“เราหย่ากันเถอะ”
ตอนที่หลู่หว่านได้รับข้อความนี้ เธอกำลังเตรียมฉลองวันครบรอบแต่งงานปีที่สามกับสามีของเธออยู่
พอโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นเธอก็คิดว่าน่าจะเป็นข้อความที่สามีส่งมาบอกว่าใกล้จะถึงบ้านแล้ว เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างมีความสุข แต่แล้วสิ่งที่เธอได้เห็นกลับเป็นสี่คำนั้นแทน
เธอรู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็น ๆ สาดใส่ทั้งกะละมัง มันทำให้เธอหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว
ขณะเดียวกัน ในทีวีได้กำลังรายงานข่าวกอสซิปที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อยู่
【ฮั่วหมิงเซียวผู้นำฮั่วซือ กรุ๊ปทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อเหมาเรือสำราญให้กับเซี่ยหว่านโหรวดาราชื่อดัง ดูเหมือนว่าคลิปวิดีโอการออกเดทกันที่มัลดีฟส์น่าจะเป็นจริงซะแล้วล่ะค่ะ คู่รักที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกน่าจะกำลังมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ 】
เขามีผู้หญิงคนอื่นแล้ว เขาก็อยากจะหย่ากับเธออย่างงั้นเหรอ?
ไม่มีการโทรติดต่อมาแม้แต่สายเดียว มีเพียงแค่ข้อความสั้น ๆ ที่เป็นคำพูดที่แสนเย็นชาอยู่สี่คำเท่านั้น แล้วความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเธอคืออะไร?
หลู่หว่านกดเบอร์โทรออกไป อีกฝ่ายใช้เวลาสักพักถึงจะรับสาย น้ำเสียงของเขาดูรำคาญใจมาก “มีอะไร?”
“ฮั่วหมิงเซียว คุณควรจะอธิบายอะไรให้ฉันฟังหน่อยรึเปล่า?”
“อธิบายอะไร?”
“ก็ที่คุณนอกใจและขอหย่า คุณไม่อยากพูดอะไรหน่อยเหรอ?”
“หลู่หว่าน อย่าพูดจาไม่น่าฟังหน่อยเลย ฉันไม่ได้นอกใจเธอสักหน่อย ตอนนั้นเธอใช้วิธีอะไรเพื่อให้ได้แต่งงานกับฉัน เธอย่อมรู้อยู่แก่ใจดี แต่งงานมาสามปีมันเพียงพอแล้ว เธออย่าให้มันไปกว่านี้เลย ฉันให้คนขับรออยู่ข้างนอกแล้วนะ ตอนนี้เธอไปเอาใบหย่าซะ บ้านจะเป็นของเธอ เธออยากได้เงินเท่าไหร่เสนอมาได้ ฉันยุ่งมาก อย่าโทรมาหาฉันอีก”
หลังจากพูดจบ ผู้ชายที่อยู่ปลายสายก็วางสายไปอย่างไร้ซึ่งเยื่อใยใด ๆ
หลู่หว่านรู้สึกได้ทันทีว่าตัวเธอนั้นน่าสมเพชสิ้นดี สามปีที่ผ่านมา เธอมัวรออะไรอยู่?
