ภาพปกนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

8.7 / 10.0
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดแม้ต้องแลกด้วยศีลธรรมหรือกฎหมายจึงก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมืด งานส่งยาอันตรายและการคร่าชีวิตผู้คนไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ หากมันจะทำให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ ทว่าโชคชะตากลับเหวี่ยงให้เธอมาพบกับ 'ปืน' ชายหนุ่มปากร้ายผู้มีนิยามประจำตัวคือความเจ้าเล่ห์และหัวงู เขาปรากฏตัวพร้อมข้อเสนอที่หวังจะครอบครองเธอไว้เพียงผู้เดียว ประหนึ่งสารเสพติดที่ทำให้ใครต่อใครต้องคลั่งไคล้ แต่สำหรับเธอแล้ว คำขู่นั้นไม่ได้สร้างความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเธอยังพร้อมจะโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน การปะทะคารมและชั้นเชิงท่ามกลางอันตรายจึงเริ่มต้นขึ้นในเกมรักที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจและคำด่าทอที่แฝงไปด้วยความรู้สึกท้าทาย

ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด ตอนที่ 1

ตึก...ตึก...ตึก

เสียงฝีเท้าของฉันดังกระทบกึกก้องไปทั่วทางเดินในตรอกซอยแคบข้างผับชื่อดังแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองของประเทศไทย

รองเท้าผ้าใบสีซีดเหยียบย่ำไปบนพื้นสกปรก แถมยังมีน้ำเสียเจิ่งนองเป็นวงกว้างทั่วบริเวณ กลิ่นของมันโชยเข้ามาในจมูกจนฉันต้องเบ้หน้าอย่างขยะแขยง และฉันต้องพยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะเดินไม่ให้น้ำเน่าๆ พวกนั้นมันกระเด็นใส่ขา

ถ้าเลือกได้ฉันก็จะไม่เข้ามาในตรอกซอยบ้าๆ นี่เด็ดขาด แต่เพราะว่ามันเลือกไม่ได้ไง…

“พี่ต้น!”

ริมฝีปากบางสีชมพูธรรมชาติโพล่งเรียกชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง ที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงกองเก้าอี้และโต๊ะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งผู้ชายคนนี้เขาก็คือพี่ชายแท้ๆ ของฉันเอง

ฉันชื่อเตนล์ มีพี่ชายชื่อต้น พี่ต้นอายุยี่สิบห้าปี ส่วนฉันนั้นอายุเพียงแค่สิบเก้า โดยปกติแล้วในวันธรรมดาแบบนี้ถ้าเป็นคนในวัยเดียวกันก็น่าจะไปโรงเรียนกันหมดแล้ว แต่ฉันกลับไม่ได้ไป หรือจะพูดให้ถูกก็คือไม่มีปัญญาที่จะส่งตัวเองเรียนให้จบ

ตั้งแต่พ่อกับแม่ของฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในช่วงที่ฉันอายุสิบสามปี ฉันกับพี่ต้นก็เลิกเรียนมาตั้งแต่นั้น

ญาติน่ะมี แต่เขาไม่ให้พึ่ง เราจึงต้องดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยตัวเองเพราะใครๆ ก็ผลักไสเรา

“เอายานี่ไปส่งให้กูหน่อย”

กล่องนมธรรมดาๆ ถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน แต่ข้างในนั้นมันกลับสอดไส้ยานรกเอาไว้

‘เด็กส่งยา’ นี่แหละคืออาชีพของเราสองพี่น้อง

แม้ว่ามันจะไม่ใช่อาชีพสุจริต แต่เราสองคนก็ไม่เกี่ยง เหตุผลเพราะว่ามันทำเงินให้เราได้ดีกว่าการทำงานอย่างอื่นเป็นไหนๆ แม้ว่ามันจะเสี่ยงสักหน่อยก็ตาม

ฉันกับพี่ต้นเริ่มทำอาชีพนี้ตั้งแต่ที่ถูกญาติๆ ของพ่อและแม่ผลักไสแล้วล่ะ ถ้าไม่ทำก็ไม่มีอะไรกิน แล้วถามหน่อยเถอะว่าเด็กอายุยังไม่ถึงยี่สิบนี่จะหางานดีๆ เงินเยอะๆ ได้ยังไง การที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นหมาจนตรอกมันทำให้เราสองคนเลือกจะทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อความอยู่รอด

สมบัติของพ่อกับแม่ก็ไม่มี เหลือเพียงแค่บ้านไม้เก่าๆ ไว้ให้ซุกหัวนอนก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว

คติของฉันคือ ‘ไม่เลือกงาน ไม่เลือกจน’ แต่แนะนำว่าอย่าทำแบบฉันเลยดีกว่า ถ้ายังอยากมีชีวิตที่สดใสอยู่น่ะนะ เพราะชีวิตของฉันตอนนี้มันมืดมนจนยากที่จะหาทางออกได้แล้ว

ส่วนคุณสมบัติหลักที่จะมาเป็นเด็กส่งยาได้คือ สกิลเท้าต้องดี พ่อมาเมื่อไหร่ต้องเหยียบให้มิด ไม่งั้นก็จบ…

“จะให้เอาไปส่งที่ไหนล่ะ”

โดยปกติแล้วฉันไม่ได้ไปรับงานจากเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่เองหรอก มีแต่พี่ต้นนี่แหละที่คอยไปเอายามาให้ แล้วให้ฉันเอาไปส่งกับผู้ค้ารายย่อยอีกที หรือบางทีก็ส่งให้กับคนเสพทั่วๆ ไป

แต่ทว่าสิ่งที่อยู่ในมือของฉันตอนนี้เหมือนจะเป็นของผู้ค้ารายย่อยมากกว่า เพราะน้ำหนักของมันที่สัมผัสได้ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว

“ที่ผับพีเอ็นคลับ”

ชื่อผับที่พี่ต้นบอกมาทำให้ฉันพอรู้อยู่บ้างว่ามันอยู่ที่ไหน เมื่อรู้ที่หมายแล้วฉันก็เก็บกล่องนมนั้นยัดใส่กระเป๋าเป้ของตัวเอง ที่สะพายห้อยพาดไหล่เอาไว้แค่สายเดียวอย่างหมิ่นเหม่

“วันนี้มีแค่นี้เหรอพี่” ฉันเงยหน้าขึ้นถามพี่ชายของตัวเองเพื่อความแน่ใจ เพราะถ้าไม่มีอะไรต้องส่งอีกฉันก็จะได้กลับบ้านไปนอนพัก ซึ่งพี่ต้นก็พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนพูดเสริมออกมา

“ระวังตัวด้วยล่ะ รายย่อยคนนี้มันจู้จี้จุกจิก อย่าให้ของหายและอย่าถูกจับเป็นอันขาด”

“อืม”

ประโยคกำชับที่เปล่งออกมาทำให้ฉันตอบรับในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกมาจากตรอกซอยแคบๆ นั้น

พรึบ!...ผลัก!

“เฮ้ย!!” ทว่าเดินออกมาได้เพียงไม่นานกระเป๋าเป้ที่ฉันสะพายเอาไว้ กลับถูกผู้ชายคนหนึ่งกระชากออกไปอย่างง่ายดาย มันผลักตัวฉันจนเซถลาไปด้านข้างเล็กน้อย แต่เมื่อตั้งสติได้เท้าเล็กทั้งสองข้างก็รีบวิ่งตามหลังมันไปทันที

ตึก...ตึก...ตึก…

“หยุดนะ!!” ฉันพยายามตะโกนไล่หลังมันสุดเสียง แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าจะเอ่ยปากขอให้คนแถวนั้นช่วยก็เกรงว่าคนที่จะถูกจับจะกลายเป็นฉันซะเอง

มันน่ะแค่โดนข้อหาวิ่งราว แต่ฉันนี่สิโดนเต็มๆ

และด้วยความที่มันเป็นผู้ชาย เรียวขานั้นจึงยาวกว่าฉันหลายเท่า แถม สกิลเท้ามันยังเหนือกว่าฉันเป็นไหนๆ ดูท่าแล้วน่าจะเป็นมืออาชีพพอสมควร ตำรวจที่เคยวิ่งไล่จับฉันยังไม่สกิลเท้าดีขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

แม่ง...ขโมยอะไรไม่ขโมย เสือกมาขโมยยาบ้า บักปอบ!

“เชี่ยเอ๊ย!” ฉันถึงกับต้องสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อไม่สามารถที่จะวิ่งตามมันได้ทัน

เท้าของฉันจำต้องหยุดชะงัก สองมือท้าวที่เข่าของตัวเองด้วยท่าทีที่เหนื่อยหอบ เหงื่อกายมากมายแตกพลั่กลงมาจนชุ่มตามกรอบหน้าเนียน

ฉันยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อของตัวเองออกลวกๆ และพอจะล่วงรู้ได้เลยว่าถ้ากลับไปต้องเจอกับอะไร

จากที่เวลานี้กำลังปาดเหงื่อ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าฉันอาจจะต้องยกหลังมือขึ้นมาเพื่อปาดเช็ดเลือดของตัวเอง

