“ไอ้หนุ่มคนนี้ป้าเห็นมาตั้งแต่เล็ก ๆ มันหล่อจริง ๆ มันดูดีมาตั้งแต่เกิด แต่ดันมาเกิดกับพ่อแม่ที่ไม่ค่อยมีฐานะ แต่ก็ว่านะ ดวงคนเรา มันเลือกได้เสียที่ไหน มันเลือกเกิดไม่ได้ แต่เชื่อไหม ป้าไปดูดวงให้เมื่อวาน ดวงไอ้หนุ่มคนนี้มันพุ่ง ๆ มันจะพุ่งจนฉุดไม่อยู่”
“ฉุดไม่อยู่ขนาดไหนป้า” มองหน้าป้าด้วยความสนอกสนใจ
“ก็แบบจะรวยเป็นร้อยล้าน พันล้าน”
“ขนาดนั้นเชียว”
“เอ่อ...สิวะ ไม่เชื่อกันหรือยังไง ป้าไม่ได้ว่าจะเมาท์ยกเอาเรื่องดี ๆ มาใส่ตัวอะนะ แต่ใครมาดูกับป้า ก็พูดกันว่าแม่นทั้งนั้น ไม่เชื่อก็ดูไปสิ ห้าปี สิบปี หรือว่าเอ็งไม่เชื่อ ถ้าไม่เชื่อก็กลับไปเลยไป ไม่ดูแล้ว” ทำเป็นอารมณ์เสีย
“อ้าว... ข้าวยังไม่ได้พูดแบบนั้นสักคำ ป้าน่ะพูดเองเออเองทั้งหมดโว้ย” ใบข้าวโวย
“ก็ได้ แต่วันนี้ไม่เปิดไพ่นะ”
“อ้าว ทำไมล่ะ” ใบข้าวรู้สึกขัดใจ เธอชอบดูดวงเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเป็นกระสาย ทำให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ แม้จะเป็นสาวนำสมัย แต่เรื่องดวงเนี่ย เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเธอ
“จะเปิดดวงแบบนี้ให้” ว่าแล้วก็หยิบกระดาษขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ใบข้าวชะโงกดู เห็นหมอทองมาประทับเป็นวงล้อดูดวง ตามมาตรฐานโหราศาสตร์ขึ้นมา แล้วก็เขียนเลขลงไปสามตัว
แม่หมอทองมาไม่ต้องถามวันเดือนปีเกิดและวันตกฟากจากใบข้าวทั้งนั้น เพราะนางรู้อยู่แล้ว
ใบข้าวตั้งหน้าตั้งตาดู และรอฟัง
แม่หมอทองมาขีด ๆ เขียนอะไรลงไปอีกหลายอย่าง
“คืองี้...” นิ่งไป ก่อนจะยกหน้ามาสบตากับเธอ
“เลขที่ปรากฏคือ หนึ่ง ห้า หก ตำแหน่งดวงบนท้องฟ้า และนี่คือปัจจุบัน” ชี้ลงไปในกระดาษ พลางอธิบาย
“ครุเท่ากับพฤหัส ศุกราเท่ากับศุกร์ สุริยาเท่ากับอาทิตย์ อืม
“อิทธิพลในด้านดี ปีนี้เลยนะ ก่อนปีใหม่ที่ผ่านมาจะได้รับเงินก้อนใหญ่ ได้เป็นล้านแน่ ๆ นางหนูเอ็งจะได้จับเงินล้าน”
‘ก็จับอยู่ทุกวัน นับเงินให้พวกนั้นเอาเงินเข้าบัญชี’ เถียงแม่หมออยู่ในใจ
“เงินแสนมีมาผ่านมืออยู่ไม่ขาด และบุญบารมีที่เคยสร้างเอาไว้จะให้โชคลาภในเรื่องเงินทอง เอ...” มองหน้าใบข้าว แล้วทำแววตาสงสาร
“อะไรหรือจ๊ะแม่หมอ”
“เอ็งเนี่ย มันตกดวงแบบไร้คู่เลยนา”
“หา! ไร้คู่ หมายความว่ายังไง”
“ปัดโธ่! ก็ไม่มีผัวไง” ตีมือลงไปบนโต๊ะดังปึง
“เฮ้ย! ป้าอย่ามาล้อหนูเล่นน่า เรื่องนี้หนูซีเรียส ถึงจะเห็นหนูเป็นแบบนี้ แต่ก็ยังคิดว่าจะต้องใช้อวัยวะให้ครบทุกส่วน โดยเฉพาะมดลูก”
“ฮ่า... นางเด็กทะลึ่ง” แม่หมอหัวเราะร่วน
“ถ้าเอ็งอยากจะใช้มดลูกจริง ๆ ก็ต้องรีบหาผัวได้แล้วนา” ชี้หน้าของเธอด้วย
“คือหนูไม่มีเนื้อคู่ใช่ไหม” สีหน้าจริงจังมาก
“ไอ้มี มันก็มีนะ แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไรป้า”
“คือมันจะต้องแต่งก่อนอายุครบสามสิบปีนะสิ ถ้าเกินจากสามสิบ อาจจะได้แต่ง แต่แต่งแล้วก็เลิก หรือว่า อาจจะได้เป็นเมียน้อยเขา แย่งผัวเขา”
“โอ้โห! ดี ดี ทั้งนั้นเลย” ขึ้นเสียงสูง
“ก็มันเรื่องจริง ถ้าได้มาหลังสามสิบ ไอ้ผัวคนนั้นก็จะอยู่ด้วยกันไม่ยืด ดวงอยู่ไม่ได้ ดวงไม่เข้ากัน”
“เฮ้ย!” ทำเสียงฟึดฟัด
“ไม่เชื่อป้าหรือ”
“ปะ เปล่า”
“แล้วทำเสียงแบบนี้ทำไม”
“ป้าจะไม่ให้ฉันทำเสียงดังออกมาเชียวหรือ ก็ที่ป้าพูด ๆ มาน่ะ มันฟังได้เสียที่ไหน เฮ้อ...” ถอนหายใจเสียงดังตามมาอีกที
“แก้ได้ไหม” ตั้งท่ากลับไปถามแม่หมอทองมาใหม่
“ได้”
“จริงหรือคะ” ทำหน้าระรื่นอย่างดีใจ
“ก็แค่หาผัวให้ทันก่อนอายุสามสิบ”
“แง่ว...” ทำเสียงผิดหวังออกมาเสียเอง
“มันหาได้ง่าย ๆ ก็ดีสิ ในที่ทำงานของข้าว ก็มีแต่ผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้วทั้งนั้น แล้วจะไปหาโสดได้ที่ไหน ไอ้ที่โสด มันก็อายุน้อยกว่าข้าว โอ๊ย! ข้าวไม่เอาหรอกเด็ก เสียการปกครองหมด” ทำท่าคิด
“แต่ที่ป้าดู เหมือนจะไม่ต้องหานะ มันจะมาเอง”
“ฮึ... จะเอายังไงกันแน่
“ใครมันจะมารักมาชอบกันแบบปุ๊บ ๆ ปั๊บ ๆ ไม่มีหรอก ตั้งแต่ฉันเกิดมา ฉันยังไม่คิดจะรักจะชอบใครเลย”
แม่หมอทองมาชี้ไปที่บนหัวของแก
“อะไรล่ะป้า” ส่องหาดูใหญ่ แต่ก็ไม่เห็นอะไร เธอหันกลับมามองแม่หมอ
“ขึ้นคาน”
“โอ้โห! ปากร้ายนะเนี่ย มีแช่งกันด้วย”
หมอทองมาพับกระดาษแผ่นนั้นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วก็โยนเข้าเตาเผ่าของแกที่อยู่ใกล้ ๆ
“ทำไมทำแบบนั้นล่ะป้า”
“ข้าขอเทวดาฟ้าดินให้แล้ว”
“หื้อ! ขอว่ายังไง” ใบข้าวทำตาโต
“ก็ให้นางสาวคนนี้มีผัวนะสิ โอม... เจ้าที่เจ้าทาง องค์เทวดาที่อยู่แถว ๆ นี้ และก็เทพทุกองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่นางหนูคนนี้จะอธิษฐานต่อจากนี้ให้เป็นจริง สมหวังทุกประการเถิด” แม่หมอยกมือขึ้นท่วมหัว ก่อนจะพยักพเยิดใบหน้าให้ใบข้าวทำตาม
ใบข้าวหันซ้ายหันขวาไม่เห็นมีใครอยู่แถวนั้นก็จึงได้ยกมือไหว้ และเปล่งวาจาออกดัง
“ใบข้าวอยากมีผัวจริง ๆ นะคะ เพราะว่าใบข้าวไม่อยากไปไหนมาไหนคนเดียว อยากมีเพื่อนเที่ยวด้วยค่ะ”
“เอ๊ะ... ไหนเอ็งไม่พูดบอกไปว่าอยากจะใช้อวัยวะส่วนนั้น”
“...” ใบข้าวถึงกับเงียบ
หมอทองมาจึงพูดขึ้นเสียเอง
“ให้นางหนูเนี่ยมีคนมาเจาะไข่แดงด้วยนะคะ ฮ่า...” แล้วก็ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
ใบข้าวนั่งหน้าเง้า
“นี่ป้า สรุปว่าหลอกหนูใช่ไหม”
“ข้าจะหลอกเอ็งทำไม ไป กลับบ้านได้แล้ว ค่าครูดูหมอ เอาไปใส่ในขันโน่น” ออกปากไล่เสียดื้อ ๆ
ใบข้าวทำหน้าเซ็ง ลุกขึ้นไปทำตามที่แม่หมอสั่ง ก่อนจะยกมือลา แล้วขับรถสกูตเตอร์ตุเลง ๆ ออกไป
ในหัวสมองของใบข้าวมีแต่เรื่องที่แม่หมอทองมาพูดเต็มไปหมด สิ่งที่เธอพูดเล่น ๆ กับพี่นกยูงกำลังจะเป็นจริงแล้วหรือ
คำว่าขึ้นคาน มันเป็นอะไรที่น่ากลัวนะในความรู้สึก กิจการของพ่อก็ใหญ่เกินไป พี่นกยูงก็ยังไม่พอจะเป็นที่พึ่ง แค่คิดว่าภาระทุกอย่างอาจจะตกมาอยู่แค่ที่เธอคนเดียวในวันที่คุณพ่อจากลา เธอก็ขลาดกลัวแล้ว
เรื่องเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาก็จริง ทุกคนต้องเตรียมอกเตรียมใจ และเตรียมตัว ตั้งแต่คุณแม่ของใบข้าวจากไป ทำให้เธอรู้ว่า มีเงินทองมากเพียงไร ก็ยื้อยุดฉุดชีวิตของใครเอาไว้ไม่ได้ ถ้าหากว่ามัจจุราชต้องการ
ขณะที่ขับรถออกไปจากวัดนั้น ใบข้าวก็เหม่อลอย เธอเห็นยอดองค์เจดีย์ในวัดสะท้อนกับแสงอาทิตย์วิบวับต้องกับสายตา
“พระคุณเจ้าประทานสามีมาให้ลูกเถอะ ถ้าเจอกับเขาวันนี้ ลูกจะเสนอตัวให้กับเขา และยอมให้เขาใช้อวัยวะที่ควรใช้กับลูก” คำอธิษฐานที่แสนทะลึ่ง
ปริ๊น... เสียงแตรรถที่ดังมาจากข้างหลัง
ปัง ปัง ปัง ปัง... เสียงคล้ายกับเสียงปืนมาก แต่ในตอนนั้น หญิงสาวก็คิดว่าน่าจะเป็นเสียงเด็กจุดประทัด แต่เสียงบ้าบอนั่นก็ทำให้ใบข้าวตกใจสะดุ้งสุดกำลัง เป็นจังหวะกะพริบตา
โครม... รถของเธอพลิกคว่ำล้มลงไปในทันที ใบข้าวหน้าคะมำล้มไม่เป็นท่า โชคดีที่รถสกูตเตอร์นั้นความเร็วแรงระดับสิบยี่สิบ ทำให้เธอแค่จุก แต่มือที่ทิ่มลงไปเพื่อรับน้ำหนักของร่างกาย และป้องกันไม่ให้หน้าทิ่มดิน ก็เจ็บจนรู้สึกได้
ในขณะเสี้ยววินาทีนั้นเอง
ปัง... เสียงกัมปนาทดังขึ้นมาอีกครั้ง มีบางสิ่งบางอย่างเฉียดใบหูของใบข้าวไปนิดเดียว หญิงสาวมองตามด้วยความตกตะลึง ดวงตาโต ๆ เบิกกว้าง
‘นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เหมือนจะมีคนปองร้าย มีคนจะยิงฉัน’ คิดได้ดังนั้น เธอก็กลิ้งตัวลงไปในท้องร่อง
ที่ในท้องร่องไม่มีน้ำ แต่ก็สูงพอประมาณจากพื้น ร่างสมส่วนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอแสดงท่าเก็บคองอเข่าเท้าชิด เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของตัวเองให้ได้มากที่สุด ยังดีว่าในท้องร่องไม่มีลูกหิน เป็นดินอ่อนและมีหญ้าขึ้นเหมือนฟูกที่รองรับ ทำให้ร่างกายของเธอไม่กระแทกจนเจ็บเกินไป
ดวงตาเหมือนพญาเหยี่ยวมองไปรอบทิศทาง ใครคนไหนที่กำลังปองร้าย แล้วมันอยู่ตรงไหน
ยังไม่ทันคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอเห็นรถยนต์คันใหญ่สีเหลืองสะดุดตากำลังแล่นผ่านมาพอดี รถแบบนี้ใบข้าวเคยเห็นในข่าวเมื่อตอนน้ำท่วม มันลุยน้ำได้ มีคนใช้ขับเอาของไปแจกจ่ายชาวบ้านที่น้ำท่วมยังไม่สูงแต่ก็ออกมาหาอะไรกินลำบาก
ใบข้าวรีบปีนป่ายขึ้นมาจากร่อง ไม่ต้องคิดในจังหวะนั้น ความกลัวตายมันแล่นจับจิต หากเธอขืนยังอยู่ตรงนี้ มีหวังไปเฝ้ายมบาลแน่ ๆ
เสียงของคุณพ่อดังขึ้นมาในหัว พ่อพูดเสมอว่า กว่าจะมีทุกวันนี้ พ่อผ่านอะไรมาเยอะ ทั้งดีและร้าย คนรักพ่อก็มี คนเกลียดพ่อก็เยอะ เรียกว่าศัตรูรอบด้าน พ่อจึงบอกให้เธอระวังตัว
แล้วพ่อเพิ่งคุยเรื่องว่าจะหาบอดี้การ์ดมาดูแลเธอกับพี่นกยูง ตอนที่คุยกันนั้น พ่อเรืองไม่ได้ให้รายละเอียดเพราะต้องรีบไปที่ไหนสักที่หนึ่ง
ใบข้าวได้แต่คิดว่า หรือเธอจะเจอดีเข้าแล้ว
รถคันใหญ่สีเหลืองนั้นแล่นมาจากทางร้านของแม่หมอทองมา ใบข้าวหอบเหนื่อยหัวใจเต้นแรง เธอเพิ่งปีนขึ้นมาจากท้องร่องที่บอกได้ว่า มันสูง
สายตาก็สอดส่ายมองซ้ายมองขวา ใบข้าวไม่เห็นอะไร เห็นแต่สกูตเตอร์ของเธอที่ล้มตะแคงอยู่ตรงนั้น ในตอนนี้หญิงสาวไม่ได้คิดหวงสมบัติ นอกจากเอาชีวิตรอด
คนที่ขับรถคันนั้นก็เห็นความผิดปรกติมาแต่ไกล เขารีบชะลอรถ พอรถแล่นเข้ามาใกล้ ใบข้าวก็กระโจนออกมาโบกมือ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” สีหน้าตระหนกเกินกว่าเหตุการณ์รถล้มธรรมดา เพียงชายผู้นั้นจอด เธอก็ตรงไปที่ประตูรถของเขา เป็นจังหวะที่ชายหนุ่มปลดล็อก ใบข้าวเปิด แม้ว่ารถจะค่อนข้างสูง แต่ในจังหวะนั้น เธอก็ขึ้นไปนั่งได้โดยง่าย
ปัง... เสียงปิดประตูอย่างแรง
“คุณรีบขับหนีเร็ว มีคนจะฆ่าฉัน ฉันถูกยิง” พูดด้วยอาการหอบเหนื่อย ตอนนี้เขาได้เห็นแล้วว่าใบหน้าของเธอแทบไม่มีสีเลือด
บรื้น... เสียงเหยียบคันเร่งแบบไม่คิดชีวิต หล่อนคนนี้กำลังพาความซวยมาให้ เขายังไม่อยากตาย ถ้าเธอพูดออกมาแบบนี้ แสดงว่าไอ้คนที่ปองร้ายหญิงสาวก็อาจจะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
“ไปไหนล่ะคุณ”
“ไปให้ไกลที่สุด” พูดไป อาการหอบแฮก ๆ ก็ดังออกมา แล้วเลื้อยตัวลงไปจากที่นั่ง แทบจะเรียกว่ามุดอยู่ตรงคอนโซลหน้า
ต้อม พิชายุทธ เกียรติวรวุฒิ นักร้องดาวรุ่งชื่อดังจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เสียเปล่า ๆ แม่สั่งเอาไว้ก่อนกลับขึ้นกรุงเทพฯ เขาจะต้องมาเอายันต์กันภัยจากแม่หมอทองมา
ไอ๊หยา! ถึงแม้ได้ยันต์กันภัยมาแล้ว แต่ต้องมาหนีตายแบบนี้ มันใช่เหรอ ชายหนุ่มเหยียบตะบึงห้อออกไปจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด
ด้านหลัง ห่างจากตรงจุดเกิดเหตุไปไม่ไกล เด็กน้อยวัยกำลังเซี้ยว ยืนหัวเราะกันงอหาย กับความสำเร็จที่พวกมันได้ทำลงไป หลักฐานยังคามือ ทั้งก้อนหินเล็ก ๆ ทั้งประทัดที่ใหญ่กว่าประทัดที่จุดกันในวัด เด็กทั้งสามคนกำลังรู้สึกสนุกสนานที่แผนการแกล้งคนของพวกมันสำเร็จ ไม่ได้คิดเห็นใจว่า คนที่ถูกกระทำนั้นจะเป็นเช่นไร
“เฮ้ย! ไอ้แกละ ไอ้จุก ทำยังไงกับรถอีป้าคนเมื่อกี้”
“รถแพงนะโว้ย น่าจะมีแบตเตอรี่ไฟฟ้า รุ่นนี้ข้าเคยเห็น”
“เห็นจากไหนวะไอ้ธง”
“ก็ในอินเทอร์เน็ตนะสิ”
“แพงไหม”
“มันก็ต้องแพงอยู่แล้ว แต่ข้าเคยเห็นมันเขียนว่า ส่วนที่แพงที่สุดของรถคันนี้ คือแบตเตอรี่นะ”
“งั้น ไปงัดมันออกมาดีกว่า มันน่าจะเอาไปทำอย่างอื่นด้วย”
“อย่าดีกว่านะพี่” ไอ้จุกน้องเล็กสุดเอ่ยเตือน
“ทำไม” ทั้งสองคนชักตาแข็งใส่
“ก็ถ้าพวกพี่ทำแบบนั้น เขาเรียกเป็นขโมยนะ”
“แล้วไง” ยืนเท้าสะเอว มองหน้าจุกแบบไม่พอใจ
“ก็เราจะโดนสองคดี หนึ่งทำร้ายร่างกาย สองลักทรัพย์”
โป๊ก... ไอ้ธงยกมะเหงกโขกไปที่หัวของไอ้จุกหนึ่งที
“ไอ้พ่อทนายความใหญ่ มึงน่ะเงียบปากไปเลย” เข่นเขี้ยว
“มึงอยู่เฉย ๆ เลย ไปไอ้แกละไปช่วยกูงัด แล้วมึงไอ้จุกดูต้นทาง” และภารกิจงัดแอนด์แงะก็เกิดขึ้น