ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"นายครับ"
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
"นายครับนาย"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ ในตอนที่เหนือเมฆกำลังสอดใส่ตัวต้นเข้าไปในกายของไข่มุก ดารานางแบบชื่อดัง
"จิ๊!!! มีเหี้ยอะไร!!!" เหนือเมฆแสดงอาการหงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อลูกน้องที่อยู่ข้างนอกยังคงเคาะประตูระรัวราวกับเกิดเรื่องราวร้ายๆ ขึ้น
"เมฆขา มุกยังค้างอยู่เลย ใช้นิ้วก่อนก็ได้นะคะ" ไข่มุกร้องขออย่างลืมอายเธอไม่ใช่แฟนของเหนือเมฆแต่เธอเป็นแค่คู่ขาที่รู้ใจเขามากที่สุด
"ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย" น้ำเสียงราบเรียบของเหนือเมฆทำให้ไข่มุกไม่สบอารมย์มากนัก จำต้องยอมลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
"เข้ามา" เหนือเมฆหยัดกายลุกขึ้นสวมกางเกงยีนส์ตัวสวย ในขณะที่ไข่มุกเลี่ยงเข้าไปใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำ เสียงฝีเท้าของลูกน้องเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนหยุดนิ่ง
"มีไรก็ว่ามา มึงคงรู้นะถ้าไม่สำคัญพอกูจะจัดการกับมึงยังไง" น้ำเสียงคาดโทษถูกปล่อยออกมา ภูผาลูกน้องคนสนิทของเหนือเมฆมองเจ้านายหนุ่มอย่างวิตกกังวน
"มาร์ตินมันระเบิดโกดังของเราครับนาย" ฉิบหายละ!!! ไอ้มาร์ติน ชื่อนี้ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง แต่หารู้ไม่ว่าเบื้องหลังเขาคือมาเฟียผู้โหดเหี้ยมไม่ต่างจากน้องชายฝาแฝดมาร์แชล ที่เลือดเย็นไร้ความปรานี
"พวกมึงปล่อยให้มันระเบิดโกดังเราได้ไงวะ" เหนือเมฆรีบตรงดิ่งไปที่โกดังทันทีโดยมีไข่มุกตามไปด้วย
@โกดัง
"กว่าจะมาได้นะมึง กูคิดว่าต้องเผาที่อื่นไปด้วยมึงถึงจะยอมมา" มาร์ตินเอ่ยทักทายเหนือเมฆทั้งสองคนเป็นทั้งศัตรู และคู่ค้าทางธุรกิจ
"มึงมาทำไม" เหนือเมฆเอ่ยถามออกไปแม้จะรู้แก่ใจอยู่แล้ว ว่ามาร์ตินมาทำไม
"คำถามมึงดูโง่ดีนิ" ลูกน้องของเหนือเมฆต่างปรี่กันเข้าหามาร์ติน ปลายกระบอกปืนนับสิบที่จ่อมาที่ศรีษะของเขาด้วยท่าทางขึงขัง แต่มันไม่ได้สร้างความหวานกลัวให้มาร์ตินเลยแม้แต่น้อย
"ก็ลูกค้าเขาเลือกของกู กูจะไปขัดลูกค้าได้ยังไง" เหนือเมฆอธิบายให้มาร์ตินฟัง แต่นั่นไม่ใช่ความจริง และเขารู้ดีอยู่แล้ว ว่ามาร์ตินรู้แล้ว
"โอ้ยยยยยยย!!!"
เสียงหนึ่งในลูกน้องของเหนือเมฆดังขึ้น ทำให้ทุกคนต้องรีบหันกลับมาดูว่าเกิดอะไร แขนข้างซ้ายของเขามีรอยเปียกแฉะสีแดงซึมออกมา
"มึง!!"
เหนือเมฆมองหน้ามาร์ตินด้วยความโกรธเกรี้ยว มาแค่คนเดียวก็จะรับมือไม่ไหวแล้ว นี่มันพาแฝดมันมาด้วย ใครต่างก็รู้ไอ้แฝดนรกคู่นี้มันโหดร้ายขนาดไหน
"ไม่ตายหรอกน่า" มาร์แชลเดินเข้ามายืนข้างมาร์ติน ในมือถือปืนควงเล่นอย่างชำนาญโดยที่ไม่ได้เกรงกลัวปืนนับสิบที่เล็งมายังเขาทั้งคู่เลยสักนิด
"มึงก็รู้ว่ากูไวกว่าปืนพวกมึงขนาดไหน แต่มึงยังกล้าส่องกบาลพี่กูอยู่ หรือกูต้องทำให้มึงดูว่ากูไวกว่าพวกมึง"
เหนือเมฆยังไม่ทันได้พูดอะไร หนึ่งในลูกน้องของเขาก็ล้มลงด้วยปืนเก็บเสียงของมาร์แชล ที่ยิงเข้าตรงบริเวณหน้าขา
"กูประกอบเองเลยนะ มึงจะลองดูไหม" มาร์แชลส่องปลายกระบอกปืนไปทางเหนือเมฆเป็นการข่มขู่ก่อนที่เหนือเมฆจะยกมือขึ้นทำสัญญาณให้ลูกน้องลดปืนลง
"พอใจมึงยัง" เหนือเมฆเอ่ยถามขณะที่ตัวเองยืนนิ่งๆ ไม่ใช่แค่เขาที่ยื่นนิ่งๆ แต่ลูกน้องของเขารวมถึงไข่มุกก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง
"มึงตัดราคากู ทั้งๆ ที่เคยคุยกันไว้แล้ว ว่าของลอตนี้ต้องเป็นของของกู" มาร์ตินเอ่ยขึ้นเดินตรงไปยังหน้าของเหนือเมฆ แววตาของเขาฉายแววดุดันดวงตาสีเทาหม่นของเขาดูหน้ากลัวไม่ต่างจากแววตาสีน้ำตาลหม่นของมาร์แชลเลยสักนิด
"กะ ... กูขอโทษ" มือหนาของมาร์ตินบีบรอบลำคอหนาของเหนือเมฆเอาไว้ ให้ตายเถอะเขาอยากจะฆ่ามันจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะแด๊ดมอร์แกนสั่งไว้ว่าต้องเก็บคู่ค้าเอาไว้ เขาจะไม่มีวันยอมยืนให้มันทำกับเขาแบบนี้หรอก
"แค่ก! แค่ก! แค่ก!"
เมื่อปล่อยมือออกจากรอบลำคอหนาของเหนือเมฆ มาร์ตินเดินกลับมายืนข้างมาร์แชลอีกครั้ง ยื่นกระดาษไปตรงหน้าของเหนือเมฆ
"กูส่งเมลมาแล้ว ส่งข้อความมาแล้ว มึงไม่ตอบกลับ ไม่รู้มัวทำเหี้ยอะไรอยู่ กูเลยต้องมาสั่งของด้วยตัวเอง" ดวงตาสีเทาหม่นมองเลยไปยังไข่มุกที่ตอนนี้ก้มหน้าก้มตาด้วยความหวาดกลัว
"เดี๋ยวกูจัดการให้" เหนือเมฆรีบรับกระดาษมาทันทีส่งให้ภูผาลูกน้องคนสนิทรับไว้ เขายังยืนจ้องมองสองแฝดกดดันด้วยความเงียบ แม้ความหน้าเกรงขามของเขาจะดูหน้ากลัว แต่สองแฝดนั่นกลับดูหน้ากลัวยิ่งกว่า
"พรุ่งนี้หกโมงเย็นของต้องถึงโกดังของกู" มาร์ตินเอยคำพูดก่อนที่จะหันหลังตั้งท่าเดินออกไป
"มึงให้เวลากูวันเดียวเนี่ยนะ" เหนือเมฆตะโกนขึ้นไล่หลัง ทำให้สองเท้าของมาร์ตินหยุดนิ่ง ส่วนมาร์แชลเดินไกลออกไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้อยู่ฟังคำสนทนาระหว่างมาร์ตินกับเหนือเมฆ