ฮั่วหมิงเซียวประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ก่อนจะแต่งงาน เขาต้องนั่งวีลแชร์อยู่นานกว่าครึ่งปี คนรักของเขาทิ้งเขาไปต่างประเทศ มีแต่เธอที่คอยอยู่เคียงข้างเขา อดทนต่อการใส่อารมณ์ของเขา แล้วก็คอยทำอาหาร และซักเสื้อผ้าให้เขาด้วยตัวเอง
ขนาดหมอบอกว่าเขาไม่มีความหวังที่จะลุกขึ้นยืนได้ เธอก็ยังค่อย ๆ ช่วยทำกายภาพให้เขาโดยไม่ปริปากอะไร ฮั่วหมิงเซียวถึงสามารถกลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งภายในครึ่งปี จนหมอถึงกับแปลกใจมาก
แต่ก้าวแรกหลังจากที่เขาลุกขึ้นยืนได้คือการก้าวไปจากเธอ แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย
เขาไม่เคยติดต่อเธอเลยในช่วงสามปีที่ผ่านมา พอติดต่อมาอีกที ก็เป็นการบังคับให้เธอหย่า
แม้กระทั่งวันนี้ พอเธอได้ยินข่าวว่าเขาจะกลับมาจากต่างประเทศ เธอก็ตั้งใจเตรียมอาหารมื้อใหญ่ให้เขาเป็นพิเศษเพื่อรอเฉลิมฉลองให้เขา
เธอรู้ว่ารูปร่างหน้าตาของเธอเทียบกับเซี่ยหว่านโหรวดาราดังคนนั้นไม่ติดเลย นั่นมันก็เป็นเพราะเธอถูกคนวางยาพิษ นอกจากใบหน้าที่เสียโฉมแล้ว เธอยังอ้วนขึ้นถึงหนึ่งร้อยกว่ากิโลกรัมภายในชั่วพริบตาเพราะฮอร์โมน แต่โชคดีที่เธอมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม หลังจากปรับสภาพร่างกายมาเป็นเวลาสามปี พิษในร่างกายของเธอก็หายไป ทำให้เธอกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม ใบหน้าของเธอก็กลับคืนสู่สภาพเดิม รูปโฉมละมุนระไม ผิวเต่งตึงมีน้ำมีนัว
เธอยังเพ้อฝันอีกว่าหากฮั่วหมิงเซียวกลับมาเห็นเธอในตอนนี้ เขาจะต้องรู้สึกเซอร์ไพรส์แน่ ๆ
หลู่หว่านยิ้มอย่างขมขื่น การที่เธอเฝ้ารอผู้ชายแบบนี้ มันมีประโยชน์อะไร?
หลู่หว่านเดินออกไปข้างนอก ปรากฏว่ามีจอดรถรอเธออยู่ข้างนอกจริง ๆ
“คุณนายครับ” คนขับเปิดประตูออก
หลู่หว่านขึ้นไปนั่งบนรถ ไม่นานเธอก็มาถึงสำนักงานเขต
เมื่อหลู่หว่านออกมาอีกครั้ง ในมือก็มีเอกสารใบหนึ่งอยู่ในมือ คำว่าใบสำคัญการหย่าดูชัดเจนเป็นพิเศษ
หลู่หว่านกดเบอร์โทรออกไปในทันที “เซียงซี ออกมาดื่มด้วยกันหน่อยไหม?”
กู่เซียงซีเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของหลู่หว่าน
“หวานหว่าน! ไหนเธอบอกว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่สามของพวกเธอไม่ใช่รึไง เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อม สามีของเธอจะกลับมาแล้ว เธอไม่มีเวลาไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันหย่าแล้ว”
……
เมื่อทางฮั่วหมิงเซียวได้รับข่าวนี้ เดิมทีเขายังคิดว่าหลู่หว่านจะไม่ตกลง เขาไม่คิดเลยว่าจะราบรื่นแบบนี้
“ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอ?”
“ครับ คุณนายรับใบหย่าไปเรียบร้อยแล้วครับ”
“เงินก็เอาไปแล้วใช่ไหม?”
“คุณนายไม่ได้เอาเงินเลยสักบาทครับ คุณฮั่ว คุณก็กลับประเทศมาแล้ว คุณจะไม่มาเจอคุณนายสักหน่อยจริง ๆ เหรอครับ เธอดูตั้งตารอวันนี้มากเลยนะครับ” คนขับอดไม่ได้ที่จะพูด
เธอไม่ได้ต้องการเงินเลยเหรอ? สิ่งนี้ทำให้ฮั่วหมิงเซียวค่อนข้างที่จะแปลกใจ ฮั่วหมิงเซียวจึงพูดขึ้นว่า “นี่ไม่ใช่กงการอะไรของนาย”
ฮั่วหมิงเซียวโทรไปที่เบอร์ของเลขาของเขาอีกครั้ง “ยังไม่มีข่าวอะไรเกี่ยวกับ Night เลยเหรอ?”
Night คือแพทย์มหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเธอเหมือนจะวางมือไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอไปอยู่ที่ไหน
“คุณฮั่ว Night ทำตัวลึกลับมาก ไม่ว่าเธอจะไปปรากฏตัวที่ไหนเธอไม่ทิ้งร่องรอยไว้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของ Night เลยครับ”
“หาต่อไป แม้ว่าจะต้องขุดดินลงไปถึงสามฟุตก็ต้องหาให้เจอ ร่างกายของหว่านโหรวรอไม่ไหวแล้ว”
“ครับ”
ช่วงดึก ณ NT คลับ
แสงไฟสลัว ๆ บรรยากาศในบาร์กำลังดี
ที่โต๊ะนั่ง เมื่อหลู่หว่านมาถึงก็มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังดื่มเหล้าอยู่ก่อนแล้ว
หลู่หว่านเดินไปเคาะโต๊ะและพูดว่า “เซียงซี”
ในช่วงสองปีที่เธอแต่งงานกับฮั่วหมิงเซียว พวกเธอไม่ได้ติดต่อกันมากนัก แต่ทรัพย์สินหลายอย่างของหลู่หว่าน ล้วนแล้วแต่ได้รับการจัดการโดยกู่เซียงซีทั้งนั้น
เมื่อเห็นหลู่หว่าน กู่เซียงซีก็เข้าไปกอดเธอทันที “หวานหว่านของฉัน ในที่สุดเธอก็คิดได้ และสลัดผู้ชายคนนั้นทิ้งไปได้สักที ฉันรอวันนี้มานานแล้ว!”
กู่เซียงซีรู้สึกตื้นตันใจมากจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ตอนนั้นที่หลู่หว่านมาบอกว่ากำลังจะแต่งงานอย่างกะทันหัน เธอตกใจแทบตาย เธอยังคิดอยู่เลยว่าหลู่หว่านกำลังล้อเธอเล่น
หลู่หว่านเป็นถึงเทพหลู่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นแพทย์มหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติตั้งแต่อายุยังน้อย อีกทั้งยังเป็นนักออกแบบที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นปรมาจารย์เกม เป็นสายสืบระดับแนวหน้า เป็นแฮ็กเกอร์ชั้นนำ แล้วก็อื่น ๆ อีกมากมาย เธอมีหลายบทบาทมาก แต่เธอกลับประกาศออกจากวงการไปตั้งแต่อายุยี่สิบซะอย่างนั้น เธอเลือกที่จะกลับไปอยู่กับครอบครัวทั้งที่เป็นปีทองที่ดีที่สุดของเธอ มันถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก
“เธอสวยมาก ฮั่วหมิงเซียวมันตาบอดที่ไม่เห็นค่าเธอ เขาคงไม่เคยเห็นรูปลักษณ์ของเธอตอนนี้สิท่า?” กู่เซียงซีถาม
ใบหน้าของหลู่หว่านงดงามมากจริง ๆ อวัยวะทุกส่วนบนใบหน้าดูจิ้มลิ้ม ดวงตาเป็นประกาย ใครบ้างที่จะไม่หวั่นไหว
หลู่หว่านพยักหน้า “ไม่เคย ตอนที่เขาไปฉันก็ถูกวางยาพิษ และกลายเป็นคนน่าตาอัปลักษณ์และอ้วนไปแล้ว หลังจากพิษถูกกำจัดออกไปฉันถึงได้กลับมาเป็นปกติเนี่ยแหละ ”
“แล้วเธอตั้งใจจะทำยังไงต่อ? ธุรกิจเหล่านั้นของพวกเรากำลังรอการกลับมาของเธออยู่นะ”
“เธอรู้ไหมว่ามีตั้งกี่คนที่มาขอความช่วยเหลือจากหมอมหัศจรรย์ Night อย่างเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา? อีกอย่างราคามีแต่สูง ๆ ทั้งนั้นเลย ไหนจะเงาเทพบนดาร์กเว็บที่ไม่ได้ปรากฏตัวมาเป็นเวลานานมากแล้ว พวกเราทุกคนกำลังรอเธออยู่นะ!”
หลู่หว่านส่ายแก้วไวน์ไปมา เธอเองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอในช่วงไม่หลายที่ผ่านมา ราวกับว่าเธอโดนทำคุณไสยใส่อย่างไรอย่างนั้น เธอยอมทิ้งหน้าที่การงานดี ๆ ไป เพื่อไปอยู่ในห้องว่าง ๆ มาเป็นเวลาสามปี
“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันกลับมาแล้ว”
“เธอสืบได้รึแล้วเหรอว่าใครวางยาพิษเธอตอนนั้น?”
“อื้ม หลู่หนิงเป็นคนทำ” เธอคือน้องสาวต่างแม่ของหลู่หว่าน
“แล้วเธอจะทำยังไง จะปล่อยหลู่หนิงไปแบบนี้น่ะเหรอ?”
“ไม่มีทาง ฉันจะทำให้เธอได้ลิ้มรสชาติของมันดูบ้าง” ดวงตาของหลู่หว่านไม่ขยับเลยสักนิดเดียว
ขณะที่กู่เซียงซีกับหลู่หว่านกำลังดื่มไวน์กันอยู่ พวกเธอก็พูดคุยเกี่ยวกับงานที่กำลังจะมาถึง ด้วยความที่พวกเธอต่างก็สะสวยมากด้วยกันทั้งคู่ รูปร่างก็ดูเร่าร้อน จึงทำให้มีคนคอยจับตาดูพวกเธออยู่จากที่ไม่ไกลนัก
ทันใดนั้นผู้ชายห้าถึงหกคนก็เดินเข้ามาและพูดว่า “คนสวย อยากดื่มด้วยกันไหม?”
“ไสหัวไป!” เสียงของหลู่หว่านไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
“นิสัยดื้อ ๆ แบบนี้ ผมล่ะชอบที่สุด มีแฟนรึยังเหรอ คืนนี้ไปกับพี่ดีกว่าไหจ๊ะ”
ความอดทนของหลู่หว่านหมดลงแล้ว “ฉันจะไม่พูดเป็นรอบที่สาม ไสหัวไป”
“แล้วถ้าผมไม่ไปล่ะ จะทำไมเหรอ? พวกคุณแต่งตัวแบบนี้มาดื่มเหล้ากันที่นี่ ก็เพื่อต้องการจะจับผู้ชายไม่ใช่รึไง? ดูจากท่าทางของพวกคุณแล้ว น่าจะเคยหลายครั้งแล้วล่ะสิ ที่ผมมาหาพวกคุณก็ถือว่าให้เกียรติพวก......... โอ๊ย!”
ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดจบ เขาก็ถูกหลู่หว่านเตะออกไปซะแล้ว
“เธอ…… เธอกล้าทำร้ายฉันเหรอฮะ? เฮ้ยพวกแก มานี่!” ชายคนนั้นเริ่มเรียกคนอื่น
พนักงานเสิร์ฟตรงนั้นพอได้ยินเสียงก็เตรียมเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทันที แต่ก่อนที่เขาจะพาคนมาถึง ผู้ชายพวกนั้นก็ลงไปนอนอยู่บนพื้นกันซะแล้ว
สีหน้าของคนอื่น ๆ ดูตื่นตกใจกันมาก ผู้หญิงคนนี้เท่ระเบิดไปเลย!
หลู่หว่านปัดมือไปมา แล้วก็มองดูท่าทีหวาดกลัวของคนพวกนี้พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “ไปหาห้องส่วนตัวที่ชั้นสองคุยกันเถอะ จะได้ไม่ให้มีใครมารบกวน”
บนชั้นสอง มีคนสองคนกำลังยืนอยู่ข้างราวบันไดและมองเห็นทิวทัศน์ทั้งหมดของชั้นล่างจากมุมกว้าง
เฟิงหยานถึงกับพูดขึ้นมาด้วยความทึ่งว่า “ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ฉันยังมองไม่ทันเลย เธอก็ล้มทุกคนได้ซะแล้ว”
ข้าง ๆ เขา ฮั่วหมิงเซียวก็กำลังมองอย่างเฉยชาอยู่ด้วยเช่นกัน “อืม”
“เธอสวยมาก ถ้าเทียบกับภรรยาของนายแล้ว ไม่รู้ว่าเธอสวยมากแค่ไหน” เขาจำได้ว่าภรรยาของฮั่วหมิงเซียวคือคนอ้วนคนหนึ่ง แถมใบหน้ายังมีผื่นแดงที่พุพองเต็มไปหมด
ฮั่วหมิงเซียวเตือนเขาว่า “อดีตภรรยา”
“จริงสิ วันนี้นายกลับมาเพื่อหย่านี่” หลังจากที่เฟิงหยานชนแก้วกับฮั่วหมิงเซียว เขาก็พูดต่อว่า “แต่การที่นั่งร่วมกับกู่เซียงซี จะต้องไม่ใช่คนดีอะไรอย่างแน่นอน”
กู่เซียงซีคือศัตรูตัวฉกาจของเขาเลย เนื่องจากเหตุผลทางธุรกิจ ช่วงสองปีที่ผ่านมาเธอกับเขาจึงต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตายไปข้างหนึ่ง
……
หลู่หว่านกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ ประกอบกับกู่เซียงซีบอกว่าเพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาเป็นโสดของเธอ หากไม่เมาไม่กลับ ดังนั้นคืนนี้เธอจึงดื่มไปค่อนข้างเยอะ สมองจึงเริ่มเบลอ ราวกับว่าพร้อมที่จะเมาได้ทุกเมื่อ
ด้วยความที่กู่เซียงซีเข้าห้องน้ำอยู่ เธอจึงต้องออกไปเข้าห้องน้ำรวมด้านนอก
ตอนที่หลู่หว่านออกมาจากห้องน้ำ เธอก็เห็นชายคนนั้นยืนอยู่
เธอไม่รู้ว่าเธอมีอาการประสาทหลอนหลังจากดื่มมากเกินไปรึเปล่า ใบหน้าของบุคคลนั้น ถ้าไม่ใช่ฮั่วหมิงเซียว แล้วจะเป็นใครไปได้อีก!
เธอไม่ได้เจอผู้ชายคนนี้มาสามปีแล้ว แต่เธอไม่เคยลืมใบหน้านี้เลย
หลู่หว่านเดินเข้าไปอย่างโซซัดโซเซ แล้วก็คว้าข้อมือของฮั่วหมิงเซียวไป เดิมทีฮั่วหมิงเซียวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ แต่เมื่อเขาเห็นหลู่หว่าน คิ้วของเขาก็ขมวดเล็กน้อย นี่มันผู้หญิงที่ชั้นล่างคนเมื่อกี้นี้ไม่ใช่เหรอ?
ที่แท้เธอก็ไม่ได้ไม่มาจับผู้ชาย แต่แค่ไม่ชอบพวกผู้ชายเมื่อกี้เท่านั้นเอง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ แววตาของฮั่วหมิงเซียวก็แสดงความรังเกียจขึ้นมาทันที
“คุณ ให้เกียรติตัวเองหน่อยเถอะ” ด้วยความที่คิดว่าหลู่หว่านจะเข้ามากอด น้ำเสียงของฮั่วหมิงเซียวจึงฟังดูเย็นชา
ทว่าหลู่หว่านกลับยกมือขึ้นตบหน้าฮั่วหมิงเซียวไปครั้งหนึ่ง ทำเอาฮั่วหมิงเซียวถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
“ไอ้ผู้ชายสารเลว!”
หลังจากที่หลู่หว่านตบเสร็จ ด้วยความที่เธอเมา สมองจึงชาไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แล้วเธอก็หมดสติไปเลย
ฮั่วหมิงเซียวรีบรับตัวเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว “เฮ้? ตื่นสิ ตื่น!”
ทว่าหลู่หว่านกลับพึมพำออกมาว่า “คนชั่ว คนชั่ว...…”
ฮั่วหมิงเซียว “……”
ในห้องส่วนตัว เมื่อเฟิงหยานเห็นฮั่วหมิงเซียวอุ้มผู้หญิงคนหนึ่งกลับเข้ามา เขาก็แทบจะพ่นไวน์ในปากออกมาทันที
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? นี่มันผู้หญิงคนที่อยู่ข้างล่างไม่ใช่เหรอ? นายทำอะไรเธอเนี่ย?” เฟิงหยานมองแค่แวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือผู้หญิงที่เพิ่งทุบตีผู้ชายที่ไปหาเรื่องเธอชั้นล่าง หน้าตาของเธอสวยจนน่าทึ่งขนาดนี้ เขาจำไม่ผิดแน่
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอมาจากไหน” ฮั่วหมิงเซียวขมวดคิ้วพลางวางหลู่หว่านไว้ตรงนั้น
วันรุ่งขึ้นเมื่อหลู่หว่านตื่นขึ้นมา เธอก็นวดขมับที่ปวดไปหมดไปมา
ในห้องส่วนตัวว่างเปล่า เหลือเพียงชุดสูทสีเข้มตัวหนึ่งที่คลุมตัวของเธอเอาไว้
ทำไมเธอถึงจำได้ว่า เมื่อคืนเธอเห็นฮั่วหมิงเซียว แล้วก็ยังตบเขาไปครั้งหนึ่งด้วย?
น่าจะตาฝาดไปเองล่ะมั้ง ฮั่วหมิงเซียวอยู่ต่างประเทศหนิ
คนเมื่อคืนนี้เป็นคนดีจริง ๆ ขนาดเธอตบผิดเขายังไม่เอาเรื่องเธอเลย
ขณะที่หลู่หว่านกำลังปวดหัวแตก โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เธอเหลือบมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เห็นว่าเป็นเซี่ยจือซู่ที่โทรเข้ามา เซี่ยจือซู่คือรุ่นพี่ของเธอ เขาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในทริกเวล
“ฮัลโหล รุ่นพี่?”
เสียงของเซี่ยจือซู่ดังขึ้นมาจากปลายสาย “รุ่นน้อง ฉันได้ยินเซียงซีบอกว่าเธอกลับมาแล้วเหรอ?”
“ค่ะ” หลู่หว่านไม่คิดเลยว่าข่าวจะแพร่กระจายไปเร็วขนาดนี้
“งั้นตอนนี้เธอว่างไหม พอดีที่ฉันมีคนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่อาการสาหัสอยู่คนหนึ่ง เป็นผู้หญิงอายุเพียงสิบเก้าปี พวกเราหมดหนทางกันแล้ว ฉันก็เลยมาถามเธอเนี่ยแหละว่าเธอมาได้รึเปล่า”
“ได้ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
หลู่หว่านรีบไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำ
หลู่หว่านได้อ่านอาการของคนไข้ระหว่างทางมาแล้ว แต่บังเอิญว่าการจราจรบนท้องถนนค่อยข้างที่จะติดขัด อาการของคนไข้ก็อยู่ในจุดที่วิกฤติที่สุดแล้ว เกรงว่าคนไข้รายนี้อาจจะไม่มีโอกาสแล้วจริง ๆ
เป็นเพราะหลู่หว่านยังไม่มาถึง ทางเซ่จือซู่จึงไม่สามารถทำอะไรได้ อาการของคนไข้บาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ ต่อให้รุ่นน้องมาถึง เกรงว่าก็คงจะรักษาไม่ได้แล้ว
“ไปแจ้งผลให้ทางครอบครัวทราบเถอะ” เซ่จือซู่พาหมอออกไป
“หัวหน้าเซ่ คุณรู้ไหมว่าคนที่อยู่ข้างนอกเป็นใคร พวกเขาคือตระกูลเจียงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง พวกเขามีลูกสาวเพียงคนเดียว ถ้าเราประกาศออกไปถึงการเสียชีวิตของเธอ ตระกูลเจียงอาจจะทำลายโรงพยาบาลของเราเลยก็ได้นะ!”
“นี่คือความจริง ยังไงก็ต้องให้สมาชิกในครอบครัวได้รู้” แน่นอนว่าเซี่ยจือซู่ต้องรู้จักตระกูลเจียงอยู่แล้ว ตระกูลนี้คือคนที่พวกเขาไม่ควรทำให้ขุ่นเคืองใจ
เหล่าแพทย์ต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย แล้วก็ออกไปประกาศสถานการณ์ให้กับครอบครัวของผู้ป่วยได้ทราบร่วมกัน
“เสียใจด้วยครับ พวกเราทำกันอย่างสุดความสามารถแล้ว”
“ไม่ ไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ หมอจะต้องช่วยลูกสาวฉันเอาไว้ให้ได้! คุณนายเจียงไม่สามารถยอมรับเรื่องที่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้เลย “พวกคุณต้องมีวิธีสิ ยังไงก็ต้องมีวิธี พวกเรามีเงินนะ ขอแค่รักษาให้หายจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ได้ทั้งนั้น”
แพทย์อีกคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “เวลาที่นำตัวมาส่งค่อนข้างที่จะล่าช้า บวกกับหัวใจของลูกสาวคุณเกือบจะทะลุแล้ว ศีรษะของเธอก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาทั้งสองข้างของเธอก็ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน ต่อให้พระเจ้าลงมาโปรดก็ไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตเธอไว้ได้ อีกอย่างต่อให้จะช่วยเอาไว้ได้ก็คงต้องนั่งวีลแชร์ไปตลอดทั้งชีวิตอยู่ดีครับ”
หลังจากที่หมอพูดจบ คุณนายเจียงก็ล้มลงไปข้างหลังทันที โชคดีที่สามีของเธอรับเอาไว้ได้
“ไม่จริง ลูกสาวของฉันจะต้องไม่เป็นอะไร……” คุณนายเจียงไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ
เวลานี้ เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา “ฉันมาแล้ว!”
พอเซี่ยจือซู่ได้ยินเสียงนี้ก็พูดขึ้นทันทีว่า “รุ่นน้อง!”
หลู่หว่านสาวเท้าเดินเข้าไปพร้อมกับหอบหายใจเล็กน้อย “ฉันมาแล้ว เข้าไปเตรียมตัวเลย!”
เซี่ยจือซู่พูดอย่างเป็นกังวลว่า “รุ่นน้อง หัวใจของคนไข้แทบจะหยุดเต้นแล้ว เธอ......”
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ?”
ทว่าเธอเพิ่งจะออกมาจากบาร์ ยังไม่มีแม้แต่เวลาจะอาบน้ำ ถึงแม้ว่าเธอจะสวมหน้ากากอนามัยเอาไว้ทำให้มองไม่เห็นใบหน้า แต่กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ตัวนั้นไม่สามารถปกปิดได้
พ่อเจียงจึงไม่เห็นด้วย “คุณเป็นหมออะไร ยังเด็กอยู่เลย เรียบจบแล้วรึไง? คุณดื่มเหล้ามาใช่ไหม คุณจะทำได้จริง ๆ เหรอ”
“ฉันดื่มมาค่ะ แต่มันไม่ส่งผลกระทบต่อการผ่าตัดของฉันแน่นอน ถ้าจะให้ดีพวกคุณหลีกทางไปก่อนเถอะค่ะ ไม่เช่นนั้นการรักษาลูกสาวของคุณจะล่าช้า แม้แต่พระเจ้าก็คงไม่สามารถช่วยเธอได้แล้วจริง ๆ”
หลู่หว่านเข้าไปในห้องผ่าตัด สถานการณ์วิกฤติมากจนหลู่หว่านทำได้เพียงพยายามอย่างสุดความสามารถเท่านั้น
เธอไม่ได้สัมผัสมีดผ่าตัดมาสามปีแล้ว แต่เธอก็ยังดูคุ้นเคยกับมันมาก คนอื่น ๆ มองดูการผ่าตัดของเธอด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“เยี่ยมมาก เทคนิคการใช้มีดสุดยอดไปเลย”
“เดี๋ยวนะ หัวใจดวงนี้กลับมาเต้นใหม่แล้วเหรอเนี่ย? นี่ฉันได้เห็นปาฏิหาริย์ทางการแพทย์แล้วใช่ไหม?”
คนอื่น ๆ ต่างกลั้นหายใจไว้ แต่เซี่ยจือซู่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกโล่งใจมาก สมกับที่เป็นรุ่นน้องจริง ๆ เธอคู่ควรที่จะอยู่บนเตียงผ่าตัดมาก
แต่เมื่อสามปีที่แล้ว จู่ ๆ รุ่นน้องก็มาบอกอย่างกะทันหันว่าเธอกำลังจะแต่งงานและจะไม่ทำการผ่าตัดอีก ทำเอาเขารู้สึกเสียดายแทบแย่