ชะตาของฉันมันกำลังจะขาด…

อ่านต่อ

สารบัญของ ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ มนุษย์ทุกคนคงมีสิ่งที่อยากเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจเรียกคืนเวลาที่ล่วงเลยไปได้ เช่นเดียวกับชีวิตของเมษาที่พังทลายลงทันทีเมื่อความจริงถูกเปิดเผย เธอต้องตกนรกทั้งเป็นจากความผิดพลาดที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิงของผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อของ ‘ผู้ชายสารเลว’ คนหนึ่งที่ทิ้งรอยแผลลึกเอาไว้ในรูปแบบของการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หากเพียงวันนั้นเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ให้มากกว่านี้ จุดจบของชีวิตคงไม่ต้องมาลงเอยด้วยความสูญเสียและคำประณามที่แสนเจ็บปวด เมษาได้แต่ตั้งคำถามกับโชคชะตาที่ไร้ทางออก ในวันที่สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับมาเพื่อมอบโอกาสที่สองให้เธออีกครั้ง
ภาพปกนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
สัมผัสเรื่องราวความรักสุดอันตรายของสามพี่น้องตระกูลชอว์นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจ เคน พี่ใหญ่ผู้เย็นชาในโลกมืดต้องรับมือกับหลิวหลิว หัวขโมยสาวที่ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็นแม้ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ขณะที่คิ้วท์ พี่รองเจ้าเสน่ห์ผู้ซ่อนรสนิยมลับไว้ภายใต้ธุรกิจโรงแรมหรู พยายามจะพิชิตใจเมษา สาวสวยผู้หยิ่งทะนงที่ไม่ยอมสยบให้ชายใดง่ายๆ ปิดท้ายด้วยเค น้องเล็กดีกรีผู้กำกับชื่อดังที่ใช้ความรักเป็นดั่งพันธนาการจองจำมดแดงไว้กับเขาเพียงคนเดียว ท่ามกลางความสัมพันธ์แบบสต็อกโฮล์มซินโดรมที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของพวกเธอ เมื่อความใกล้ชิดกับซาตานร้ายทำให้ค้นพบความปรารถนาที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้วงจรแห่งความแค้นและการครอบครองอันเบ็ดเสร็จ
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน คือทายาทตระกูลดังและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อมที่มาพร้อมรูปลักษณ์อันงดงาม แต่ภายใต้ชื่อที่แปลว่าไฟ เขากลับมีนิสัยเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในขณะที่ เอซ แดกซ์ตัน แอนเดอร์สัน คือหัวหน้าแก๊งมาเฟียใจร้อนผู้ไม่เคยเกรงกลัวอันตรายและขึ้นชื่อเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างก็อยู่ในโลกของตนเอง จนกระทั่งวันที่เบลซเป็นฝ่ายเริ่มท้าทายเอซด้วยสายตาและคำพูดที่สื่อถึงความปรารถนาอย่างตรงไปตรงมา ท่ามกลางความตึงเครียดและความหงุดหงิดในใจของหัวหน้าแก๊งผู้เย่อหยิ่ง ข้อเสนอที่ไม่คาดคิดจากเจ้าชายน้ำแข็งก็ถูกหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับความสุขเพียงคืนเดียว คืนที่จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นสัมผัสที่ยากจะลืมเลือน
ภาพปกนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเดช ชายหนุ่มที่โชคชะตาพัดพาให้เขาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหล่าหญิงสาวผู้ครองตำแหน่งดาวเด่นจากหลากหลายคณะ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝันนำไปสู่ความผูกพันที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนใจ ท่ามกลางบรรยากาศของวัยหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความรักและการค้นหาตัวตน เดชต้องเผชิญกับบททดสอบทางอารมณ์เมื่อเขาตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสาวงามระดับดาวมหาลัยที่มีบุคลิกแตกต่างกันไป เรื่องราวความรักฉบับผู้ใหญ่ที่เข้มข้นและน่าติดตามนี้จะเผยให้เห็นถึงแง่มุมของความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่อภาระหนี้สินบีบคั้นให้อลินชาต้องก้าวเข้าสู่พันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เธอจึงต้องยอมจำนนในฐานะนางบำเรอขัดดอกให้แก่พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ เจ้าหนี้หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องจะครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ ในค่ำคืนที่บรรยากาศเป็นใจ พ่อเลี้ยงหนุ่มแสดงออกถึงความต้องการอย่างเปิดเผยพร้อมเอ่ยปากหยอกเย้าหญิงสาวที่เอาแต่จ้องมองเขาด้วยความประหม่า ความพึงพอใจที่กำลังจะได้ครอบครองร่างบางทำให้อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านเกินกว่าจะควบคุม ท่ามกลางความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อลินชาทำได้เพียงเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไร้ทางสู้ในเกมสวาทครั้งนี้

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED