ตอน 2

เสิ่นจาวหนิงดื่มเครื่องดื่มที่บาร์เทนเดอร์ชงไว้แก้วแล้วแก้วเล่า

พอเธอเริ่มเมามากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าก็แดงก่ำ สายตาก็เริ่มพร่ามัว

ขณะที่กำลังมองผู้ชายเหล่านั้น เสิ่นจาวหนิงกลับรู้สึกเศร้าใจอย่างมาก เธออยากจะร้องไห้ออกมา เพราะเธอเอาแต่คิดถึงคนสารเลวอย่างลี่เยี่ยนซิวตลอดเวลา

“พวกนายใครทำให้ฉันมีความสุขได้ ฉันก็จะมอบสร้อยข้อมืออัญมณีเส้นนี้ที่มีมูลค่าห้าแสนให้กับคนนั้นไปเลย”

สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นของขวัญที่ลี่เยี่ยนซิวให้มา ก่อนหน้านี้เธอรักษามันอย่างดี

แต่ตอนนี้เธอไม่ต้องการมันอีกแล้ว ส่วนเขาเธอก็ไม่ต้องการแล้วเช่นกัน

บรรดาหนุ่มบาร์โฮสต์ต่างก็งัดทุกกลเม็ดที่มีออกมาใช้ บางคนก็เข้ามาเต้นใกล้เธออย่างเร่าร้อน บางคนก็พูดจาหวานๆ บางคนก็โชว์หน้าอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องของตนเอง

นอกจากนี้มีหนุ่มบาร์โฮสต์ที่กล้าหาญมากกว่านั้นอยู่คนหนึ่งมากระซิบที่ข้างหูของเสิ่นจาวหนิงว่า “พี่สาว ผมจูบแบบเฟรนช์คิสเก่งมากเลยนะ อยากลองไหม?”

“เอาสิ”

หน้าตาของหนุ่มบาร์โฮสต์คนนี้ดูน่ารักมาก แถมยังอ่อนโยนมากด้วย ซึ่งต่างกับลี่เยี่ยนซิวอย่างสิ้นเชิง เขาหน้าตาดูสุขุมคมเข้ม หล่อแบบมีพลัง

เธออยู่กับลี่เยี่ยนซิวมานานมากแล้ว ถึงเวลาต้องเปลี่ยนรสนิยมบ้างแล้วสิ

“สร้อยข้อมือเส้นนี้ฉันให้นายแล้วกัน”

หนุ่มบาร์โฮสต์หน้าตาน่ารักคนนั้นทำปากจู๋ เสิ่นจาวหนิงจึงเดินเข้าไปหาเขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้สัมผัสปากของหนุ่มบาร์โฮสต์คนนั้น จู่ๆ เธอก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมแขนของชายอีกคนหนึ่งอย่างแรง

พอได้กลิ่นเย็นสดชื่นที่คุ้นเคย เสิ่นจาวหนิงก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายที่มาคือใคร

“ปล่อยฉันนะ ฉันยังไม่ได้จูบเลย” เธออาศัยความเมาอาละวาดขึ้นมา

เพราะคนที่มาคือลี่เยี่ยนซิว เธอจึงดิ้นอย่างบ้าคลั่ง

ลี่เยี่ยนซิวจึงต้องออกแรงกดเธอไว้ในอ้อมอกพลางพูดว่า “เลิกก่อเรื่องได้แล้ว”

พอหนุ่มบาร์โฮสต์พวกนั้นเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาอย่างกะทันหันก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก

“คุณเป็นใครเนี่ย คิดจะมาแย่งลูกค้าก็ควรต้องดูก่อนสิว่าใครมาก่อนมาหลัง”

ใบหน้าของลี่เยี่ยนซิวเริ่มมืดมนมากยิ่งขึ้น “ไสหัวไปให้พ้น”

หนุ่มบาร์โฮสต์พวกนั้นต่างก็ตกใจกันนมากจนรีบวิ่งหนีออกไปเลย

ในขณะที่ลี่เยี่ยนซิวกำลังโอบหญิงสาวที่อยู่ไม่นิ่งไว้ จู่ๆ ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือที่อยู่ในมือของหนุ่มบาร์โฮสต์คนหนึ่ง

“เดี๋ยวก่อน เอาสร้อยข้อมือที่อยู่ในมือของนายมาให้ฉันทีสิ” เขาพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม

หนุ่มบาร์โฮสต์คนนั้นไม่ค่อยจะยินยอมเท่าไหร่นัก “แต่นี่เป็นของขวัญที่พี่สาวคนนั้นให้ผมแล้วนะครับ”

ลี่เยี่ยนซิวไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่นัก เพราะนี่คือสร้อยข้อมือที่เสิ่นจาวหนิงหวงแหนมาก

เขาจึงคิดว่าชายคนนี้น่าจะฉวยโอกาสหลอกล่อเอาของไปตอนที่เสิ่นจาวหนิงเมาอยู่มากกว่า

“เอามา” เวลานี้สายตาของลี่เยี่ยนซิวดูดุดันขึ้นมาแล้ว

หนุ่มบาร์โฮสต์จึงตกใจกลัวและรีบคืนให้เขาทันที

เมื่อเห็นว่าหนุ่มบาร์โฮสต์กำลังจะไปแล้ว เสิ่นจาวหนิงก็พูดขึ้นมาอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า “อย่าไปนะ ไหนว่านายจูบแบบเฟรนช์คิสเก่งมากเลยไม่ใช่เหรอ? ฉันยังไม่ได้ลองเลยนะ......”

เธอส่งเสียงดังเอะอะโวยวายขึ้นมาขณะที่กำลังอยู่ในอ้อมแขนของลี่เยี่ยนซิว แต่ลี่เยี่ยนซิวกลับจูบเสิ่นจาวหนิงอย่างแรงในทันที ทำให้เธอค่อยๆ สงบลง

หลังจากกลับถึงบ้าน ลี่เยี่ยนซิวก็กดเสิ่นจาวหนิงเข้ากับประตู

ผมของเธอยุ่งเหยิงไปหมด ตาแดงก่ำเหมือนแมวน้อยตัวหนึ่งไม่มีผิด

ลี่เยี่ยนซิวสวมสร้อยข้อมือกลับเข้าไปที่ข้อมือของเสิ่นจาวหนิงใหม่ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ผมใส่สร้อยข้อมือให้แล้ว ต่อไปผมจะกลับบ้านบ่อยๆ ”

เสิ่นจาวหนิงทำเสียง “หึ” ออกมา นี่ลี่เยี่ยนซิวคิดว่าเธอโกรธเป็นเพราะเขาไม่กลับบ้านงั้นเหรอ……

เธออยากจะเดินออกไป แต่ลี่เยี่ยนซิวกลับดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขนของเขา

เสิ่นจาวหนิงเหมือนแมวน้อยที่กำลังโกรธอยู่

ลี่เยี่ยนซิวค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเธอ……

เธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจากตัวเขาจึงผลักเขาออกไป แล้วก็เช็ดริมฝีปากตัวเองไปมา

“อย่ามาแตะต้องฉัน”

ฉันไม่ชอบความสกปรก

พอรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา เสิ่นจาวหนิงก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที

ลี่เยี่ยนซิวจึงรีบเดินตามไปติดๆ แล้วก็ช่วยจับผมยาวๆ ที่ปล่อยสยายอยู่ของเธอไว้ พลางลูบหลังเธอเบาๆ “คงจะรู้สึกไม่สบายตัวมากเลยใช่ไหม?”

เสิ่นจาวหนิงไม่ได้ตอบ

ทันใดนั้นโทรศัพท์ของลี่เยี่ยนซิวก็ดังขึ้น เธอเห็นชื่อที่เมมเอาไว้คือ ‘ม่านม่าน’

เขาเดินหนีเธอไปเพื่อไปรับโทรศัพท์

หนึ่งนาทีต่อมา ลี่เยี่ยนซิวก็หยิบเสื้อโค้ทขึ้นพลางพูดว่า “ทางบริษัทผมมีเรื่องนิดหน่อย ผมต้องกลับไปก่อน”

ที่บริษัทมีเรื่องงั้นเหรอ?

เสิ่นจาวหนิงมองดูเวลา ตอนนี้ตีสามแล้ว จะมีเรื่องอะไรที่ต้องไปทำตอนนี้กัน?

เห็นได้ชัดเลยว่าเขามีคนรออยู่ข้างนอก

เสิ่นจาวหนิงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์

“เดี๋ยวก่อน แม่ของคุณต้องการให้คุณเซ็นเอกสารน่ะ”

เธอหยิบเอกสารหลายชุดออกมาจากในบ้านและให้เขาเซ็นชื่อ

ลี่เยี่ยนซิวเซ็นชื่ออย่างรวดเร็วและรีบออกไปในทันที

ถ้าเขารอบคอบมากกว่านี้ เขาคงจะสังเกตเห็นไปแล้วว่าสิ่งที่เขาเซ็นไปใบสุดท้ายคือ ‘ข้อตกลงการหย่า’

จู่ๆ ซูม่านก็ปวดท้องขึ้นมากลางดึก ลี่เยี่ยนซิวจึงต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาล เขาอยู่เป็นเพื่อนเธอจนถึงรุ่งสางก่อนจะกลับบ้านมาเปลี่ยนเสื้อผ้า

เสิ่นจาวหนิงกำลังนอนหลับสนิทมาก เธอยังคงสวมเสื้อผ้าที่ใส่เมื่อคืนนี้อยู่

เขาจึงช่วยเธอเปลี่ยนเป็นชุดนอนและทำซุปแก้เมาค้างไว้ให้ก่อนจะไปที่บริษัท

พอเกิดอาการเมาค้าง เสิ่นจาวหนิงก็รู้สึกเวียนหัวไปหมด

ทันใดนั้นในโทรศัพท์ก็มีข้อความจากลี่เยี่ยนซิวส่งเข้ามา

เขาถามเธอว่า “รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?”

เสิ่นจาวหนิงไม่ได้สนใจ

พอเห็นซุปแก้เมาค้างวางอยู่บนโต๊ะ เธอก็บอกขอบคุณป้าอู๋ไป

“คุณนาย ซุปนี้น่าจะเป็นคุณผู้ชายทำเอาไว้นะคะ”

ไม่ว่าจะเป็นชีวิตแต่งงานหรือตอนคบกัน เขาก็เป็นคนที่เอาใจใส่คอยดูแลผู้อื่นมาโดยตลอด

ตอนนี้พอมาคิดๆ ดูแล้ว ที่เขาดูแลเอาใจใส่เธอดีขนาดนี้ น่าจะเป็นเพราะเธอหน้าตาเหมือนซูม่านแน่ๆ เลย ซูม่านต่างหากที่เป็นคนที่เขารักอย่างแท้จริง

เสิ่นจาวหนิงกินเข้าไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้น แล้วก็พูดขึ้นว่า “ป้าช่วยเอาไปเททิ้งให้ฉันหน่อยสิ”

เธอลูบข้อตกลงการหย่าที่เซ็นไปเมื่อคืนนี้ไปมา แล้วก็โทรไปหาหลินซูเยว่ “คุณเริ่มเตรียมตัวโอนย้ายกรรมสิทธิ์ได้เลยนะ”

“เขาเซ็นแล้วเหรอ?” หลินซูเยว่ดีใจมาก

“อืม”

เสิ่นจาวหนิงพูดด้วยความลังเลว่า “อีกหนึ่งเดือนฉันจะบอกคนในครอบครัวเรื่องหย่า หลังจากนั้นฉันจะย้ายออก”

สาเหตุที่ต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน เพราะใกล้จะถึงวันเกิดของคุณย่าลี่แล้ว

คุณย่าคือคนที่ดีกับเธอที่สุดในตระกูลลี่แล้ว เธออยากให้คุณย่าได้ฉลองวันเกิดปีที่เจ็ดสิบอย่างมีความสุข

หลังจากวางสาย โทรศัพท์ของเธอก็มีคำค้นหายอดนิยมเด้งขึ้นมา【ข่าวที่เชื่อถือได้ บริษัทโนวาเทคกำลังจะประกาศล้มละลายแล้ว】

นี่คือบริษัทที่ก่อตั้งโดยเสิ่นจาวหนิงในช่วงที่เธอเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ชื่อบริษัทคือโนวาเทค เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ‘ผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้หญิง’ โดยเฉพาะ ในอดีตบริษัทนี้เคยได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ แต่หลังจากแต่งงานเธอก็ได้ถอนตัวออกมา

เพราะเธอคลั่งรักมากเกินไป ในหัวใจและในสายตาของเธอมีแค่ลี่เยี่ยนซิวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เธอจึงไม่ได้สนใจบริษัทหรือผลิตภัณฑ์อีกเลย

เมื่อเห็นข่าวนี้ เสิ่นจาวหนิงก็รู้สึกตกใจมาก แล้วก็เสียใจเล็กน้อยด้วย

เธอครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่ง แล้วสุดท้ายก็ได้ไปพบกับฮั่วยวนที่เป็นหุ้นส่วนของบริษัท

ตอน 3

เมื่อฮั่วยวนเห็นเธอก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “แม่บ้านฟูลไทม์จะมาเพื่อหัวเราะเยาะพวกเราหรือไง? ผมยุ่งมาก คงไม่มีเวลาพูดคุยทักทายคุณหรอกนะ”

ตอนนั้นเสิ่นจาวหนิงถอนตัวออกไปขณะที่ผลิตภัณฑ์ของพวกเขากำลังอยู่ในช่วงฮอตฮิตและเป็นช่วงที่กำลังยุ่งที่สุด ไม่ว่าใครจะโน้มน้าวเธอก็ไม่ฟังเลย

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอไม่ได้ติดต่อกับใครในบริษัทเลย

เมื่อฮั่วยวนเห็นเธอ สีหน้าของเขาจึงดูไม่พอใจเท่าไหร่นัก

“ขอโทษนะคะ ที่ฉันมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อจะมาดูว่ามีอะไรที่ฉันสามารถช่วยได้บ้าง” เสิ่นจาวหนิงก้มหน้าลง น้ำเสียงมีความเอาอกเอาใจ

“ทำไม คุณเบื่อกับการเป็นแม่บ้านฟูลไทม์แล้วเหรอ? ถึงได้อยากจะมาช่วยกอบกู้สถานการณ์เอาตอนนี้น่ะ?”

ฮั่วยวนโยนแฟ้มเอกสารในมือลงพื้น สายตาของเขาแสดงความดูถูกเหยียดหยามออกมาอย่างชัดเจนมาก “น่าเสียดายที่พวกเราไม่ต้องการมันอีกแล้ว เพราะบริษัทไปไม่รอดแล้ว ทุกอย่างมันจบลงแล้ว คุณพอใจหรือยังล่ะ?”

เสิ่นจาวหนิงทำใจให้นิ่งสงบ แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายว่า “ฮั่วยวน ฉันรู้นะว่าคุณโกรธฉัน แต่ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำก็คือการแก้ไขวิกฤตของบริษัทนะ”

“หึ ตอนนี้พวกเรากำลังจะล้มละลายแล้ว คุณเป็นแค่แม่บ้านฟูลไทม์แล้วจะมาช่วยบริษัทได้ยังไง? อย่าเพ้อเจ้อไปหน่อยเลย เป็นแม่บ้านฟูลไทม์จนโง่ไปแล้วหรือไง?” เขาไม่ได้สนใจเธออีก แล้วก็เก็บข้าวของของตัวเองเตรียมจะออกไป

เสิ่นจาวหนิงเม้มปากแน่น แววตาของเธอแฝงไปด้วยความรู้สึกสับสน แต่สุดท้ายเธอก็ยังพูดออกไปว่า

“ฮั่วยวน ฉันหย่าแล้ว”

“อะไรนะ?” ฮั่วยวนประหลาดใจมาก เขาไม่ได้คาดหวังถึงผลลัพธ์นี้เลย

“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ฉันจะได้รับเงินส่วนแบ่งมาก้อนหนึ่ง เพราะฉะนั้น……”

เสิ่นจาวหนิงยื่นมือออกมา “คุณสนใจจะมาฟื้นฟูผลิตภัณฑ์ของเราขึ้นมาใหม่ร่วมกันไหม”

……

เสิ่นจาวหนิงได้รับข้อมูลบริษัทกองใหญ่มาจากฮั่วยวน

หลังจากกลับถึงบ้าน พอเปิดประตูออกก็เห็นซูม่านกำลังนอนอยู่ในอ้อมแขนของลี่เยี่ยนซิว

แถมยังนอนอยู่บนเตียงบ่าวสาวของพวกเธอด้วย

เสิ่นจาวหนิงรู้สึกช็อกไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธเคือง

ลี่เยี่ยนซิวทนไม่ไหว ถึงขั้นต้องแอบมาเล่นชู้ในบ้านเลยเหรอ?

หรือว่าเขาแค่ชอบความท้าทายกันนะ?

“ลี่เยี่ยนซิว คุณถึงกับต้องพาผู้หญิงของคุณกลับมาพลอดรักกันที่บ้านเลยเหรอ?”

ลี่เยี่ยนซิวประคองซูม่านเอาไว้ แล้วก็เดินเข้าไปหาเสิ่นจาวหนิงพลางพูดว่า “คุณออกไปข้างนอกทำไมถึงไม่บอกผมสักคำเลยล่ะ?”

เสิ่นจาวหนิงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ให้บอกคุณงั้นเหรอ? ไม่ว่าฉันจะอยู่บ้านหรือไม่อยู่ คุณก็ไม่สามารถพาผู้หญิงข้างนอกกลับมาที่บ้านได้อยู่ดีนั่นแหละ”

ลี่เยี่ยนซิวอธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ผมกับซูม่านเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ผมเห็นเธอเป็นน้องสาวมาโดยตลอด”

เสิ่นจาวหนิงกลอกตามองบนใส่เขา “เพราะแบบนี้ คุณก็เลยนอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับน้องสาวที่แสนดีของคุณงั้นเหรอ?”

สีหน้าของลี่เยี่ยนซิวดูไม่ค่อยดีนัก เขากำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ซูม่านกลับชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า

“สวัสดีค่ะ ฉันซูม่านนะคะ ในที่สุดเราก็ได้พบกันสักทีนะคะ คุณกับฉันหน้าตาคล้ายกันจริงๆ ด้วย” เธอมองไปที่ลี่เยี่ยนซิวแวบหนึ่ง ก่อนจะอธิบายแทนเขาอย่างเอาใจใส่ว่า “ฉันหวังว่าคุณจะไม่เข้าใจผิดนะคะ เมื่อกี้นี้อาซิวก็แค่กำลังช่วยฉัน……”

เสิ่นจาวหนิงแสดงสีหน้าไม่พอใจและไม่อยากจับมือกับเธอด้วย “เข้าใจผิดอะไรเหรอ? เข้าใจผิดว่าคุณแย่งสามีของคนอื่นงั้นเหรอคะ?”

ซูม่านหยุดพูดไป แล้วก็มองไปที่ลี่เยี่ยนซิวอย่างผู้ที่ถูกกระทำ

“เสิ่นจาวหนิง ผมก็บอกไปชัดเจนแล้วไง คุณอย่างี่เง่าไร้เหตุผลสิ” เสียงของลี่เยี่ยนซิวเย็นชาและเคร่งขรึมมาก

“ฉันเนี่ยนะงี่เง่าไร้เหตุผล? เธอเป็นรักแรกของคุณไม่ใช่หรือไง?”

สีหน้าของเสิ่นจาวหนิงดูซับซ้อน แต่เธอก็ยังคงถามคำถามที่ติดค้างอยู่ในใจตัวเองออกไป “ลี่เยี่ยนซิว ที่คุณแต่งงานกับฉัน เพราะฉันหน้าตาเหมือนเธอใช่ไหม?”

เธอชี้ไปที่ซูม่านและมองไปยังลี่เยี่ยนซิว

ลี่เยี่ยนซิวเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่น

เขาเงียบไป

หัวใจของเสิ่นจาวหนิงราวกับถูกมีดกรีดไม่มีผิด ทั้งๆ ที่คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว แต่พอเธอถามออกไปอีก มันก็เหมือนเป็นการหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายอย่างไรอย่างนั้น

“ฉันเข้าใจแล้ว”

เธอยิ้มอย่างขมขื่นพลางพูดว่า “เราหย่ากันเถอะ ยังไงเราก็อยู่ด้วยกันไม่ได้อีกแล้ว”

ลี่เยี่ยนซิวขมวดคิ้ว “แค่เรื่องเล็กนิดเดียวเองนะ คุณถึงกับต้องขอหย่าเลยเหรอ? เสิ่นจาวหนิง คุณช่วยทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่หน่อยได้ไหม?”

