยน
“ผมชื่อ อนันตชัย ถาวรสกุลดี ชื่อเล่น ต้อม เรียนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เอก ไฟฟ้าครับ” สิ้นเสียงของต้อมแต่กับมีเสียงอื่นมาแทน นั่นคือเสียงหัวเราะเบาๆ ของนักศึกษารวมหอพัก
“พูดเสียงดังฟังชัดๆ หน่อย พูดค่อยแบบนี้ ระวังพรุ่งนี้จะโดนเพื่อนๆ ที่คณะแกล้งนะ” สมพงษ์ประธานหอพักเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเป็นกันเอง
“ครับ” ต้อมพูดเสียงอ่อยๆ
“ดังกว่านี้อีก”
“ครับ” ต้อมตะโกนสุดเสียงแต่ยังดังไม่พอ
“เอาล่ะไม่เป็นไร เดี๋ยวเจ็บคอได้ไปหาหมอเสียเวลา มาเริ่มเล่นเกมกันดีกว่า”
ประธานหอพักสมพงษ์หยิบลูกอมในกระเป๋าออกมา พร้อมกับชูให้ทุกคนได้เห็นชัดๆ ส่วนสายตาของประธานหอพักส่ายไปส่ายมา มือที่ถือลูกอมอาร์บิทก็เช่นเดียวกัน สักพักสมพงษ์ใช้มือฉีกซองลูกอมออก
“นี่คือลูกอม มีไว้อมแต่วันนี้ไม่ให้อม แต่พี่จะให้กัดไว้ครึ่งเม็ด งงใช่ไหม” สมพงษ์หันหน้าไปมองน้องๆ ทั้งหกคน
“ไม่ต้องงง พี่จะให้น้องคนแรกกัดไว้ครึ่งลูก ส่วนคนที่สองมากัดอีกครึ่งที่เหลือ หลังจากนั้นหันไปให้คนที่สามกัดอีก ทำต่อๆ ไปจนถึงคนสุดท้าย และคนสุดท้ายก็ต้องคืนต่อมาอีก”
ประธานหอพักนักศึกษาชายยื่นลูกอมใส่ปากของรุ่นน้องคนที่หนึ่ง ส่วนคนที่สองก็มารับช่วงต่อ จนมาถึงสนคนที่ห้ารับลูกอมนั้นมา พร้อมกับหันหน้าหาต้อมที่ยืนทำหน้านิ่งๆ
“ยืนทำไรอมสิ อ่อ ไม่ใช่ กัดสิ” สมพงษ์พูดพลางยิ้มด้วยความเอ็นดู
ต้อมค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ สน ในขณะเดียวกันเผยอปากเล็กน้อยกัดลูกอมอันเหลือพื้นที่นิดหน่อย ทำให้ริมฝีปากได้ชนกันอย่างตั้งใจ เพียงเสี้ยววินาทีสนก็ปล่อยให้ลูกอมสู่ริมฝีปากของต้อม แล้วดุนเข้าไปให้ฟันได้กัดไว้
“ได้แล้วส่งคืนด้วย” สมพงษ์ย้ำอีกครั้ง
ฟันของต้อมที่กัดลูกอมไว้ทำให้ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ถูกสัมผัสจากสนอีกคราไม่นานลูกอมเม็ดนั้นสู่ริมฝีปากของสน ถัดไปเรื่อยๆ จนถึงคนแรก
“อมหรือคลายทิ้งก็ได้นะ” สมพงษ์เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
สายตาของต้อมมองไปยังเพื่อนร่วมห้องคนแรก ที่ไม่ได้คลายลูกอมทิ้งแต่อย่างใด ทางกลับกันลูกอมเม็ดนั้นถูกดุนเข้าไปในปากแทน
“แสดงว่าชอบอม” สมพงษ์พูดติดตลกแต่ยังไม่วายยิ้มให้น้องๆ ทุกคน
รอยยิ้มของต้อมปรากฏขึ้นมาหลังจากตรึงเครียดเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาย้อนสายตากลับมาเรื่อยๆ แล้วได้ผ่านใบหน้าของสน ที่กำลังยิ้มเฉกเช่นเดียวกันจนทำให้สายตาปะทะกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“เอาล่ะกลับเข้าที่ของตัวเองได้”
คราวนี้ต้อมเป็นฝ่ายนำเพื่อนร่วมห้องพักเข้าไปยังแถวของตัวเอง ยังไม่ทันได้นั่งติดกับพื้นปูน ประธานหอพักได้พูดขึ้นมาอย่างทันท่วงที
“คืนนี้ก็ดึกพอสมควรแล้วนะ ฝากรุ่นพี่ทุกคนช่วยดูแลน้องๆ ด้วย ต่อไปนี้เราจะประชุมทุกวันจันทร์นะ สำหรับวันนี้เลิกประชุมได้”
บรรดารุ่นพี่รุ่นน้องต่างลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะได้เข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่ต้อมและสนได้เดินคู่กันไปยังห้องนอน
“เป็นไงบ้างวันนี้ต้อม” สนพูดขึ้นก่อนหลังจากขึ้นมายังห้องนอน ก่อนที่จะนั่งลงบนเตียงส่วนตัว
“อือ ก็ดีรุ่นพี่ใจดีทุกคนเลย” สายตาของต้อมเปล่งประกายแวววับ บ่งบอกไร้ความวิตกก่อนเข้ามายังหอพักชาย
“ตอนแรกเราก็กลัวเหมือนกันนะว่ารุ่นพี่จะแกล้งหนักกว่านี้ แต่กับไม่มีอะไรเลยแค่เล่นเกมเด็กๆ แค่นั้น แต่เราว่าที่คณะนายน่าจะหนักกว่านี้นะ ยิ่งนายดูหงิมๆ แบบนี้ด้วยน่าแกล้งมากเลย”
“เหรอ แต่นายไม่แกล้งเรานิ”
“อ้าว อยากให้แกล้งเหรอ ทำไมไม่บอกตั้งแต่อยู่ในห้องประชุม”
“นายจะแกล้งอะไรเรา”
“จะได้ดูดปากนายซะเลย ยิ่งปากเล็กๆ บางๆ ริมฝีปากชมพูยังกับผู้หญิง มันก็น่าดูดอยู่หรอก” สนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ
“อย่าพูดดังไปเดี่ยวพี่ๆ ได้ยิน” สายตาของต้อมเหล่ซ้ายขวา แต่ก็ไม่มีอะไรเพราะรุ่นพี่ต่างนอนอ่านหนังสือ บ้างก็เล่นหมากฮอดกันอย่างสนุก
“อายเหรอ ถามตรงๆ ได้ไหม อือ ไม่เอาดีกว่าไม่ถามหรอก เพราะแค่ดูก็รู้แล้ว เรานอนดีกว่านายก็นอนได้แล้ว” สนล้มตัวลงนอนและห่มผ้าทันที
เป็นเรื่องปกติที่เคยชินอย่างมาก สำหรับคำถามที่ได้ยินจากสน เป็นเวลาหลายสิบปีกับคำถามเดียวตอบหลายครั้ง บางทีเงียบไปเลยแกล้งไม่ได้ยิน สักพักต้อมเลิกสนใจความคิดนี้ แล้วหันมานั่งนิ่งใช้ความคิดและกังวลในวันพรุ่งนี้ต้องเจออะไรบ้างยังไม่รู้ แต่สำหรับค่ำคืนนี้เป็นสิ่งที่รับได้และสนุก
“น้องต้อมคืนนี้พี่นอนด้วยได้ไหม” ก้องรุ่นพี่ชั้นสองขึ้นมาหาอ๊อฟ แต่ไม่ยอมคุยด้วยเดินผ่านหน้าตาเฉยจนถึงเตียงนอนของต้อม
“เฮ้ย ไอ้ก้องมึงอย่ามายุ่งกับน้องกู” เสียงแหบดังขึ้นแบบสากๆ
“แหม กูไม่ทำอะไรน้องมึงหรอก แค่มานั่งคุยเล่นๆ”
ต้อมคิดว่าดูเหมือนอ๊อฟพูดขึ้นเฉยๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ร่างสูงใหญ่ดำเข้มดันนั่งบนเตียงใกล้ๆ ต้อม
“หน้าตาน่ารักดีนะ” ก้องเท้าคางมองต้อมอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณครับ”
“พูดเพราะด้วย”
“อือ” ต้อมไม่รู้จะพูดอะไรออกมาได้แต่ยิ้มอยู่อย่างนั้น แต่สายตาก็ยังมองไปที่เพี่อนข้างเตียงมากกว่าก้องที่เป็นรุ่นพี่
“ไม่ให้พี่นอนด้วยก็ไม่เป็นไร วันหลังเดี๋ยวพี่มาขอนอนใหม่ก็แล้วกัน” ก้องมองหน้าอันขาวใสพักหนึ่งก่อนลุกขึ้นไปหาอ๊อฟที่นั่งอ่านหนังสือขายหัวเราะอยู่บนเตียง
“เพื่อนเราเสน่หแรงเหลือกเกิน” สนไม่วายแซวทั้งที่ง่วงนอนเต็มแก่
มีเพียงรอยยิ้มเท่านั้นแต่เสียงใดๆ ไม่ได้ออกมาให้สนได้ยิน ต้อมไม่สามารถตอบโต้คำแซวนี้ได้ ร่างเล็กๆ เลยล้มตัวลงนอนข้างๆ สนได้ไม่นานก็สู่ภวังค์ในทันใด
ฟ้ายังไม่ส่องแสงสว่างสาดเข้ามายังหอพัก เสียงเพลงดังลั่นปลุกให้ตื่นมาทำความสะอาดห้อง ต้อมถึงกับตกใจดีดตัวลุกขึ้นนั่ง สายตามองไปรอบๆ เห็นรุ่นพี่ต่างช่วยกันคนละไม้ละมือทำความสะอาด ต้อมจึงเข้าร่วมวงในครั้งนี้ด้วยอย่างเต็มใจ
ความร่วมมือร่วมแรงของรุ่นพี่รุ่นน้อง ช่วยกันทำความสะอาดจึงผลสำเร็จไวไม่เกินคาด ต่อจากนั้นเป็นช่วงเวลาอาบน้ำ สิ่งนี้แหละต้อมกลัวและกังวลพอสมควร ด้วยเป็นห้องน้ำรวมแต่ยังดีมีห้องให้อาบน้ำบ้าง ต้อมจึงรีบหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันกายท่อนล่าง ก่อนที่จะถอดกางเกงอดอายไม่ได้แต่ยังไงต้องทำอยู่ดี
“อ้าวจะถอดก็ถอดเดี๋ยวไปเรียนไม่ทันหรอก” อ๊อฟรุ่นพี่มองอยู่นานจึงพูดขึ้นมา
มือสองข้างของต้อมดึงกางเกงลงมา ยกขาทีละข้างจนหลุดแล้วใส่ตะกร้า เหลือเพียงเสื้อไม่นานก็ถอดออกจนหมด
“ขาวมากเลยนมชมพูด้วย” สนแซวทันทีเมื่อเห็นเรือนร่างอันขาวนวล
ต้อมไม่อยากจะพูดด้วยเพราะอายเขาจึงรีบออกจากห้องนอนไปยังห้องอาบน้ำ เพียงย่างเท้าเข้าไปถึงกับตกใจ เพราะมีบางคนนุ่งกางเกงในตัวเดียวอาบน้ำ สายตามองไปมองมาอยู่พักหนึ่งระหว่างห้องอาบน้ำ กับคนอาบน้ำนอกห้องที่มีหลายคน
พอประตูห้องน้ำเปิดออกต้อมรีบเข้าไปทันที ถ้าจะให้อาบน้ำนอกห้องต้อมไม่สามารถทำเช่นนั้นอย่างคนอื่นได้ ถือเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับต้อมได้มาอยู่ร่วมกับชายหนุ่มหลายสิบคนในรุ่นไล่ๆ กัน
ต้อมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก โดยปกติอยู่บ้านใช้เวลาประมาณเดียวกัน เมื่ออาบน้ำเสร็จเขารีบออกมาทันที ไม่มองทางไหนทั้งนั้นรีบเข้าไปในห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว เพียงเข้าประตูไปแค่หน้าห้อง ต้อมถึงกับตาลายเพราะได้เห็นกางเกงในหลากสี อยู่บนรุ่นพี่และร่วมรุ่นต่างไม่อายกัน มีบ้างแก้ผ้าเช็ดร่างกายจนเห็นทุกสัดส่วน
ต้อมพยายามตีเนียนไม่สนใจ รีบใส่กางเกงในและชุดนักศึกษาอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็พร้อมออกไปนอกหอพักชายเพื่อไปเรียนในวันแรก โดยมีสนเพื่อนพึ่งสนิทเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้
วันแรกก่อนถึงคาบหนึ่งของต้อมต้องนั่งอยู่เพียงคนเดียว มองไปทางไหนไม่รู้จักใครสักคนด้วยเป็นคนอีกจังหวัด ต้อมเห็นเพื่อนใหม่นั่งเป็นกลุ่มๆ อยู่หลายคน บ้างนั่งสองคนเป็นที่ๆ ไป คนเดียวอยู่เดี่ยวๆ มีพอสมควร รวมทั้งตัวต้อมเองด้วยนั่งเหงาๆ เพียงลำพัง
“นั่งด้วยนะ”
“อือ”
“เราชื่ออาคมนายล่ะ”
“เราชื่อต้อม”
“นายมาจากไหน”
“พิจิตร”
“จังหวะดเดียวกันนิ”
ต้อมยิ้มได้ในทันทีด้วยเจอคนบ้านเดียวกัน ในมหาวิทยาลัยฟ้าครามที่อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ไกลจากพิจิตรมากนัก มีอยู่หลายคนเหมือนกันในหอพักชายที่มาจากจังหวัดเดียวกัน
“เขานั่งเป็นกลุ่มๆ กันน่าอิจฉา” อาคมพูดคุยพร้อมมองไปยังเพื่อนร่วมคณะ
“อีกสักพักคงสนิทกันใหม่ๆ ก็แบบนี้แหละ”
“อือ จริงอย่างนายเนาะ”
สายตาของต้อมมองเพื่อนๆ ทุกคน สะดุดตามีอยู่สี่คน นั่งไม่ไกลเขามากนักซึ่งมองอย่างไงก็เป็นแบบเขาออกชัดเจนยิ่งกว่า ไม่ว่าจะท่าทางรูปร่างและการแต่งหน้าจัด ส่วนอีกสองเป็นหญิงสาวหน้าตาถือว่าทั่วๆ ไป สามคนที่ว่าไม่มีอะไรน่าสนใจมากกว่านี้สำหรับต้อม มีเพียงคนเดียวในกลุ่มใหญ่ห้าหกคนมีความหล่อคมคาย ทะลึ่งตึงตังขึ้เล่นเห็นได้อย่างเด่นชัด
“มองอะไร” อาคมมองตามสายตาของต้อม
“ไม่มีอะไรหรอกมองไปเรื่อยๆ”
“หรือว่านายอยากอยู่ในกลุ่มนั้น”
“เปล่า”
แม้แต่จะถูกทักจากอาคม ต้อมไม่สามารถห้ามใจไม่มองได้ ด้วยแต่ก่อนไม่เคยออกไปไหนห่างไกลจากบ้าน เมื่อมาสู่ภายนอกจึงเกิดความกล้าบ้างขี้นเล็กน้อย แต่ยังสงวานท่าทีไม่ให้ใครรับรู้มากนัก
“ไอ้คงเดช มานี่ๆ มาหากูหน่อย” ชายหนุ่มอีกคนมาใหม่เดินตรงไปยังกลุ่มใหญ่ ตะโกนเรียกคนชื่อคงเดชซึ่งต้อมยังอยากรู้ว่าใครกัน
เสียงคำว่าคงเดชยังไม่ทันจางหายสลายไป หนุ่มหล่อแบดนิดๆ ที่ต้อมแอบเหล่ดู หันมามองยังชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้าไปยังกลุ่มนั้น
“มีอะไรว่ะ อยู่แค่นี้มึงเรียกซะดังเลย” หนุ่มคงเดชที่ต้อมเฝ้ามองยืนจังก้าอย่างท้าทาย
ต้อมยังอยากรู้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน ถ้าให้ต้อมคาดเดาน่าจะหมายถึงสองหญิงหนึ่งชายที่เป็นแบบเขา ด้วยสายตาสองหนุ่มจ้องมองเป็นระยะ
“ต้อม ต้อม เย็นนี้ไปดื่มเหล้าไหมเราเลี้ยงเอง”
“เราไม่เคยดื่มเหล้า”
“ไม่จ๊าบเลยนายน่ะ” เสียงของอาคมยียวนกวนพอสมควร
“เราลืมถามนายพักที่ไหนเหรอ”
“อยู่บ้านญาตินายล่ะ”
“อยู่หอใน” ต้อมตอบ
“ถึงว่าสิไม่ดื่มเหล้า ไม่ต้องกลัวปีสองเดี๋ยวเราพาดื่มเอง ปีนี้อยู่หอในไปก่อน ต้องทำตัวเป็นเด็กดี” อาคมหัวเราะนิดหน่อย
ต้อมยิ้มนิดๆ พอเป็นพิธี ในระหว่างนั้นสองหนุ่มได้เดินมายังโต๊ะของต้อม เพื่อมาเหล่สาวร่วมห้อง
“นั่งด้วยคนนะ”
“ได้เลย” อาคมเอ่ยขึ้น
ชายหนุ่มที่ร้องเรียกคงเดชนั่งใกล้ๆ อาคม ส่วนคงเดชนั้นนั่งตัวแท่บติดต้อม จนร่างเล็กๆ ขยับออกห่างหน่อยๆ
“เฮ้ย จะขยับไปไหนเดี๋ยวตกม้านั่งหรอก” คงเดชหันมามอง
สายตาทั้งสองปะทะกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ต้อมหวั่นไหวใจสั่นระรัวเพราะดวงตากลมโตเป็นประกายของคงเดชนั้นช่างมีเสน่หเกินต้าน
“เป็นกะเทยเหรอ” ชายหนุ่มนั่งใกล้อาคมพูดขึ้น
“เปล่า” ต้อมพูดขึ้นเสียงอ่อยๆ ออกกลัวนิดๆ
“เปล่าอะไร” น้ำเสียงไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร
“ไอ้โบ้มึงก็พูดตรงไป” คงเดชกอดคอต้อมอย่างรวดเร็ว
เพียงวงแขนของคงเดชสัมผัสต้นคอบ่าไหล่ ใจต้อมหล่นหายไปในทันใด ดวงตาคู่กลมโตมองไม่วางก่อนจะเปลื่ยนไปทางอื่น
“ไอ้เดช กูให้มึงมาดูสาวมึงมาทำอะไร” โบ้รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ไม่เกี่ยวกับต้อมแม้แต่น้อย
“ไม่ผ่าน” คงเดชส่ายหัว
“ไอ้ที่มึงกอดคอนี่ผ่านเหรอ”
“ไม่ผ่านเหมือนกัน” คงเดชส่ายหัวแต่อมยิ้มนิดๆ ก่อนยกแขนออกจากคอบ่าไหล่ของต้อม
“เฮ้ย มึงชื่อไรว่ะ” โบ้ถามทันทีเมื่อคงเดชพูดจบ
“มันชื่อต้อม” อาคมเป็นฝ่ายตอบแทน
“ต้อม ต้อม นายล่ะ” โบ้หันหน้ามาทางอาคมเพื่ออยากรู้คำตอบ
“อาคม”
“อาคม ท่าจะเล่นของ เราโบ้แต่ไม่โบ๋นะ ส่วนไอ้ลามกนั่น ชื่อคงเดช พ่อมันเรียกไอ้เดช” โบ้หัวเราะร่วนด้วยสะใจ
“ไอ้โบ้มึงนี่กวนตีนอีกแล้ว” คงเดชพูดไปอย่างนั้นแหละ ด้วยความสนิทตั้งแต่มัธยมจึงไม่ถือสากัน
“ต้อมมีแฟนหรือยัง” โบ้ถามต่ออีกหน่อย
“ไม่มี”
“ไม่มีถ้างั้นสักวันจะพาไปขึ้นครูให้หายเป็นเลย”
“อย่าว่าแต่มีแฟนเลย เหล้าก็ไม่ดื่มเด็กดี อยู่หอในด้วยนะ” อาคมเสริมต่ออีกนิด
“แรกๆ ก็เด็กดีนิแหละ นานๆ ไปเดี๋ยวก็เหมือนกับพวกเรา” โบ้อมยิ้มจ้องมองต้อมแล้วหัวเราะออกมา
ต้อมรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ถึงแม้จะอยู่ใกล้คงเดชที่นั่งตัวติดกันในเวลานี้ ด้วยนิสัยและความชอบไปด้วยกันยากกับเพื่อนใหม่ แต่มีใจให้ไปบ้าง เขาจึงต้องอดทนอยู่เพื่อได้ใกล้ชิด ในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะได้เวลาเข้าไปในห้องเรียน
คาบแรกที่ได้เรียนเป็นวิชาในคณะ ช่วงเวลายังไม่ได้สอนอาจารย์ประจำวิชาให้แนะนำตัว ต่างคนจึงได้ทำความรู้จักกัน ในคาบนี้เป็นวิชาเชิงปฏิบัติจึงได้นั่งล้อมวง ต้อมนั่งอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มหลายคน ความรู้สึกของเขาตอนนี้มีความประหม่าและหวั่นๆ อยู่บ้าง ด้วยกิตติศัพท์การแกล้งกันของคณะที่ต้อมเรียน
ครูประจำวิชาได้สอนบ้างนิดหน่อยแล้วสั่งงานให้ทำภายในห้อง ต้อมจึงนั่งทำงานใกล้ๆ อาคมที่เริ่มสนิทคุ้นเคยกันบ้าง ระหว่างนั่งเขียนงานอยู่นั้น ต้อมมีความรู้สึกแปลกๆ อยู่ใต้โต๊ะ ศีรษะทุยของต้อมก้มลงไปมอง สายตามองเห็นแต่ยังไม่ทันพูดอะไร มีคนใต้โต๊ะจับเข้าตรงเป้ากางเกงของต้อม
“อุ๊ย” ต้อมอุทานออกมาแล้วรีบจับมือนั้นให้ออกจากเป้ากางเกงของตัวเอง
“ว้า นิดเดียว” โบ้ได้ปล่อยมือออกและคลานไปยังนอกโต๊ะ
เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง โดยเฉพาะคงเดชหัวเราะหนักมาก พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ จนแขนได้ชนกัน
“หัดใช้งานบ้างนะ” โบ้ย้ำอีกครั้ง
ใบหน้าของอันขาวใสเริ่มแดงก่ำด้วยความอาย สายตาหรี่ลงไม่อยากมองเพื่อนร่วมห้อง ต้อมจึงเดินไปยังอีกโต๊ะหนึ่ง ที่มีสองหญิงหนึ่งชายไม่แท้
“นั่งนี่ก็ได้” สาวหนึ่งในสองพูดขึ้น ซึ่งมีผิวที่คล้ำผมหยักศก
“อือ” ต้อมยิ้มพยักหน้าให้ด้วยความยินดี
“เราชื่อ ปื่น ส่วนอีกคนชื่อ จิตดี และหนุ่มสวยของเรา แหวน” สาวปิ่นแนะนำเพื่อนให้ครบทุกคน
ต้อมไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะต้องทำงานตามสั่งของอาจารย์ แต่ยังไม่วายโดนแกล้งอีกตามเคย เพื่อนใหม่คนเก่าเดินเข้ามาด้านหลัง ก้มลงเอียงคอหอมแก้มอันนวลใส ครั้งนี้ที่โดนหอมแก้มไม่ใช่ครั้งแรก ตอนเรียนมัธยมโดนอยู่หลายครั้งแต่เป็นคนเดิมๆ
โบ้ได้หอมแก้มของต้อมเสร็จเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ได้เดินไปยังกลุ่มของตัวเอง มีเพียงคงเดชคนเดียวยังไม่วายมานั่งข้างๆ พร้อมชี้มือไปทางอื่น ต้อมเผลอตัวหันไปมองแต่ไม่พบสิ่งใด เขาจึงหันกลับมาแก้มใสๆ ของเขาโดนริมฝีปากของคงเดชอย่างจัง
ต้อมหันศีรษะหนีเล็กน้อย ถึงแม้จะรู้สึกชอบแต่ยังสงวนท่าที อีกอย่างในกลุ่มมีเพื่อนผู้หญิงนั่งยิ้ม เขาจึงรู้สึกเขินๆ และทำตัวไม่ถูก
“แก้มหอมจังเลย” คงเดชยิ้มนิดๆ
ด้วยความเป็นคนนิ่งๆ เฉยๆ หงิมๆ ต้อมยังเงียบตั้งหน้าตั้งตาเขียนหนังสืออยู่เช่นเคย เพียงแต่คงเดชยังไม่ไปไหนนั่งมองหน้าสลับกับคุยสองสาวเป็นระยะๆ จนหมดคาบ
วันนี้รุ่นพี่ยังไม่ได้นัดพบ ต้อมและเพื่อนจึงแยกย้ายกลับบ้าน มีเพียงต้อมคนเดียวเกำลังจะเดินไปยังหอพักชาย
“ต้อม เดี๋ยวเราไปส่งมาเร็ว” อาคมเพื่อนใหม่จังหวัดเดียวกัน จอดมอเตอร์ไซค์ข้างๆ ต้อมลังเลอยู่พักแต่ก็ไม่ปฏิเสธความหวังดีของเพื่อน เขาจึงตัดสินใจขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเดินไปอีกไกลและรักษาน้ำใจของอาคม
มอเตอร์ไซค์ของอาคมจอดหน้าหอพักชาย ต้อมจึงรีบลงจากรถและยืนคุยกับอาคมพักหนึ่ง ก่อนที่จะขอตัวเขาไปในหอพัก
“ขอบใจมากนะ”
“ไม่เป็นไรหรอก หอนี้มีแต่ผู้ชายไม่กลัวเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ๆ ใจดี”
“อือ ถ้างั้นไปแล้วนะ”
“อือ” ต้อมพยักหน้า
ต้อมรีบเดินผ่านบรรดากลุ่มนักศึกษาในหอพักชาย ที่กำลังเตะฟุตบอลกันอย่างสนุก เขามองแค่แวบเดียวก่อนขึ้นไปยังหอพัก