"กลับไปอ่านเมลบ้าง ไม่ใช่กระแทกแต่ร่อง" มาร์ตินปรายตามองไข่มุกอีกครั้งก่อนแสยะยิ้มร้าย เหนือเมฆคงยังไม่รู้ซินะว่าผู้หญิงที่เขานอนกกอยู่ เคยเป็นของมาร์ตินมาก่อน
"พี่เมฆ" เสียงหวานใสดังขึ้นจากทางด้านหลังของมาร์ติน ทำให้เหนือเมฆแทบกุมขมับ น้ำพั้นช์ยัยน้องสาวตัวแสบบอกไปไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าห้ามมาที่โกดัง
เสียงรองเท้าผ้าใบดังไล่มาเรื่อยๆ จนเข้าใกล้มาเฟียหนุ่มผู้หน้าเกรงขาม
"อ้าว มีแขกเหรอ"
"มาทำไมบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้มาที่นี่"
"ก็พี่เมฆบอกให้พั้นช์กลับมากินข้าวบ้านบ้างนิ พอพั้นช์กลับมาไม่เจอเลยมาหาที่นี่ แล้วนี่ใครหรอ"
น้ำพั้นช์เดินเข้าไปเกาะแขนของพี่ชายอย่างออดอ้อนทุกการกระทำของเธออยู่ในสายตาของดวงตาสีเทาหม่น เธอชี้นิ้วมาที่มาร์ตินแล้วถามพี่ชายว่าเขาเป็นใคร น่าขำ น่าขำที่เธอไม่รู้จักเขา
"มาร์ติน"
"มาร์ติน" น้ำพั้นช์หันมองหน้ามาร์ตินแววตาไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาหงุดหงิด เธอเดินตรงไปข้างหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้เขาตามธรรมเนียมไทย ถึงแม้มาร์ตินจะเป็นชาวยุโรปก็ตาม
"สวัสดีคะคุณลุง หนูชื่อน้ำพั้นช์นะคะ เป็นน้องสาวของพี่เหนือเมฆ" ละ ... ละ ... ลุงงั้นเหรอ ยัยเด็กนี้ เขาเพิ่งจะยี่สิบเจ็ดเท่านั้น แต่กลับมาเรียกเขาว่าลุงมันจะมากไปแล้วนะ
"พั้นช์!!" เหนือเมฆปรามเสียงเขียวเมื่อยัยเด็กแสบเริ่มแผงฤทธิ์ด้วยความไร้เดียงสาของเธอแม้ภายนอกน้ำพั้นช์จะดูเป็นสาวกร้านโลก แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ไม่เลยสักนิด
"เรียกทำไมพี่เมฆ พั้นช์หิวแล้ว กลับบ้านกัน" น้ำพั้นไม่ได้สนใจสายตาดุดันของมาร์ตินเลยสักนิดเธอเดินผ่านหน้าเขาไปพร้อมทั้งตะโกนไล่หลังขณะเดินห่างออกไปเรื่อยๆ
"เร็วๆ นะหิวแล้ว หิวมากๆ หิวจนจะตายอยู่แล้ว" เหนือเมฆหลุดยิ้มให้กับน้องสาวของตัวเอง ความทะเล้นของเธอทำให้เขาหายเครียด แต่รอยยิ้มนั้นต้องหายไปเมื่อหันกลับมาเจอกับใบหน้าดุดันของมาร์ติน
"เจอกันพรุ่งนี้ ไปก่อนนะครับลุง" เขายังหยอกล้อด้วยคำพูดน้องสาวกลั้นแกล้งมาร์ตินก่อนเดินเลี่ยงออกไป
"ลุงพ่องงง!!" มาร์ตินตะโกนตามไล่หลังเหนือเมฆอีกครั้งก่อนเดินออกมาจากโกดังที่เขาเพิ่งจะระเบิดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า
"พั้นช์ กลับบ้านบ้างไม่ใช่พี่ตามทีก็กลับมาที" ทันทีที่ถึงโต๊ะอาหารเหนือเมฆบ่นน้องสาวในไส้ที่แยกตัวออกไปอยู่คอนโดโดยอ้างว่าไม่ชอบที่เหนือเมฆชอบพาผู้หญิงแปลกหน้าเข้าบ้าน
"ไปเลิกกับสาวๆ ก่อนซิแล้วพั้นช์จะกลับบ้าน" เด็กสาวหย่อนสะโพกนั่งลงเก้าอี้ข้างพี่ชายโดยวันนี้มีแค่เหนือเมฆ และน้ำพั้นช์ที่นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเท่านั้น ส่วนไข่มุก เหนือเมฆให้คนเอาอาหารขึ้นไปให้บนห้องนอน
"คืนนี้นอนบ้านนะ เดี๋ยวพี่ให้คนอื่นออกไปก่อน" ถึงแม้เหนือเมฆจะดูมีอำนาจ และหน้าเกรงขาม แต่เขาก็รักน้องสาวคนนี้ที่สุด หากน้ำพั้นช์ตกลงจะกลับมาอยู่บ้าน เขาก็พร้อมทำตามข้อเสนอของเธอออย่างไม่มีข้อแม้
"ไม่เอาพั้นช์จะกลับไปนอนคอนโด วันนี้มีนัดกับเพื่อนด้วย"
"งั้นก็ตามใจเธอ ทำตัวดีๆ ล่ะ เธอรู้ใช่ไหมว่าพี่รักเธอมากแค่ไหน" เหนือเมฆตอบน้องสาวอย่างเป็นห่วง เขาไม่อยากบังคับน้ำพั้นช์มากจนเกินไป เพราะตั้งแต่พ่อแม่เสียเมื่อปีก่อนเขาต้องเป็นคนที่คอยดูแลทุกอย่างแทนพ่อ และแม่
@คลับxxx
"พั้นช์ทำไมแกมาช้าจัง" วิปครีมเพื่อนสาวที่สนิทคนเดียวของน้ำพั้นช์บ่นให้เมื่อเธอต้องมารอถึงครึ่งชั่วโมง
"อ่อยผู้อยู่ละมั้ง มาช้าขนาดนี้" ชานนท์เพื่อนชายคนสนิทของเธอกระแหนะกระแหนเข้าให้อีกคน น้ำพั้นช์เพียงแค่ไหวไหล่ไม่ยีระกับคำกระแหนะกระแหน นั่น
"แล้วยัยดาวละ เป็นคนชวนมาแท้ๆ แต่กลับมาช้ากว่าฉันงั้นเหรอ" น้ำพั้นช์ถามถึงละอองดาวที่เป็นคนชักชวนให้ออกมาปาร์ตี้เพราะเธออกหัก
"เมาอ้วกอยู่ในห้องน้ำ แกไปดูมันหน่อยก็ได้เดี๋ยวฉันสั่งเครื่องดื่มให้" วิปครีมพูดขึ้นสายตาของเธอทอดไปยังมุมมืดทางเข้าห้องน้ำหญิงเป็นการบอกน้ำพั้นช์เป็นนัยๆ ว่าให้เธอไปดูละอองดาว
"ภาระจริงๆ" ถึงเธอจะบ่นแต่ก็ยอมเดินเลี่ยงออกไปโดยวางกระเป๋าสะพายใบเล็กสีขาวไว้บนโต๊ะ ส่วนชานนท์อาสานั่งเฝ้าโต๊ะให้ พลางหยิบมือถือขึ้นมาเล่นระหว่างรอ
"โอ้โห ยัยดาว ถ้าแกจะเมาเละขนาดนี้ ครั้งหน้าชวนพวกฉันไปบ้านเถอะ จะได้ไม่เป็นภาระของเพื่อนฝูง" น้ำพั้นช์เด็กสาววัยยี่สิบสองปีเศษเดินตรงไปแบกร่างของเพื่อนสาวที่เมาเละนอนกองอยู่ที่พื้นห้องน้ำ
"โทรศัพท์แกละ ยัยดาว" เธอใช้สองมือลูบตามกระเป๋าของละอองดาวแต่ไม่พบสิ่งที่กำลังตามหา เธอแบกละอองดาวเอาไว้แล้วลากออกมาจากห้องน้ำเดินตรงไปยังโต๊ะของตัวเอง
ตุ้บ!!!
มือหนาของใครบางคนก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือที่หล่นลงพ้นทำให้หน้าจอแสดงผลรูปของเจ้าของเครื่องที่หน้าตาน่ารัก ราวกับตุ๊กตา
"หึ!! เจอกันอีกแล้วนะ ยัยเด็กไร้กาละเทศะ" มาเฟียหนุ่มจ้องมองมือถือตรงหน้า สายตามองตรงเข้าไปยังโต๊ะเป้าหมายก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเลห์ ยืนโยนโทรศัพท์มือถือที่เก็บได้เมื่อครู่เล่นอย่างสบายใจราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง
"ขอโทษนะคะ ขอโทรศัพท์ฉันคืนได้ไหม" น้ำพั้นช์เดินกลับมาหน้าห้องน้ำอีกครั้ง แต่สายตาของเธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า เธอก้าวเดินเข้าไปหาเขาแล้วเอ่ยทักเพื่อขอของของเธอคืน
"อ้าว!!! โถ่คิดว่าใคร ลุงนี้เอง ขอบคุณที่เก็บให้ฉันนะ ฉันขอมือถือฉันคืนด้วย" ทันทีที่ประสานสายตากันอีกครั้งเธอคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอเขาที่ไหน แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าเพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง ทำไมเขาถึงเปลี่ยนชุดไวนักนะ
ละ ... ลุงอีกแล้ว ยัยเด็ดนี้ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้าดียังไงมาเรียกเขาว่าลุง เขาเพิ่งจะยี่สิบเจ็ดเองนะ เห็นทีต้องสั่งสอนสักหน่อยแล้ว
ฟึ้บ!!!
"อุ๊บบ!!!"
มาเฟียหนุ่มฉกริมฝีปากหนาช่วงชิงลมหายใจของเธออย่างอุกอาจโดยที่ยังไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากเขาแม้แต่คำเดียว ใช่ว่าเขาพิศวาสเธอหรอกนะแต่แค่ต้องการสั่งสอนยัยเด็กไม่รู้จักกาละเทศะให้หลาบจำก็เท่านั้น
เด็กสาวดิ้นขลุกขลักภายในอ้อมแขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มอย่างยากจะหลุดพ้น นี่ขนาดใช้แค่ท่อนแขนเพียงข้างเดียวในการกักขังเธอนะ โรคจิต อีตานี่ต้องโรคจิตแน่ๆ
"ทะ ... ทำบ้าอะไรเนี่ยลุง!!"
ทันทีที่ริมฝีปากของเธอได้รับอิสระเธอเริ่มสาดพ่นต่อว่ามาเฟียหนุ่มที่ไร้จิตสำนึก อะไรกันเพิ่งเจอกันแค่สองครั้งในหนึ่งวัน เขาก็ขโมยจูบของเธอไปอย่างอุกอาจ
" ... "
สิ่งที่เธอได้รับมีแค่ความเงียบจากมาเฟียหนุ่มตรงหน้า และรอยยิ้มยียวนของเขามันช่างขัดใจเธอเสียเหลือเกิน บ้าจริง ระ ... โรคจิตแน่ๆ
"เอามือถือฉันคืนมานะ"
" ... "
มาเฟียหนุ่มยังคงเงียบ เขาหยิบบุหรี่ที่กางเกงยีนตัวสวยขึ้นมาจุดดูดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว และแน่นนอน ดวงตาสีเทาหม่นจ้องมองใบหน้าบูดเบี้ยวที่กำลังโมโหเขาตรงหน้าอย่างขบขัน
"เอามือถือฉันคืนมา"
"จูบฉันซิ"
"จูบฉันซิ"
" ... "
กลับกลายเป็นเธอเองที่เงียบไปเพราะคำพูดจาไม่อ้อมค้อมของมาเฟียหนุ่ม บะ ... บ้า อีตาลุงนี้พูดอะไรบ้าๆ เขาต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ เขาเป็นคนขโมยของ ของฉันไปแท้ๆ
"หึ!!" มาร์ตินเค้นหัวเราะรอดลำคอ เขาใช้ดวงตาสีเทาหม่นที่ดูมีเสน่ห์จ้องมองเด็กสาวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าเช่นกัน หน้าขันที่เขาไม่รู้สึกพิศวาสเธอเลยสักนิด
"นี่ลุง เออ ... ลุงมาร์ติน ขะ ... ขอโทรศัพท์ของพั้นช์คืนได้ไหมคะ" ให้ตายเถอะในชีวิตฉันไม่เคยต้องขอร้องใครขนาดนี้เลยนะ
" ... "
มาเฟียหนุ่มยังคงจ้องมองดวงหน้าของเด็กสาว ปากพ่นควันบุหรี่คละคลุ้งโดยไม่สนใจเลยว่าเด็กสาวตรงหน้าจะสำลักควันบุหรี่ของเขาหรือไม่
"นี่!!! อ๊ะ!!"
มาเฟียหนุ่มใช้ท่อนแขนแกร่งเพียงข้างเดียวรั้งเอวคอดของเด็กสาวเข้าหาตัว ขณะที่ปากยังคาบบุหรี่อยู่ เขาสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทิ้มของหญิงสาวไม่รู้ว่าด้วยความกลัวหรืออะไร และเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องกลั่นแกล้งเธอด้วย
"เอาโทรศัพท์ฉันคืนมา นะ" แม้ประโยคแรกจะเสียงดังด้วยอารมย์โมโห แต่คำพูดรั้งท้ายของเธอกลับแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินอะไรเลย เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะอีตาลุงนี้เลื่อนใบหน้าคมคายของตัวเองเข้ามาใกล้จนปากแทบจะชนกันอยู่แล้ว
"ถือบุหรี่ให้ฉันหน่อย"
แม้ปากจะยังคาบบุหรี่อยู่แต่เขาก็พูดให้เธอดึงมันออก และแน่นอน เด็กสาวผู้อ่อนต่อโลกคนนี้ใช้มือเล็กของเธอหยิบบุหรี่ออกจากปากของมาเฟียหนุ่ม แม้มือของเธอจะสั่นเทิ้มก็ตาม
"ยังอยากได้โทรศัพท์คืนอยู่ไหม" มาร์ตินพูดน้ำเสียงประชิดริมฝีปากเรียวบางของเธอ ห่างกันแค่ลมหายใจรอดผ่านยังรู้สึกได้ หัวใจดวงน้อยของเธอกำลังเต้นแรงกับการกระทำของบุคลที่เธอเรียกว่าลุง
"เอาหน้าออกไปห่างๆ ได้ไหม ฉันเหม็นบุหรี่" มือเล็กข้างที่ว่างยกขึ้นดันใบหน้าคมคายให้ออกห่าง แม้สายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาจะจ้องมองมาที่เขาทั้งคู่ แต่มาร์ตินกลับไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้น
"จูบฉัน"
" ... "
"แล้วฉันจะคืนของให้เธอ"
เกลียดอีตาลุงบ้านี่ที่สุด ทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ไม่อยากพบไม่อยากเจอกับเขาอีกเลยแต่เธอไม่กล้าพูดจารุนแรงอะไรกับเขาด้วยซ้ำเพราะอะไรน่ะเหรอเพราะเขาเป็นคู่ค้าของพี่ชายเธอไง ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าพี่ชายเธอทำธุรกิจอะไร แต่เธอก็พอรู้ว่าคู่ค้าสำคัญแค่ไหน
"ฉะ ... ฉันจูบไม่เป็น" เด็กสาวก้มหน้างุดถึงจะเกลียดขี้หน้า แต่มันก็เป็นเรื่องหน้าอายหากต้องจูบกับคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้า ปกติเธอไม่เคยเกลียดใครเลยนะ เพราะยังไม่เคยมีใครขโมยจูบเธอสักครั้ง
"ถ้าไม่จูบก็ยืนมันตรงนี้แหละ"
มาร์ตินจับตัวเด็กสาวพลิกเข้าหากำแพงปูนเย็นเฉียบ ยกมือสั่งพาทิศลูกน้องคนสนิทให้คอยคุ้มกัน และกำบังเพราะสิ่งที่เขาทำมันอาจจะทำให้เธอหวาดกลัวไปตลอดชีวิต
"อืออออ!!!"
ทันทีที่ถูกดันเข้าหากำแพงปูนเย็นเฉียบมือหนาของมาเฟียหนุ่มยกขึ้นปิดปากคนตัวเล็กตรงหน้าเพื่อไม่ให้เธอส่งเสียงกรีดร้องเขาใช้ท่อนขาแกร่งแยกเรียวขาเล็กของเธอให้แยกออก
"อื้อออออออ!!!"
น้ำตาหยดแรกร่วงลงตามพวงแก้มเมื่อถูกคนข้างหลังขบกัดผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งขึ้นจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บ เจ็บเหลือเกิน ร่างบางสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดและตกใจเมื่อมาร์ตินกัดเข้าเต็มแรงฝากรอยเขี้ยวไว้ที่ผิวเนื้ออ่อนของเธอ
"ฮึก ... อื้ออออ .... ฮึก ....." มือหนายังคงปิดปากเรียวบางของเธอเอาไว้ป้องกันการกรี้ดร้องของคนตรงหน้าอีกครั้งมือเรียวสั่นเทาของเธอทุบกำแพงระรัวเพื่อระบายความเจ็บปวด
"เลือดเธอหวานดีนะ ฉันชอบ" น้ำเสียงเยือกเย็นของมาร์ตินกระตุ้นหยาดน้ำตาของเธอให้รินไหลออกมาเป็นทาง เขาค่อยๆ ปล่อยมือออกจากปากของเด็กสาวเบาๆ
"ถ้าเธอกรี๊ด เธอได้เจ็บกว่านี้แน่!!" ราวกับล่วงรู้ว่าเด็กสาวกำลังคิดจะทำอะไร มาเฟียหนุ่มจับร่างบางของเธอให้หันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ดวงตาของเธอแดงก่ำ พวงแก้มของเธอมีร่อยรอยของคราบน้ำตา ผิวเนื้ออ่อนขาวผ่องมีร่องรอยขบกัดที่เขาเป็นคนสร้างมัน
"ละ ... ฮึก ... ลุงทำแบบนี้ทำไม"
เธอไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม หากไม่ชอบหน้ากันก็ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกัน ไม่ใช่มากัดเธอแบบนี้ มือเล็กยกขึ้นสัมผัสรอยแผลลูบวนเบาๆ หวังให้คลายความเจ็บปวด
"อื้ออออ!!!"
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวมาร์ตินก้มลงขบกัดผิวเนื้อบริเวณเนินอกอวบอิ่มของเด็กสาวอีกครั้ง มือหนายกขึ้นปิดริมฝีปากขณะที่อีกมือจับข้อมือของเธอไว้ โดยที่มือเรียวเล็กยังคงถือบุหรี่ที่ใกล้หมดของเขาเอาไว้แน่น
"เจ็บเหรอ"
"ลองโดนกัดเองบ้างไหมละ!!!"
เกลียด ความรู้สึกเธอชัดเจนแล้วว่าเธอเกลียดเขา คนที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่สองครั้งในหนึ่งวันแต่กลับสร้างบาดแผลให้กับร่างกายเธอจนไม่หน้าให้อภัย
"ฉันไม่ชอบให้ตัวฉันมีรอย จำไว้" แล้วมาบอกฉันทำไมไม่ทราบ ฉันคงไม่หวังจะเจอนายอีกแน่ อีตาลุงโรคจิต
"พอใจแล้วใช่ไหม ถ้าพอใจแล้วก็เอาโทรศัพท์ของฉันคืนมา" น้ำเสียงสั่นเครือของเธอทำให้มาร์ตินจ้องมองใบหน้าของเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ร่องรอยที่เขาเป็นคนทำมันช่างดูสวยงามสำหรับเขาที่สุด
"จูบฉัน"
" ... "
"ถ้าฉันต้องพูดอีกครั้ง มันจะไม่จบที่รอยกัดแน่" น้ำเสียงเย็นเยือกพูดประชิดริมฝีปากบางของคนตัวเล็ก มาร์ตินเหลือบมองใบหน้าของเด็กสาวที่ตอนนี้กำลังจะหลั่งน้ำตาออกมาเป็นทางยาว เนื้อตัวของเธอสั่นเทิ้มอย่างหนักไม่ว่าจะด้วยความกลัว หรือความโกรธ แต่แล้วยังไง เขาต้องแคร์ด้วยเหรอ
"อืมมมมม"
น้ำพั้นช์ใช้สองมือเล็กประคองใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มเอาไว้ โดยที่มือของเธอยังคีบบุหรี่ที่ใกล้จะดับอยู่ เธอยื่นปากเรียวบางประทับรอยจูบทั้งน้ำตาอย่างเงอะงะ
"จูบของเธอมันโคตรห่วยเลย!!!"