สีหน้าของเขาเคร่งขรึมมาก “ถ้าคุณไม่ชอบซูม่าน งั้นต่อไปผมจะไม่พาเธอมาอีกก็ได้”

เสิ่นจาวหนิงไม่ได้พูดอะไร

เรื่องหย่าเป็นเรื่องจริงที่ถูกกำหนดไปแล้ว เธอจึงไม่อยากจะเถียงกับเขาอีก

“วันนี้ให้เรื่องมันจบแค่นี้แล้วกัน ผมไม่อยากได้ยินคุณพูดถึงเรื่องหย่าอีก”

หลังจากที่ลี่เยี่ยนซิวพูดจบ เขาก็ไปส่งซูม่าน

เสิ่นจาวหนิงเรียกแม่บ้านให้มาทำความสะอาดห้องนอน เตียงหลังนี้ เธอจะไม่นอนอีกแล้ว

เธอกับลี่เยี่ยนซิวคบกันมาสามปี แต่งงานกันมาห้าปี

ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลี่เยี่ยนซิวเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากเสิ่นจาวหนิงหลงใหลในความหล่อเหลาและมีเสน่ห์ของเขา

ในช่วงเวลานั้นลี่เยี่ยนซิวเพิ่งอกหัก เสิ่นจาวหนิงถึงได้คอยอยู่เคียงข้างเขาทุกวัน

เธอบอกกับทุกคนว่า ‘ฉันอยากจีบลี่เยี่ยนซิว’

ซึ่งวิธีที่เธอจีบเขา ก็คือการส่งดอกไม้ให้เขาทุกวัน นำอาหารเช้าไปให้เขาทุกวัน แล้วก็ถามเขาทุกวันว่า ‘รักฉันบ้างหรือยัง?’

ในตอนนั้น เสิ่นจาวหนิงเป็นคนกล้าหาญและตรงไปตรงมา เธอสามารถสารภาพรักต่อลี่เยี่ยนซิวในที่สาธารณะได้เลย

ส่วนใหญ่แล้วลี่เยี่ยนซิวจะไม่สนใจเธอ

ในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาของมหาวิทยาลัย ในที่สุดเธอก็หาโอกาสที่จะอยู่กับเขาตามลำพังสองต่อสองได้

เธอผลักเขาไปที่กำแพงอย่างกล้าหาญและขู่เขาว่า “ถ้าคุณไม่ยอมเป็นแฟนกับฉัน ฉันจะจูบคุณ”

วันนั้นลี่เยี่ยนซิวไม่ได้ตอบว่าตกลงหรือไม่ เขาเพียงกอดเธอไว้แน่นเท่านั้น

ตอนนี้พอมาย้อนคิดดูแล้ว เธอเป็นฝ่ายที่คิดเองว่าความเงียบของเขาคือการตอบตกลง

แล้วสุดท้ายเธอกับเขาก็มาถึงจุดที่ต้องหย่าร้างกัน เพราะว่าลี่เยี่ยนซิวไม่ได้รักเธอมากพอ

ความรักของเธอมันเอ่อล้นมาก พอเธอไม่เคยได้รับอะไรตอบแทนกลับมาเลยบ่อยๆ เธอก็เริ่มผิดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ

แล้วหัวใจก็เหี่ยวเฉาไปในที่สุด

ซึ่งซูม่านก็คือตัวปัญหาที่ทำให้เกิดความร้าวฉานก็ว่าได้

ระหว่างทางที่ลี่เยี่ยนซิวไปส่งซูม่าน สีหน้าของเขาดูบึ้งตึงมาก ซูม่านลองเข้าไปกอดแขนเขาและพูดว่า “อาซิว ฉัน……”

เขาสะบัดออกไปและพูดขึ้นว่า “ซูม่าน อย่าให้เรื่องแบบวันนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED