ธาราทิพย์เดินเร็ว ๆ จนแทบจะเป็นวิ่งอยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ไม่วายกลับไปมองที่ด้านหลัง แล้วหันขวับไปยังเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวแอบหลบออกจากบ้านหลังที่ใช้กักตัวเธอไว้ได้ในจังหวะที่เรียกว่าฉิวเฉียดพอดิบพอดี ที่นั่นมีชายฉกรรจ์ห้าคนเดินยามรอบบ้านร้างในป่ารกที่ไม่รู้พิกัดแน่ชัด ในสมองของเธอยังคงว่างเปล่านึกไม่ออก ไม่รู้ว่าขณะนี้ตนเองอยู่ในบริเวณใดของประเทศกันแน่ หยุดขาลงเพราะเหนื่อยและกระหายน้ำ แหงนมองต้นไม้สูงที่แทงยอดขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างหวาดหวั่นในหัวใจ หรือบางทีเธออาจไม่ได้ยืนอยู่บนประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองอยู่ก็เป็นได้
อย่าเสียเวลาคิดอะไรอยู่อีกเลย
ต้องไปให้พ้นจากตรงนี้ให้ได้เสียก่อน แล้วเดินลัดเลาะไปยังเบื้องหน้าด้วยเท้าเปล่าเปลือยปราศจากรองเท้าห่อหุ้ม หญิงสาวเหยียบลงบนพื้นที่มีทั้งกรวดกลมมนหยาบแหลมเล็กบ้างใหญ่บ้างตลอดหนทางหลบหนี จนบัดนี้เท้าของเธอเจ็บแปลบเหมือนถูกบาดและน่าจะมีเลือดออกมาด้วย แต่จะให้หยุดเพื่อดูว่าอาการเจ็บนั่นมากน้อยเพียงใดก็ใช่ที่ เธอต้องไปให้พ้นจากตรงนี้ให้ได้ เรื่องปฐมพยาบาลนั่นเล็กไปเลยหากเทียบกับการต้องเอาชีวิตให้รอดจากคนพวกนั้น
ฉับพลันขณะคิดมาได้ถึงตรงนี้ เบื้องหลังของเธอก็ปรากฏร่างหนาใหญ่เดินแหวกต้นไม้ข้างทางโผล่ออกมาดักหน้าเธอ พร้อมเสียงทุ้มแฝงไปด้วยความดุดัน “บอกแล้วใช่ไหมว่าหนีคราวนี้อีกจะให้ไอ้พวกที่เฝ้าอยู่นั่นเวียนกันขึ้นมารุมคุณให้หมดทุกคนแบบเรียงหน้ากระดานเลยน่ะ”
ธาราทิพย์ชะงัก บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้ซึ่งสีเลือด อกใจกระหน่ำเต้นไม่เป็นส่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ในบรรดาชายฉกรรจ์ที่เฝ้าอยู่รอบบ้าน เธอกลัวเขาที่สุด หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ถามเสียงแทบจะเป็นกระซิบ
“ไม่รวมคุณใช่ไหม”
หญิงสาวเห็นรอยยิ้มมุมปากของเขาจุดขึ้นชั่วครู่ ยิ้มที่ไม่ใช่ยินดีใดๆแต่เป็นยิ้มหยันให้เธอเสียมากกว่า แล้วถึงได้ยินเขาตอบกลับมา
“จะถือว่าเป็นคำชวนก็แล้วกัน” เขาบอกมาแบบนั้นแล้วแย้งด้วยเสียงหงุดหงิด “แต่เห็นจะไม่เพราะผมไม่ชอบใช้ของรวมกับใคร”
เขาว่าอย่างเย้ยหยัน ดวงตาสีฟ้าเกือบเทามองเธออย่างหยาบกระด้างจาบจ้วง และเพิ่งสังเกตเห็นว่าท่อนบนของเขาเปลือยเปล่าไม่สวมเสื้อจึงเผยให้เห็นแผงอกตึงแน่นกำยำที่เธอต้องรีบเบือนหน้าหนี ส่วนท่อนล่างของเขาสวมเพียงกางเกงยีนสีซีดขาดตรงหน้าขาทั้งสองข้างบดบังกายท่อนล่างของเขาเอาไว้เพียงเท่านั้น
ใช้ของอะไรรวมกับคนอื่น ตานี่บ้าหรือไง บอกว่ายังซิงยังโสดก็หาว่าแอ๊บ
คิดพร้อมกับเลิกสำรวจเขาไปด้วย แต่แล้วชายตรงนี้เดินเข้ามาตวัดช้อนร่างของเธอที่เล็กจ้อยกว่าเขาเกือบครึ่งต่อครึ่งที่ตอนนี้อ่อนเปลี้ยเพลียแรงลงทุกที เอาขึ้นอุ้มพาดบ่าแล้วพากระเตงกลับไปยังบ้านไม้ที่เขาใช้กักตัวเธอมาได้หลายวันแล้ว จะว่าไปแล้วเธอก็พร้อมจะถูกเขาลากกลับเพราะเหนื่อย หิวน้ำและเจ็บร้าวไปหมดทั้งฝ่าเท้าแล้วด้วย ไม่รู้จะหนีอย่างคนสิ้นคิดแบบนี้ไปทำไม หนีมากี่ครั้งแล้วเคยหนีสำเร็จที่ไหนกัน คิดแล้วปล่อยลำตัวทาบลงไปกับบ่าไหล่ของเขาอย่างหมดเรี่ยวแรง
แรงของเขานุ่มนวล ทะนุถนอมราวกับบนทับอยู่บนฟูกที่เคลื่อนที่ได้
ธาราทิพย์หมดแรงต่อต้าน อดคิดต่อไปไม่ได้ เธออยากรู้นักว่าเขาทำงานให้ใคร แล้วเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน
ธาราทิพย์คิดจนหัวแทบแตกก็นึกไม่ออกว่าใครที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้
ธาราทิพย์จอดรถแล้วก็ค่อยเปิดประตูรถหรูจอมเกเรที่ได้รับช่วงต่อมาอีกทีเพื่อลงไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนสนิทกับคนเคยรักที่เพิ่งโทรมาบอกเธอเมื่อวันแรกของสัปดาห์นี้เองว่าทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกัน
หญิงสาวแค่นยิ้มให้ตัวเองหน่อยหนึ่งกับผู้ชายแบบนั้นแล้วเดินกลับเข้าไปในรถเมื่อนึกได้ว่าลืมของ เธอล้วงเอาแว่นกันแดดขึ้นสวมปิดบังดวงตาสวยของตนเองก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเพราะตกใจหลุดฟอร์มเมื่อมีสายเรียกเข้ามาพอดี มองหน้าจอแล้วถึงได้รับสายส่งเสียงถามทางนั้นออกไป
“อยู่ไหนกันแล้วเนี่ย”
ปลายสายจิกตอบกลับมาแทบทันที “ถึงแล้วย่ะ พวกฉันกับนังออมมี่มาถึงก่อนหน้าแกอีก แล้วนี่ตกลงแกจะมาไหม อยู่ไหนแล้ว”
“เพิ่งมาถึง”
“ถึงแล้วใช่ไหม แกจอดรถตรงหน้าล็อบบี้เลยนะ ฉันบอกหนุ่มหล่อคนสูง ๆ ขาว ๆ เอาไว้แล้วว่ารถแกรุ่นไหน ทะเบียนอะไร เขาจะพาแกเดินมาที่บ้านหลัง A6 แกก็ตามเขามาได้เลยนะ”
มองหาหนุ่มหล่อตามอย่างที่เพื่อนบอกจนเจอ ทางนั้นยิ้มส่งให้ ค่อยพยักหน้าตอบกลับไป “โอเคฉันเห็นแล้ว ผัวแกคืนนี้ใช่ไหมคนนี้น่ะ”
“อีบ้า ทำมารู้ดี” ทางนั้นหัวเราะคิกคักถูกใจกับคำพูดหยอกล้อของเธอ
“แล้วมีใครมาแล้วมั่ง”
“มากันครบแล้ว เหลือแต่แกนั่นแหละนังธารา”
“อือ” เธอตอบรับเสียงเบาลง เพื่อนที่พยายามไม่พูดเรื่องปวดใจถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงมาตามสาย “แกแน่ใจนะว่าทำใจได้แล้วน่ะ”
“เออน่า” ตอบให้เพื่อนไม่ต้องมาคอยกังวลแล้วเดินตรงไปยังจุดหมายในทันที
เธอทำใจได้อยู่แล้ว
ก็แค่แฟนที่รักกันมากแล้วก็แพลนจะแต่งกัน เมื่อเธอกับเขาเก็บเงินได้มากพอจะตั้งตัวไปทำธุรกิจอย่างอื่น แอบกิ๊กกับเพื่อนสนิทของเธอ แล้วก็ทำเพื่อนของเธอท้อง จนต้องไปแต่งงานกับทางนั้นแทน เรื่องแค่นี้เอง เธอทำใจได้อยู่แล้ว สบายมาก
ธาราทิพย์คิดพร้อมปาดน้ำตาที่ไหลออกยากมาก ๆ หยดหนึ่งทิ้งไป สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วเดินหน้าต่อ
วิลลาหลังใหญ่พร้อมสระว่ายน้ำตรงหน้าคือสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้
“นู่นแน่ะ วีไอพีเกสต์มาละ” เสียงเพื่อนคนที่โทรตามเธอยิก ๆ บอกเสียงดังลั่นงาน
ธาราทิพย์โบกมือส่งสัญญาณเปลี่ยนท่าทีเนือย ๆ เหนื่อยหน่ายเป็นกรีดกราย เข้าไปยังเก้าอี้ริมสระน้ำด้วยบุคลิกมั่นใจอย่างที่ทุกคนชินตา
ธาราทิพย์เป็นสาวสวยที่หุ่นกระชากใจชายแบบชนิดที่ว่า บอกใครต่อใครว่าทั้งหมดนี่แม่ให้มา ไม่ได้ผ่านมีดหมอเลยสักที่บนเรือนร่าง ก็แทบจะไม่มีใครเชื่อ
เธอไม่ได้มาจากครอบครัวคนรวย แต่ก็ถีบตัวเองจนเข้าเรียนและจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมีชื่อของประเทศออกมาจนได้ หลังเรียนจบยังได้มีโอกาสทำงานในองค์กรมีชื่อเสียงอยู่อีกหกปี และตอนนี้เธอลาออกจากงานนั่นแล้ว
เพราะได้โอกาสจากธีรัช นักธุรกิจผู้หนึ่งที่ซึ่งบังเอิญพบในงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้า ธีรัชให้คนมาเรียกให้ไปทำความรู้จักกัน พร้อมกับหยิบยื่นงานดูแลรถนำเข้าให้เธอ แทบไม่ต้องคิดอะไรมาก เธอตอบตกลงในทันที
นอกจากนั้น ธาราทิพย์ยังนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจำพวกอัญมณีอีกหลายชนิด สร้างรายได้แบบชนิดที่ว่ามากกว่ารายได้ทั้งปีเมื่อตอนทำงานประจำเสียอีก
เฌอ เพื่อนสมัยเรียนที่เปลี่ยนเรือนร่างจากชายร่างบึกมาเป็นสาวหุ่นร่างเซ็กซี่แบบเดียวกับเธอที่คอยโทรจิกตลอดทาง ตรงเข้ามากอดรักพร้อมหอมซ้ายขวาตามธรรมเนียมพร้อมจีบปากบอก
“นึกว่าจะไม่มา”
“ทำไมจะไม่มาละยะ นี่งานเลี้ยงฉลองเพื่อน...รัก สละโสดเชียวนะ” เน้นคำจนคนฟังขนลุกกับคำว่า ‘รัก’ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ตรงกันข้าม
“จะไปรู้หรือไงเล่า นึกว่ายังทำใจไม่ได้”
ขี้เกียจเข้าโหมดดรามาเลยทักเพื่อนพร้อมกับยื่นมือไปคว้าแก้วเครื่องดื่มมาถือรอท่าจะดื่ม “นี่แกไปแก้จมูกมาหรือเฌอ”
“อือ”
“ของเดิมสวยแล้วนี่”
“ก็มันไม่มั่นใจ” เพื่อนสาวตอบพร้อมหลบตา ใจเต้นตึก ๆ เพราะกลัวธาราทิพย์จับไต๋ได้ และก็เป็นดังคาดเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายว่ากลับมา
“ไม่ใช่แล้วล่ะ”
“ไม่ใช่อะไรยะ”
“ฉันว่าแกไปเพราะอยากเจอหน้าคนทำจมูกให้แกเสียมากกว่ามั้ง”
แล้วนึกไปถึงใบหน้าของหมอหล่อผู้นิ่งขรึมเรียบร้อยสุภาพ ที่สำคัญรวยจนใครได้เป็นคู่ครองคงสบายไปถึงชาติภพหน้าเลยทีเดียว แล้วหาเรื่องแกล้งพูดเย้าแหย่เพื่อนออกไปว่า
“งั้นหมอทำจมูกฉันไม่เอา แต่ฉันจะเอาคนนี้”
ธาราทิพย์มองเลยไปยังหนุ่มหล่อสูงและขาวที่เป็นคนนำทางพามาที่วิลลา เพื่อนรักส่งภาษาลับที่ใช้คุยกันเสมอบอกพร้อมเลียรอบปากไปพลาง “เถิงสูง เถิงขาว เถิงยาวขนาดนี้”
“สูง ขาว แล้วอะไรยาวยะ”
“อ้าว แกนี่ หุ่นแบบนี้มันการันตีอยู่แล้วล่ะย่ะว่าต้องยาว”
“ตัวสูงจำเป็นต้องยาวเสมอเลยหรือไง”
“เท่าที่ฉันเคยเจอมานะ สูงและใหญ่ คอนเฟิร์มเลยว่ายาวทุกคน” เฌอบอกเสียงสั่นยั่วเม้มปากทำตาเซ็กซี่จนเธออดหัวเราะตามเพื่อนไปด้วยไม่ได้
“พอได้แล้วนังเฌอหื่นกาม วกเข้าแต่เรื่อง 18 บวก ตลอดเลย”
เฌอเห็นเธอยิ้มได้ก็ค่อยสบายใจ ชวนคุยต่อจากนั้น “ฉันนึกว่าแกงานยุ่งจนไม่มีเวลาสนใจใคร”
“เออใช่ ฉันยุ่งจริงแหละ”
“ยุ่งกับคุณธีรัชอยู่น่ะสิ”
เพื่อนตัวดีเหน็บให้พร้อมค้อนกะหลับกะเหลือก เฌอเอมชังนัก พวกมือที่สาม พวกบ้านเล็กบ้านน้อย ยิ่งมารู้ว่าเพื่อนที่รักอย่างธาราทิพย์เหยียบขาก้าวสู่สมาคมเหล่านั้น ก็ยิ่งไม่พอใจ
“ใช่” ตอบรับหน้านิ่ง ธาราทิพย์บอกด้วยสีหน้าครุ่นคิด “ฉันยุ่งอยู่กับคุณธีรัชจริงนังเฌอ นี่ทีแรกก็ว่าจะไม่มานะ คุณเขาชวนไปดำน้ำ พายเรือคายัคด้วยกัน เดี๋ยวหลังงานแต่งของเขา ฉันก็จะได้ไปเป็นผู้จัดการรีสอร์ตบนเกาะด้วย เขาบอกว่าแค่ไปนั่งโต๊ะไม่ต้องทำอะไรเลย รับเงินเดือนหกหลักปลาย ๆ เลยนะ มีอีกเยอะแต่ขี้เกียจจะอวด นี่ฉันคิดอยู่ตั้งนานสองนานเลยนะว่าจะไปเที่ยวกับคุณเขาดีหรือจะมางานเลี้ยงฉลองของเพื่อนรักดี”
“งั้นที่เขาพูดกันก็จริงน่ะสิ ที่ว่าแกไปบ้านคุณธีรัช แล้วแกกับคุณเขาก็อะไร ๆ กันจนคุณอาภาศรีมาเจอเข้าพอดี เลยเป็นลมล้มตึงไปเลยน่ะ” ถามพร้อมมือไม้ทำท่าประกอบไปพร้อม ธาราทิพย์จะขำก็ขำไม่ออก เบ้ปากอย่างชิงชังบุคคลที่สาม เมื่อนึกถึงภาพในวันนั้น ก่อนตอบรับตามตรง
“ใช่ พอยายนั่นเห็นฉันกุมมือบอสหน่อยเดียว ถึงกับเป็นลมล้มตึงไปเลย สำออยชะมัด นี่ขนาดออกกำลังกายเป็นประจำนะ อ้อนบอสล่ะสิไม่ว่า”
“ใช่ พอยายนั่นเห็นฉันกุมมือบอสหน่อยเดียว ถึงกับเป็นลมล้มตึงไปเลย สำออยชะมัด นี่ขนาดออกกำลังกายเป็นประจำนะ อ้อนบอสล่ะสิไม่ว่า”
เธอมักเรียกธีรัชว่าบอสเสมอและเฌอเองก็ฟังจนชินแล้วด้วย
“นังเชื้อรา” เพื่อนผู้มีฝีปากจัดจ้านประณามแล้วตำหนิต่อทันที “แทนที่จะอยู่ในที่ของแก เข้าไปยุ่มย่ามถึงบ้านใหญ่เขาทำไมยะ ให้เขาแสบ ๆ คัน ๆ เพราะแกอย่างนั้นหรือไงนังนี่ ทำไมแกเป็นคนแบบนี้ ไม่สมกับเป็นเพื่อนของฉันเลยนะธารา”
ธาราทิพย์ตวัดตาค้อนขวับก่อนแวดกลับ “บ้านใหญ่อะไร เขากับยัยอาภาอะไรนั่นยังไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย”
“อ้าวนังธารา ก็คุณธีรัชเขาประกาศแล้วนี่ว่าจะจัดงานแต่งงานแบบอลังการร้อยล้านที่โรงแรมในเครือของคุณธีรัชกลางเดือนหน้านี้น่ะ” คนพูดว่าเสียงอ่อนอกอ่อนใจในความดื้อดึงของเพื่อนรัก
คนดื้อดึงยิ้มมุมปาก ที่ดูยังไงก็รู้ว่าในหัวตอนนี้คงเต็มไปด้วยความคิดร้าย ๆ แน่นอน ตอบกลับอย่างโนสนโนแคร์ “ฉันรู้แล้ว”
“หวังว่าแกจะไม่ใส่ชุดดำ หิ้วพวงหรีด หรือทำอะไร ๆ ร้าย ๆ โหล ๆ ทำนองนั้นที่งานแต่งของเขาหรอกนะยะ” เฌอถามอย่างไม่ไว้ใจ
“โอ๊ย ฉันไม่ได้ร้ายขนาดนั้นนะเฌอ”
“แกไม่ได้ร้ายขนาดนั้นหรอกฉันรู้...แต่ร้ายกว่านั้นต่างหาก” เฌอว่าเสียงแทบเป็นกระซิบในประโยคหลัง
“น่าเบื่อจริง ๆ เลยมีแต่คนจ้องจับผิด แม้แต่แกนะเฌอ แกก็ไม่เว้นเลย คอยดูนะฉันจะหลบไปนอนอาบแดดแบบไม่ต้องให้ใครตามตัวเจอเลยสักเดือนนึง สักปีเลยก็แล้วกัน แกไม่ต้องตามหาฉันล่ะ เอาแต่ต่อว่าฉันอยู่ได้”
ธาราทิพย์บ่นน้อยใจที่ถูกเพื่อนว่าว่าตนเองนั้นร้ายกาจ
“โอ๋ ๆ เพื่อนแซวเล่นค่ะ ขอโทษนะคะ แล้วนี่จะดื่มอะไรไหมล่ะ เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้”
“เอา…ขวดนั้นมารองท้องก่อนแล้วกัน” เธอชี้ไปยังขวดที่ดีกรีไม่น่าจะเป็นการอุ่นเครื่องรองท้องได้เลย เฌอพยักหน้าลุกไปหยิบเครื่องดื่มที่เธอออกปาก นำมาบริการให้ในทันที
“แหม ๆ เห็นนังธารามันฟู่ฟ่าเข้าหน่อยก็ทำเป็นเอาใจมัน อีพวกกระจอก”
“รู้อะไรมาหรือ ไหนเล่าสิ”
สายตาของอรนุช ว่าที่เจ้าสาวแสร้งทำทีเป็นว่าเหนื่อยหน่ายใจที่จะกล่าวถึง ก่อนมองจิกไปยังสหายคนใหม่ที่ยอมรองมือรองเท้าตนทุกอย่าง แล้วยังเป็นกระบอกเสียงนินทาคนได้เป็นอย่างดี และอรนุชก็กรอกข้อมูลใส่สั่งให้เล่าอย่างที่ตนต้องการ
“ไม่ได้รู้อะไรมากหรอกน่า ก็แค่…” อีกฝ่ายจีบปากพูด จิกตามองไปยังธาราทิพย์จากอีกขอบสระก่อนเปิดปากเล่า “รู้แค่ว่านังธาราตอนนี้ชุบทองทั้งตัว แถมยังฝังเพชรตามซอกตามหลืบเอาไว้เอาใจเสี่ยกระเป๋าหนัก ๆ ให้รักให้หลงมันน่ะสิ”
“อะไรนะ นังธาราเนี่ยนะมีเสี่ยเลี้ยง”
“ประมาณนั้นแหละ”
“ถึงว่า ซันถึงได้ทิ้ง”
“ไม่เกี่ยวย่ะ ซันเขาทิ้งมันก่อนหน้านี้แล้ว” เสียงบอกออกมาจากว่าที่เจ้าสาวที่กำลังจะเข้าพิธีสมรสในเดือนหน้านี้
“อ๋อ อย่างนั้นหรือ แล้วไงต่อ”
“ได้ยินว่าตอนนี้มันขายรถหรูที่เสี่ยหามาให้ด้วยน่ะสิ”
“จริงดิ”
“ข่าวจากปากฉัน ไม่มีมั่วย่ะ”
แล้วเรื่องเล่าของธาราทิพย์ก็ไหลออกจากปากคนพูดยืดยาวต่อจากนั้น ที่ล้วนแล้วแต่ใส่มีตีไข่เพิ่มแล้วยังเพิ่มท็อปปิ้งอื่น ๆ เข้าไปอีก ล้วนแล้วแต่ให้ดูน่าฟังแล้วยังรู้สึกสะใจแก่คนเล่ามากยิ่งขึ้นด้วย พักเดียวคนฟังก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย แล้วอาศัยจังหวะลอบถามเรื่องชายหนุ่มญาติผู้พี่ของอรนุชแทน
“พี่ชายของคุณเพื่อนจะมางานแต่งไหมจ๊ะ”
“พี่ชายลูกครึ่งของฉันน่ะหรือ มาสิ ทำไมจะไม่มา แกเตรียมฟิตร่างรอกันได้เลย เจ้าตัวบอกอย่างภูมิใจ วิลลานี่ก็ของพี่ชายฉัน ไม่อยากนั้นจะจัดงานแบบนี้ได้หรือ เขาซัพพอร์ตให้ฉันทั้งนั้นแหละ
"ดีเนอะมีพี่ชายลูกครึ่งหล่อ ๆ แบบนี้"
"ฉันไม่อยากได้พี่ชายแบบนี้หรอก อยากได้เป็นพี่ชายบนเตียงมากกว่า"
เสียงหัวเราะคิกคักสนุกสนานเมื่อได้พูดจาหวาดเสียวไปถึงพี่ชายของคนจัดงานดังอยู่แบบนั้น แล้วเลยกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ยืดยาวทั้งคืน
เสียงท่อบิ๊กไบค์สีแดงดังกระหึ่มก่อนจอดลงตรงลานที่ติดป้ายไว้ว่า VVIP ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขาดเฉพาะข้อต่อตวัดขาลงจากสองล้อคันใหญ่ที่จอดไล่หลังอีกคันเพียงไม่นาน ก่อนที่คนมาถึงก่อนจะชี้หน้าล้อเลียนไปว่า
“Loser”
คนมาทีหลังถอดหมวกออกแล้วเดินตามแรงกอดรัดของคนชนะ ร่างสูงใหญ่ที่ล้อเพื่อนอย่างสนุกปาก บอกย้ำอีกที “Don't forget to keep your mouth shut na krub.”
ไม่มีเสียงขานรับมีแต่การพยักหน้าตอบกลับเพียงเท่านั้น ก่อนจะพากันเดินลัดเลาะไปยังทางด้านหลังโซนพูลวิลลา แล้วก็ต้องชะงักเมื่อแว่วเสียงดังวีดว้ายดังออกมา พอดีกับที่พนักงานของรีสอร์ตเดินผ่านมาพอดี เลยมีเสียงถามหลุดออกมาจากปากของเขา
“ใครเหมาวิลลา”
“น้องสาวของเจมี่ครับ”
ได้คำตอบแล้วพยักหน้าให้เป็นทำนองว่ารับรู้ก่อนเดินหน้าต่อไปยังเต็นท์ขนาดใหญ่ที่ด้านหลัง ถัดจากบีชบาร์ไม่เกินร้อยเมตรดี
“คุณร็อกมาแล้วหรือ”
หญิงสาวในชุดทำงานปักหน้าอกเป็นชื่อที่พักถามหูตาแพรวพราวเป็นประกาย จนคนมองอดหมั่นไส้ไม่ได้
“แล้วคุณร็อกไปไหนแล้วล่ะ”
“เดินไปทางด้านหลังกับคุณเจมี่นู่นแล้วมั้งครับ”
“เต็นท์ตรงปากอ่าวนั่นน่ะหรือ”
“ครับ” บอกจบก็ค้อมตัวให้หญิงสาวที่อายุน้อยกว่าแต่ตำแหน่งงานใหญ่กว่าตน ก่อนผละไปเงียบ ๆ ให้อีกฝ่ายมองไปตามทางที่ชายหนุ่มมุ่งหน้าไป
“ห้องก็มีให้พัก ทำไมต้องไปนอนเต็นท์ด้วยนะคุณร็อกเนี่ย”
“แฟนใครยะคนนั้น”
“ไม่ใช่ของฉัน”
“ไม่มีเจ้าของงั้นฉันเอานะจ๊ะ ขาว ยาว ใหญ่ ล่ำแบบนี้ของชอบเลย” เฌอบอกแล้วเดินกรีดกรายไปทักทายหนุ่มร่างใหญ่กล้ามแน่นที่มองจิกอยู่ตรงที่นั่งข้างกันกับธาราทิพย์
“ไงธารา มางานของส้มเหมือนกันหรือ”
“ไม่มาได้ยังไง เพื่อนรักแต่งงานทั้งที”
คนถามยิ้มเจื่อนมองแก้วในมือของเธอแล้วบอกราวกับหวังดี “อย่าดื่มเยอะล่ะ”
“ไปนะ” อีกคนที่ยืนตรงนั้นด้วยบอกก่อนจะดึงเอาตัวเพื่อนเดินจากเธอไป
ธาราทิพย์นั่งจิบเครื่องดื่มในมือ พร้อมกับนั่งมองผู้คนในงานตรงมุมมุมหนึ่งด้วยความรู้สึกเหงาและวังเวง แม้จะมีเพื่อนแวะมาพูดคุยด้วย แต่เธอก็พอจับได้ถึงความรู้สึกที่พวกนั้นมีให้
คงสมเพชเธอสินะ
และที่เธอมางานเลี้ยงในคืนนี้ ก็ไม่ได้มารอสาดน้ำกรดใส่ใครทั้งนั้น ก็แค่อยากมา มาดูหน้าคนที่เคยคิดว่ารักและหวังดีต่อกันมาตลอด สองคนนั้นทำกับเธอลงคอได้อย่างไร ไม่ได้อาลัยอาวรณ์ใครหรอก จริง ๆ นะ ถ้าบอกแบบนี้จะมีใครเชื่อเธอไหม
ช่างปะไร ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ใครสนกัน