แต่ถึงอย่างนั้น กู้อี้อันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็แค่มองดูเธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลดสายตาลงเพื่อหลบสายตาของเธอ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปในรถทันที
พอกู้อี้อันขึ้นรถไปแล้ว รถเก๋งสีดำก็แล่นไปบนถนนอย่างรวดเร็วทันที
ภายในเวลาแค่สองสามวินาที เจียงเหวยอี้ก็มองไม่เห็นรถของกู้อี้อันแล้ว
ภายใต้แสงไฟสลัว ๆ บนถนน ชุดแต่งงานสีขาวที่โชกไปด้วยเลือดนั้นกลายเป็นสีแดงสดที่สะดุดตา
คุณนายกู้ยืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของเธอซีดเผือดเพราะความตกใจ เธอไม่กล้าแตะต้องเจียงเหวยอี้ เพราะกลัวว่าจะทำให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้
“อี้อี้ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ!”
ตอนนี้ คุณนายกู้นั้นไม่มีเวลามาสนใจเรื่องที่กู้อี้อันหนีไปแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรเรียกรถพยาบาลทันที
เจียงเฉาเชิงรีบวิ่งเข้ามาหา พอเห็นเจียงเหวยอี้ที่ล้มอยู่บนพื้นก็หน้าซีดเซียวขึ้นมาทันที ก่อนจะพูดเสียงสั่นขึ้นมาว่า “อี้อี้ ลูกเป็นยังไงบ้าง?”
เขาไม่กล้าแตะต้องลูกสาวของเขาเช่นกัน ตอนนี้ชายวัยห้าสิบคนนี้ร้อนใจจนตาแดงก่ำไปหมดแล้ว
เจียงเหวยอี้ยกมือขึ้นจับแขนพ่อของเธอ ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่น่องของเธอทำให้ใบหน้าของเธอขาวซีดราวกับกระดาษ เธอมองไปที่เจียงเฉาเชิง แววตาแดงก่ำของเธอนั้นไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ “พ่อคะ หนูเจ็บมากค่ะ...”
เจ็บมาก เจ็บน่อง และก็เจ็บใจด้วยเช่นกัน!
เจียงเฉาเชิงไม่เคยเห็นเจียงเหวยอี้ร้องไห้มาก่อน แต่ตอนนี้พอเห็นลูกสาวสุดที่รักของเขาร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด เขานั้นก็อยากจะโดนชนแทนซะจริง ๆ !
“ไม่ต้องกลัวนะอี้อี้ พ่ออยู่นี่แล้ว!”
เขาโน้มตัวเข้าไปกอดเจียงเหวยอี้อย่างระมัดระวัง แต่เจียงเหวยอี้นั้นทนไม่ไหวแล้ว ก่อนจะเรียกว่า “พ่อ” แล้วก็หมดสติไปทันที
เจียงเหวยอี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งไปที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นก็ได้รับการช่วยชีวิตข้ามคืนถึงแปดชั่วโมงถึงจะออกมาจากห้องผ่าตัดได้
แต่ถึงอย่างนั้น เจียงเหวยอี้นั้นก็ยังไม่พ้นภาวะวิกฤติอยู่ดี ถ้าเธอไม่สามารถฟื้นขึ้นมาในช่วงสี่สิบแปดชั่วโมงวิกฤตินี้ได้หล่ะก็จะไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว
พอเจียงเฉาเชิงรู้ข่าวนี้ เขาก็แทบจะหมดสติไปทันที
ภรรยาของเขาจากไปเร็วและทิ้งเจียงเหวยอี้ ลูกสาวสุดที่รักเอาไว้ วันนี้ควรจะเป็นวันดี แต่กลับต้องกลายมาเป็นแบบนี้เพราะกู้อี้อันหนีไปแท้ ๆ !
พอเห็นคนของตระกูลกู้ เจียงเฉาเชิงก็ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป “ไสหัวไปซะ! พวกแกไสหัวไปให้หมดเลยนะ!”
เขาไล่คนตระกูลกู้ออกไปทันที ในห้องผู้ป่วยนั้นเหลือแค่หลี่จื่อหลี เพื่อนสนิทของเจียงเหวยอี้แค่คนเดียว
หลี่จื่อหลีที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวนั้น ในงานแต่งงาน เธอก็อยู่ในห้องจัดเลี้ยงเหมือนเพื่อนเจ้าสาวคนอื่น ๆ แต่รอจนกว่าที่เธอได้รับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เจียงเหวยอี้ก็ถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลไปแล้ว
เธอไม่เข้าใจว่า ทั้ง ๆ ที่เป็นวันแต่งงานดี ๆ แต่แล้วอี้อี้ของเธอ จะกลายมาเป็นสภาพแบบนี้ได้อย่างไร!
กู้อี้อันนั้นไม่เห็นใจคนอื่นบ้างเลยรึไงกัน!
หลี่เยว่หรงกับกู้เฉิงหล่างนั้นโดนเจียงเฉาเชิงไล่ออกมาจากตึกผู้ป่วยใน พอมองแผ่นหลังของเจียงเฉาเชิง กู้เฉิงหล่างก็อดไม่ได้และถามขึ้นมาว่า “กู้อี้อันอยู่ที่ไหน? !”
พอพูดถึงกู้อี้อัน สีหน้าของหลี่เยว่หรงก็ดูแย่ขึ้นมาทันที
คืนนี้ ถ้ากู้อี้อันไม่หนีไปจากงานแต่งงานหล่ะก็ เจียงเหวยอี้ก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
หลี่เยว่หรงนั้นไม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองนั้นจะหลงใหลในตัวจ้าวชือเหยียนจนหน้ามืดตามัวอะไรนักหนา ถึงได้จากไปอย่างไม่สนใจอะไรในวันสำคัญเช่นนี้ได้
พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ตระกูลกู้กับตระกูลเจียงก็กลายเป็นตัวตลกในเมืองเอ
คนที่ซวยที่สุดนั้นก็คงจะเป็นเจียงเหวยอี้แล้ว คืนวันงานแต่งงานนั้น เธอเกือบจะได้ขึ้นไปบนเวทีและเข้าพิธีกันแล้ว แต่กู้อี้อันที่เป็นเจ้าบ่าวกลับหนีไปโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
การกระทำที่กู้อี้อันหนีงานแต่งงานไปแบบนี้ มันทำให้เจียงเหวยอี้กลายเป็นคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอายที่สุดเลยอย่างไม่ต้องสังสัย
ตอนที่เจียงเหวยอี้ฟื้นขึ้นมานั้นก็เป็นเช้าวันที่สองแล้ว พอเธอลืมตาก็เห็นหลี่จื่อหลีฟุบอยู่ข้างเตียง เธออยากจะขยับแต่กลับพบว่าทั้งตัวนั้นถูกพันด้วยผ้าก็อซ
มีแค่มือทั้งสองข้างเท่านั้นที่ยังดีอยู่
เจียงเหวยอี้เห็นโทรศัพท์มือถือที่อยู่ข้าง ๆ เธอ เธออดทนต่อความเจ็บปวดและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูหน้าจอ แต่กลับพบว่าไม่มีข้อความใด ๆ เลย
จู่ ๆ โทรศัพท์ก็สั่นและมีข่าวท้องถิ่นปรากฏขึ้นมาว่า “งานแต่งงานระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลกู้นั้น คุณชายกู้เลือกที่จะหนีงานแต่งงานและบินไปหาคนรักที่เมืองบีในคืนวันนั้น...”
มือของเจียงเหวยอี้สั่นเทา โทรศัพท์มือถือเลยหล่นไปกระแทกราวกั้นเตียงผู้ป่วยและตกลงบนพื้นดัง “ตึก”
หลี่จื่อหลีสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนจะมองไปที่เจียงเหวยอี้ พอเห็นเจียงเหวยอี้ฟื้นขึ้นมาแล้ว หลี่จื่อหลีทั้งตื่นเต้นและปวดใจ “อี้อี้ เธอฟื้นแล้วเหรอ?”
“จื่อหลี...”
เจียงเหวยอี้มองไปที่หลี่จื่อหลีก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
หลี่จื่อหลีเพิ่งตื่นขึ้นมา บวกกับว่าเจียงเหวยอี้นั้นเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาเลยไม่ได้คิดอะไรมาก และคิดแค่ว่ามีอะไรร่วงลงมาแล้วเท่านั้น
เธอโน้มตัวลงไปและเห็นโทรศัพท์มือถือของเจียงเหวยอี้
หลี่จื่อหลีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทันทีที่เธอหยิบมันขึ้นมา เธอก็เห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ ด้านล่างนั้นยังมีภาพกู้อี้อันกอดจ้าวชือเหยียนอยู่ด้วย
หลี่จื่อหลีโกรธจนตัวสั่นไปหมด เธอไม่รู้ว่าเจียงเหวยอี้เห็นแล้วรึยัง เพราะกลัวว่าเจียงเหวยอี้จะยิ่งรู้สึกไม่ดีเลยพยายามระงับความโกรธไว้ ก่อนจะแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อี้อี้ เธอฟื้นแล้ว ฉันไปเรียกหมอมานะ!”
เจียงเหวยอี้เหลือบมองโทรศัพท์มือถือที่หลี่จื่อหลีวางกลับไปบนโต๊ะข้างเตียง ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะหลับตาลงและพูดเบา ๆ ว่า “ค่ะ”
หลี่จื่อหลียังคงสวมชุดเพื่อนเจ้าสาวเมื่อวานอยู่ เมื่อคืนเธอไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและอยู่เฝ้าเธอที่นี่ทั้งคืน!
เจียงเหวยอี้ไม่อยากให้เพื่อนสนิทของเธอเป็นห่วงเธออีก แถมตอนนี้เธอเองก็ควรจะได้สติสักทีแล้ว
ถึงจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กสิบสองปีแล้วจะยังไงหล่ะ เมื่อมีจ้าวชือเหยียนอยู่ด้วย เธอก็เป็นได้แค่ตัวเลือกที่สองของกู้อี้อันเท่านั้น
แต่ก่อนนั้น เธอบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร คนที่กู้อี้อันรักคือเธอ ไม่เป็นไรหรอก
แต่ตอนนี้ความเจ็บปวดปางตายทั่วร่างกายของเธอกำลังบอกเธอว่ามันไม่ใช่เป็นแบบนั้น
ถ้ากู้อี้อันรักเธอจริง เขาจะทิ้งเธอไปอย่างไม่สนใจใยดีทุกครั้งแบบนี้ได้ยังไงกัน?
พอแล้ว! พอแล้วจริง ๆ !
เจียงเหวยอี้กำผ้าปูที่นอนแน่นและกัดฟัน แบบนี้ก็ยิ่งทำให้แผลบนตัวของเธอนั้นยิ่งเจ็บเข้าไปอีก
แต่คงต้องเป็นแบบนี้ เธอถึงจะได้มีสติมากขึ้น
เธอทนมามากพอแล้ว!
ไม่นานหลี่จื่อหลีก็กลับมาแล้ว เจียงเฉาเชิงซื้ออาหารเช้ามาด้วย พอเห็นว่าในที่สุดเจียงเหวยอี้ก็ฟื้นขึ้นมาได้สักที ความตึงเครียดมาตลอดทั้งคืนนั้นก็ผ่อนคลายลงในที่สุด
พอหมอตรวจเจียงเหวยอี้เสร็จ เจียงเฉาเชิงที่เพิ่งจะเดินออกไปจากห้องผู้ป่วยได้ไม่กี่ก้าวก็หมดสติไปทันที
พอเจียงเหวยอี้ได้ยินเสียงจากข้างนอก ก็ตะโกนเรียก “พ่อ” ขึ้นมาทันที ใบหน้านั้นซีดเผือดและฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมา
หลี่จื่อหลีปลอบเจียงเหวยอี้และรีบออกไปดูทันที
เจียงเหวยอี้นอนอยู่บนเตียงคนไข้ พลางเงยหน้ามองเพดาน เธอไม่เคยรู้สึกเกลียดตัวเองมากขนาดนี้มาก่อนเลย
พอเสิ่นจิ้นโจวกับเฉินเจียมู่ออกมาจากลิฟต์ก็เห็นเจียงเฉาเชิงโดนหมอและพยาบาลพยุงไปที่ห้องพักญาติ
เฉินเจียมู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “คุณเสิ่น?”
ผู้ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะยกมือเพื่อบอกให้เฉินเจียมู่ไปดูสถานการณ์
พอเฉินเจียมู่ได้รับคำสั่งก็รีบหันหลังและตามไปดูสถานการณ์ของเจียงเฉาเชิงทันที
เสิ่นจิ้นโจวเก็บสายตาและเดินเข้าไปยังเขตห้องพักผู้ป่วยต่อ
ไม่นาน เขาก็เดินมาถึงห้องของเจียงเหวยอี้
แววตาสีดำของเขาขยับเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป
พอได้ยินเสียงฝีเท้า เจียงเหวยอี้ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็สบตาเข้ากับแววตาสีดำที่ลึกล้ำของผู้ชายคนนั้นเข้า “คุณเสิ่น?”
“คุณเจียง คนที่ชนคุณเมื่อวานนี้คือผมเอง คุณอยากให้ชดเชยยังไง?”
เสียงของผู้ชายคนนั้นทุ้มและเบา แต่น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นกลับดูเย็นชาและเหินห่าง คำพูดแบบนี้นั้น เขาพูดออกมาได้เรียบและสงบมาก
เจียงเหวยอี้อึ้งไปครู่หนึ่ง เรื่องเมื่อคืนถือว่าเป็นอุบัติเหตุ เป็นเพราะเธอที่ตามกู้อี้อันไปก็เลยไม่ทันได้มองรถ พอคิดดูแล้ว เธอเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
เจียงเหวยลดสายตาลงมาเพื่อมองผ้าก๊อซบนตัวและไม่ได้พูดอะไร
จู่ ๆ โทรศัพท์ที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็สั่น หน้าจอนั้นสว่างขึ้นมา เธอหันหน้าและพยายามหยิบโทรศัพท์อย่างยากลำบาก แต่กลับไปดึงบาดแผลเข้า ความเจ็บปวดนั้นทำให้ใบหน้าของเธอซีดเผือดขึ้นมาทันที
เสิ่นจิ้นโจวมองอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์แล้ววางไว้ตรงหน้าเธอ
เจียงเหวยอี้ยังไม่ทันรับโทรศัพท์มาก็เห็นข้อความของจ้าวชือเหยียนจากหน้าจอที่ยังสว่างอยู่
เจียงเหวยอี้มองดูข้อความนั้น จู่ ๆ ก็มีความคิดที่เกินเลยและไร้สาระผุดขึ้นมา
เธอไม่ได้รับโทรศัพท์ แต่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วมองไปที่เสิ่นจิ้นโจวโดยตรง “แต่งงาน”
เธอรู้ว่าตัวเองกำลังบังคับให้คนอื่นทำเรื่องลำบากใจอยู่ แต่ทุกคนนั้นต่างก็หัวเราะเยาะเธอ เธออยากจะตบหน้าคนที่หัวเราะเยาะเธอแรง ๆ สักรอบ!
เธอกัดฟันและพูดย้ำขึ้นมาอีกครั้ง “คุณแต่งงานกับฉัน”