ตอน 2

แสงแดดที่แผดเผา ไม่ได้ทำให้หลินตงหยางรู้สึกร้อนเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่วันที่ตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กชายที่มีชื่อแซ่เดียวกับตัวเอง หลินตงหยางถอนหายใจไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ชีวิตที่แล้วของเขาถึงแม้จะยากลำบากแต่มันก็ไม่ได้ลำบากขนาดนี้ แบบนี้อย่าเรียกว่ายากจนข้นแค้นเลย เรียกว่าแร้นแค้นดูจะเหมาะสมกว่า

หลินตงหยางยืนมองเทือกเขาที่อยู่ไกลออกไป สีเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า ป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ ภูเขาที่ไม่ใช่ภูเขาหัวโล้นเหมือนในยุคที่เขาจากมา แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ภูเขาจะหัวโล้นหรือไม่หัวโล้น ปัญหามันอยู่ที่ว่าตอนนี้อาหารที่บ้านของเขาได้หมดลงเมื่อสามวันก่อน สามวันก่อนก็คือวันที่หลินตงหยางเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กคนนี้ ที่ถูกยายแก่ที่ได้ชื่อว่าย่าทุบตีจนตายเพราะผักป่าเพียงตะกร้าเดียว

สามวันมานี้ หลินตงหยางต้องพยายามทำใจยอมรับอย่างยากลำบาก ชีวิตคนเรามันจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขนาดนี้เลยหรือ เดิมทีหลังจากฟื้นขึ้นมาเขาไม่คิดว่าตัวเองจะตายจริง ๆ ก็แค่นอนหลับไปเท่านั้น หน้าที่การงานของเขากำลังรุ่งโรจน์

แต่แล้วพอพัฒนาเกมกำลังภายในจนสำเร็จกลับต้องมาตาย มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับได้ แต่ในที่สุดก็ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น หลินตงหยางโปรแกรมเมอร์ได้ตายไปแล้ว และได้มาอยู่ในร่างของหลินตงหยาง ที่นอกจากจะชื่อแซ่เดียวกันแล้วยังมีเรื่องราวชีวิตที่เหมือนกันอีกด้วย

เดิมทีหลินเหมยเจียงแม่ของหลินตงหยางเป็นลูกสาวของพ่อค้า แต่เดิมฐานะร่ำรวยแต่หลังจากเกิดเหตุการณ์โจรปล้นในครั้งนั้นทำให้นางเสียมารดาไป เวลาต่อมาถึงแม้บิดาจะลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งเพราะมีลูกสาวที่จะต้องเลี้ยงดู แต่ทว่าฐานะกลับไม่ได้ร่ำรวยเช่นเดิม แต่ก็ถือว่าดีกว่าชาวบ้านทั่วไปมากนัก

หลายปีต่อมาสองพ่อลูกได้ย้ายมาอยู่บ้านเดิมของมารดา แม่ของหลินตงหยางในวัยที่พร้อมจะออกเรือนจึงได้หมั้นหมายกับซ่งเหอซีบัณฑิตหนุ่มอนาคตไกลในหมู่บ้านและได้แต่งงานกันในที่สุด หลังจากลูกสาวแต่งงานได้ไม่นาน ผู้เป็นพ่อก็จากไปด้วยวัยชรา

แต่ชายชราไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าลูกเขยที่ตัวเองหวังให้เป็นที่พึ่งพิงให้กับบุตรสาว ไม่เพียงแต่พึ่งพิงไม่ได้ยังทอดทิ้งนางและลูก แม่สามีรังแก ครอบครัวสามีเอารัดเอาเปรียบกดขี่ข่มเหง

สะใภ้ร่วมตระกูลยังรังแกนางและลูกทั้งสองคน สถานะของหลินเหมยเจียงในบ้านตระกูลซ่งนั้นไม่ต่างไปจากทาส ต้องทำงานเป็นวัวเป็นม้า ทั้งงานไร่งานนาและงานบ้าน

สินเดิมที่ติดตัวมาแม่สามียึดเอาไปเสียครึ่งหนึ่งอีกครึ่งหนึ่งนางนำไปขายเพื่อเป็นค่าศึกษาเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายของซ่งเหอซีผู้เป็นสามี หลินเหมยเจียงไม่เคยคิดเลยว่าพอสามีเข้าไปเล่าเรียนในเมืองก็ไปอยู่กินกับลูกสาวนายอำเภอลับหลังนาง

หลังจากซ่งเหอซีสอบได้ซิ่วไฉและจวี่เหริน พ่อตาที่เป็นนายอำเภอก็ใช้เส้นสายให้เขาได้รับตำแหน่งนายอำเภอเช่นเดียวกับตัวเอง ก่อนที่ซ่งเหอซีจะเดินทางไปรับตำแหน่งที่อำเภอหนิงก็ได้ยื่นหนังสือหย่าให้กับหลินเหมยเจียง

จากนั้นนางฉีกุ้ยเถียนหรือฉีซื่อก็ได้ขับอดีตลูกสะใภ้และหลานชายหลานสาวทั้งสองคนออกจากตระกูลรวมถึงลบชื่อของทั้งสองคนออกจากผังตระกูลด้วย

สามแม่ลูกจึงได้กลับไปอาศัยอยู่บ้านเก่าของหลินเหมยเจียงที่อยู่ท้ายหมู่บ้านติดเชิงเขา หลินเหมยเจียงคิดว่าตัวเองยังโชคดีที่ไม่ได้ขายบ้านหลังนี้กับที่ดินอีก 5 หมู่ ตามที่ซ่งเหอซีขอร้องให้นางขายเพื่อนำเงินมามอบให้เขาก่อนออกเดินทางไปสอบเค่อจวี่ในครั้งนั้น

ไม่รู้ว่าหลินตงหยางถอนหายใจไปแล้วกี่ครั้ง พวกผีร้ายตระกูลซ่งรอรับการเอาคืนจากเขาได้เลย ไหน ๆ ก็กลับไปไม่ได้แล้ว การเกิดมาไม่มีบิดาเลี้ยงดูสองชาติภพของเขาไม่ใช่สิ่งที่ร้ายแรง ชาติที่แล้วเขาไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณของแม่ผู้ให้กำเนิดเพราะท่านเสียชีวิตในวันที่เขาเรียนจบ ถ้าเช่นนั้นก็ตอบแทนแม่ผู้ให้กำเนิดของร่างนี้เลยก็แล้วกัน หลังจากตัดสินใจได้แล้ว หลินตงหยางก็สะพายตะกร้าไม้ไผ่ เดินขึ้นเขาไปเพื่อหาอาหารกลับมาให้แม่ที่กำลังเจ็บป่วยและน้องสาวที่หิวโหย

ลูกหลานบ้านตระกูลซ่งล้วนแล้วแต่ขึ้นเขาไปตัดฟืนกันทั้งนั้นยกเว้นซ่งซีซวนกับซ่งเฟยฉี ที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสำนักศึกษาที่ตัวอำเภอ ส่วนซ่งลี่ฉุนนั้นเรียนที่โรงเรียนส่วนตัวที่หมู่บ้านข้าง ๆ

ส่วนลูกหลานคนอื่น ๆ ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะนางฉีซื่อกำหนดเอาไว้ว่าครอบครัวลูกชายหนึ่งคนสามารถส่งให้ลูกตัวเองเรียนได้หนึ่งคนเท่านั้น ถึงจะพูดแบบนั้นแต่นางยังลำเอียงกับบ้านสามเพราะซ่งลี่ฉุนไม่ได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาในอำเภอเหมือนบ้านหนึ่งและบ้านสอง เพราะนางฉีไม่ค่อยจะชอบลูกสะใภ้สามที่มีฐานะไม่ดีเท่าลูกสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รอง

หลินตงหยางเดินมาถึงเชิงเขาก็พบเข้ากับเด็กบ้านซ่งที่กำลังลงจากเขามาเช่นเดียวกัน สำหรับเด็กพวกนี้หลินตงหยางไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายด้วย เพราะหลินตงหยางเจ้าของร่างเดิมถูกคนพวกนี้รังแกอยู่เสมอ มีเพียงซ่งลี่ฉุนเท่านั้นที่คอยแอบช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ ถ้าหากวันนี้เด็กนิสัยเสียพวกนี้กล้ารังแกเขาเหมือนทุกครั้งแล้วละก็ เขาจะเอาคืนให้สาสม

“ไง เจ้าเด็กไม่มีพ่อ ยังไม่ตายอีกรึ เก่งดีนี่ ถูกท่านย่าทุบตีขนาดนั้นยังลุกขึ้นมาได้อีก ในเมื่อลุกขึ้นมาแล้วก็ดี รีบ ๆ ไปเก็บผักป่ามาให้พวกข้าเสียดี ๆ หากไม่เก็บมาละก็ พวกข้าจะอัดเจ้าให้ตาย” ซ่งซีห่าว

“ใช่แล้วรีบ ๆ ไปเก็บมา พวกข้าจะนั่งรออยู่ที่นี่ หากไม่ทำตามคำพูดของพวกเราก็คอยดูเถอะว่าข้าจะจัดการเจ้ายังไง ตอนนี้ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวเจ้าได้หรอก แม่ที่ขี้โรคของเจ้า ท่านย่าบอกว่าอีกหน่อยก็จะตายไป ส่วนอาสี่ ก็ไม่ยอมรับพวกเจ้าแม่ลูก ตอนนี้ก็หย่าขาดกันแล้วภรรยาใหม่ของอาสี่ทั้งสวยทั้งรวย แม่ยาจกของเจ้าจะเอาอะไรมาสู้ได้” ซ่งเฟยอวี่

“นั่นสิ ท่านย่าบอกว่าแม่ของมันเป็นคางคกริอยากกินเนื้อหงส์ ท่านย่ายังบอกอีกว่า การที่ท่านย่ายอมให้อาสี่หมั้นและแต่งงานกับแม่ยาจกของพวกมันก็เพราะเห็นแก่สินเดิมที่ติดตัวมาแค่นั้น พอสินเดิมนั้นท่านย่ายึดไปแถมยังหน้าโง่ขายส่งอาสี่เรียนอีก แบบนี้ไม่เรียกว่าโง่แล้วจะเรียกว่าอะไรได้” ซ่งเฟยหลิง

“ยังจะมายืนจ้องหน้าข้าทำไม รีบ ๆ ไปสิเจ้าโง่นี่ หรือว่ามันโดนท่านย่าทุบตีจนเป็นใบ้ไปแล้ว” ซ่งซิ่วซิ่ว

“พวกเจ้าเห่าเสร็จหรือยัง ข้าจะได้ขึ้นเขาไปเสียที ต่อไปนี้สิ่งที่พวกเจ้าทำเอาไว้กับข้า ข้าจะเอาคืนพวกเจ้าให้สาสม หากใครกล้ามารังแกข้า ท่านแม่หรือน้องสาวของข้า อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ต่อไปนี้ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้ามาข่มเหงรังแกได้อีก ในชีวิตข้าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการที่เคยมีซ่งเหอซีเป็นพ่อ และญาติสารเลวอย่างพวกเจ้า แต่หลังจากที่ยายแก่เหนียงยานฉีกุ้ยเถียนขับไล่ท่านแม่และพวกข้าออกจากตระกูล พวกเจ้าจำใส่สมองที่มีอยู่น้อยนิดของพวกเจ้าว่า ข้าแซ่หลินหาได้แซ่ซ่ง การที่ข้าจะมีพ่อหรือไม่มีหาได้เกี่ยวอันใดกับพวกเจ้า หากยังมารังแกท่านแม่ของข้าอีก ข้าจะเข้าเมืองไปแจ้งทางการ”

“เจ้าขอทานนี่ปากดีนัก พวกเราจัดการสั่งสอนมารยาทให้ไอ้เด็กไม่มีพ่อหน่อยสิ มันจะได้รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร” ซ่งซีห่าว

หลินตงหยางหรือจะกลัว อย่างน้อย ๆ เขาก็ไม่ใช่เด็กสิบขวบจริง ๆ เสียหน่อย เดิมทีร่างกายนี้ก็ไม่แข็งแรงเพราะยังไม่หายดี อาการบาดเจ็บยังคงหลงเหลืออยู่ ยายแก่ฉีซื่อลงมือหนักมากจริง ๆ พวกเด็กบ้านซ่งง้างหมัดวิ่งเข้าหาหลินตงหยาง เขาเพียงเบี่ยงตัวหลบและต่อยออกไปสุดแรง หมัดของเขาปะทะเข้ากับซ่งเฟยอวี่ ทำให้ซ่งเฟยอวี่กระเด็นไปอัดกับต้นไม้ใหญ่

ส่วนคนอื่น ๆ ต่างรุมต่อยตีหลินตงหยาง เขาเองก็ตอบโต้ทุกคน เพราะไม่รู้ตัวว่าได้สกิลความสามารถจากเกมกำลังภายในที่ตัวเองพัฒนามาจนสำเร็จติดตัวมาด้วย เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองคงเจ็บหนักแล้ว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเด็กบ้านซ่งต่างพ่ายแพ้ให้กับเขา

“เหอะ ที่ผ่านมาข้าเห็นแก่ท่านแม่ถึงไม่ลงมือกับพวกเจ้า ตอนนี้ข้าไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น ต่อให้เป็นสตรีข้าก็ไม่มีทางละเว้น จำเอาไว้ให้ดี หากข้าพบเจอพวกเจ้าที่ใด ข้าจะทุบตีพวกเจ้าที่นั่น”

หลังจากนั้นหลินตงหยางก็เดินขึ้นเขาไปด้วยความสงสัย ร่างกายนี้ไม่ใช่ว่าอ่อนแออยู่หรือ เหตุใดจึงมีแรงมากถึงเพียงนั้น ไม่รู้ว่าเจ้าซ่งเฟยอวี่นั่นจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่จะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะใครใช้ให้พวกเขามารนหาที่เอง หลินตงหยางเดินขึ้นเขาไปก็มองมือตัวเองไป

“เฮ้อ หากว่าเรามีสกิลขั้นเทพเหมือนในเกมก็คงจะดี ข้าจะได้จับหมูป่าไปขายหาเงินพาท่านแม่ไปหาหมอ แต่นี่มันโลกแห่งความจริงไม่ใช่โลกในเกมเสียหน่อย”

หลินตงหยางเดินบ่นขณะขึ้นเขาไป ตอนนี้อากาศร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก ผักป่าบริเวณนี้ถูกชาวบ้านเก็บไปหมดแล้ว มีทางเดียวที่จะหาของกินได้คือต้องเข้าป่าลึกไปอีก ตอนนี้เขาไม่กลัวสัตว์ป่าอันตรายแต่กลัวหิวตายรอบสองมากกว่า ยังไม่ทันได้แก้แค้นตระกูลซ่งเลย จะมาหิวตายไม่ได้ เอาไว้มีเงินเมื่อไหร่เขาจะพาท่านแม่และน้องสาวย้ายออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้

ทางด้านพวกเด็กบ้านซ่งต่างกลับบ้านไปด้วยสภาพร่างกายบาดเจ็บ เมื่อกลับไปถึง นางฉีซื่อก็โมโหมาก เมื่อเห็นว่าหลานชายหลานสาวของตัวเองถูกทุบตีกลับมา ด้วยความโมโหจึงตรงไปยังบ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้าน หวังจะไปทุบตีหลินตงหยาง

ตอน 3

หลินตงหยางคิดเอาไว้ว่าฉีกุ้ยเถียนจะต้องตามไประรานท่านแม่กับน้องสาวของเขาเป็นแน่ ด้วยความเร่งรีบเด็กชายวัยสิบขวบที่ไส้ในเป็นชายหนุ่มวัย 27 ปี รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้เข้าไปในป่าลึกให้มากกว่านี้ ถึงแม้ว่าแสงแดดจากดวงอาทิตย์จะเริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ทำให้หลินตงหยางถอดใจแม้แต่น้อย หากว่าวันนี้เขาไม่ได้ของที่กินได้กลับไปเกรงว่าท่านแม่และน้องสาวคงจะแย่แน่ ๆ

หลินตงหยางมีความมุ่งมั่นว่าจะต้องแก้แค้นให้ได้ ในใจเขาตอนนี้อัดแน่นไปด้วยความแค้นที่มีต่อซ่งเหอซีบิดาของร่างนี้และคนตระกูลซ่งที่คอยทำร้ายมารดาและน้องสาวของเจ้าของร่าง ด้วยหากว่าจัดการกับพวกผีหิวโหยที่ชั่วร้ายพวกนี้ไม่ได้เกรงว่าเจ้าหนูหลินตงหยางที่ตายไปวิญญาณคงไม่มีทางสงบแน่

“ขอให้เจอของที่กินได้ด้วยเถอะ แร้นแค้นจริง ๆ เลยให้ตายเถอะ ชาติที่แล้วก็ไม่เคยต้องลำบากขนาดนี้ ยังดีนะที่ตอนเป็นเด็กแอบหนีขึ้นไปเล่นบนภูเขาบ่อย ๆ เฮ้อ ตงหยางเอ๊ยตงหยางได้ชีวิตใหม่มันก็ดีอยู่หรอก แต่ทำไมจะต้องมาอยู่ในครอบครัวแบบนี้ด้วย แบบนี้เขาเรียกว่าสวรรค์กลั่นแกล้งหรือเปล่าเนี่ย ไม่รู้ว่าป่านนี้ จะมีใครรู้หรือยังว่าเราตายแล้ว หรืออาจจะไม่มีใครรู้ ศพคงจะเน่าขึ้นอืดไปแล้ว ยังดีที่เกมพัฒนาเสร็จแล้ว เสียดายเงินในบัญชี คอนโด รถ ชะมัดเลย” หลินตงหยางเดินบ่นขณะเดินเข้าไปในป่าลึก

ในป่าลึกที่ไม่เคยมีชาวบ้านกล้าเข้าไปนอกจากพรานป่า เพราะอาจจะมีสัตว์ป่าดุร้ายออกมาทำร้ายเอาได้ นอกเหนือจากพรานป่าแล้วเห็นจะเป็นพวกชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเข้ามาล่าสัตว์ ส่วนเด็กและผู้หญิงจะหาผักป่าอยู่รอบนอกเท่านั้น หลินตงหยางไม่สนใจว่าจะมีตัวอะไรออกมา ไม่ว่าจะเป็น เสือ หมี หรืออะไรก็ตาม ขอเพียงให้ได้อาหารกลับไปให้แม่และน้องสาวได้กินเพื่อประทังชีวิตก็พอ

หลินตงหยางเดินเข้าป่าลึกมาเรื่อย ๆ ในที่สุดก็เจอเผือกสองต้น ถึงแม้ว่ามันจะต้นใหญ่มาก แต่เขามั่นใจว่ามันคือเผือก ในที่แห่งนี้ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ขนาดเขาที่ตายแล้วยังได้มาเกิดใหม่เลย นับประสาอะไรกับเผือกที่มันจะมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยเห็นจะเป็นไปไม่ได้ เขาลงมือขุดเผือกอย่างว่องไวไม่นานเผือกหัวใหญ่ทั้งสองหัวก็ถูกวางลงใส่ในตะกร้าสะพายหลัง

หลังจากได้เผือกแล้วหลินตงหยางก็เดินเข้าป่าลึกไปอีกครั้ง ยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่าแสงแดดยิ่งส่องลงมาไม่ถึงทำให้ป่าดูมืดทึบอึมครึมเป็นอย่างมาก เดินไปได้ไม่นานก็พบเห็ดป่าเกิดขึ้นอยู่เต็มไปหมด ดูเหมือนว่าจะเป็นเห็ดกระเพาะแพะหรือที่เรียกกันว่าเห็ดหยางตู่ ในยุคปัจจุบันที่เขาจากมาเห็ดชนิดนี้มีราคาแพงเป็นอย่างมาก

ไม่รู้ว่าในโลกแห่งนี้เห็ดชนิดนี้จะสามารถขายได้หรือไม่หรือว่ามีคนรู้จักหรือไม่ หลินตงหยางไม่ลังเลใจที่จะเก็บเห็ดหยางตู่เลยสักนิด ในเมื่อพบของที่กินได้แล้วก็ต้องเอากลับไป เสียอย่างเดียวไม่มีไก่ ถ้ามีไก่สักตัวคงได้ต้มน้ำแกงไก่ใส่เห็ดหยางตู่บำรุงร่างกายให้ท่านแม่และน้องสาว หลังจากเก็บเห็ดจนเกือบเต็มตะกร้าแล้ว หลินตงหยางก็หันหลังออกจากป่าลึกไปทันที

เดินออกมาจนถึงป่ารอบนอก เด็กชายมองซ้ายมองขวาหากิ่งไม้แห้งเพื่อนำกลับไปทำฟืน หลินตงหยางเก็บฟืนจนพอใช้ในวันนี้แล้วจากนั้นก็เดินออกจากป่ามุ่งหน้ากลับบ้านทันที เด็กชายกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากป่าด้วยกลัวว่านางฉีกุ้ยเถียนยายแก่มหาภัยจะไปอาละวาดรังแกท่านแม่และน้องสาว

จึงไม่ได้มองว่าในพุ่มไม้มีไก่ป่ากำลังกกไข่อยู่ ด้วยความเร่งรีบหลินตงหยางสาวเท้าไปด้วยความเร็วไก่ป่าที่กำลังกกไข่อยู่ในรังตกใจ จึงได้บินขึ้นมา จังหวะเดียวกับที่หลินตงหยางเดินไปถึงพอดี ด้วยความตกใจที่อยู่ ๆ ก็มีไก่บินมาตรงหน้า เขาจึงยกมือขึ้นฟาดไปยังตัวไก่ ทำให้ไก่ตกลงมาตายทันที

“เพ้ย ตกใจหมด อ้าวตายแล้วหรือ แต่ว่าข้าแค่ฟาดเบา ๆ เองนะ ทำไมตายล่ะ”

หลินตงหยางไม่เข้าใจ และยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้น ความเป็นจริงร่างกายนี้อ่อนแอเป็นอย่างมาก แต่ไม่น่าจะตบไก่ตายด้วยฝ่ามือเดียวได้ หรือว่าไก่อ่อนแอเกินไป เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เขาก็ไม่คิดหาคำตอบอีก ดีเสียอีกมีไก่แล้ว หลินตงหยางเห็นว่าเป็นไก่ตัวเมียไม่รู้ว่าจะมีไข่ไก่หรือไม่ เขาจึงได้แหวกพุ่มไม้ดู ก็พบรังไก่ป่าที่มีไข่มากกว่า 10 ฟองอยู่ นับว่าวันนี้โชคดีเป็นอย่างยิ่ง ที่สามารถหาอาหารได้ ในที่สุดก็รอดตายไปได้หนึ่งวัน

หลังจากเก็บไข่ป่าใส่ตะกร้ารวมถึงไก่ป่าด้วย หลินตงหยางก็ยกฟืนขึ้นปิดตะกร้าเอาไว้จากนั้นก็แบกตะกร้าวิ่งกลับบ้านไปด้วยความดีใจ อย่างน้อยวันนี้ก็มีอาหารแล้ว ตราบใดที่ขยันชีวิตย่อมมีหนทางพบแสงสว่าง หลินตงหยางสัญญากับเจ้าของร่างเดิมว่าจะดูแลท่านแม่และน้องสาวของเขาให้ดี ที่สำคัญจะหาสามีใหม่ให้ท่านแม่ที่ดีกว่าไอ้เจ้าซ่งเหอซีนั่นเป็นสิบเท่าร้อยเท่าเลย

หลินตงหยางรีบเร่งที่จะกลับถึงบ้านให้เร็วที่สุดเพราะกลัวว่านางฉีกุ้ยเถียนจะมาอาละวาดในตอนที่เขาไม่อยู่ และก็เป็นไปตามคาด หลังจากหลินตงหยางกลับมาถึงบ้านยังไม่ทันที่จะได้เข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงน้องสาวร้องไห้ และเสียงท่านแม่อ้อนวอนนางฉีกุ้ยเถียนให้ปล่อยหลินเหมยหลิงและหยุดทุบตีนาง เสียงร้องไห้บวกกับเสียงอ้อนวอนอันอ่อนแรงทำให้คนฟังรู้สึกปวดใจเป็นที่สุด

“ปล่อยข้านะ อย่าตีข้าเลย ข้าเจ็บ ฮือ ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย”

“ข้าจะตีเจ้าให้ตาย เจ้ามันแค่ตัวขาดทุน ของแถมไร้ราคา วันนี้ข้าจะตีพวกเจ้าให้ตาย เศษสวะเช่นพวกเจ้าไม่สมควรมีชีวิตอยู่ กล้าดียังไงมารังแกหลานของข้า สารเลวตงหยางมันอยู่ที่ไหน เรียกมันออกมาเดี๋ยวนี้”

“ปล่อยลูกข้านะ” หลินเหมยเจียงเอาตัวเข้าไปบังท่อนไม้ที่กำลังจะตกลงมาบนตัวของลูกสาว

ฉีกุ้ยเถียนเห็นว่าอดีตลูกสะใภ้เอาตัวเข้ามาบังก็ยิ่งฟาดแรงยิ่งกว่าเดิม หลินตงหยางที่เอาตะกร้าไปซ่อนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว วิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว เขากระโดดถีบนางฉีกุ้ยเถียนจนนางล้มลงไป จากนั้นเด็กชายก็ลากนางฉีกุ้ยเถียนออกจากแม่และน้องสาว

“ไอ้เด็กสมควรตาย แกกล้าทำร้ายข้าที่เป็นผู้อาวุโสหรือ แกกล้าทำร้ายย่าของแกหรือ”

“หยุด ใครเป็นหลานของแก ข้าไม่มีย่าที่น่ารังเกียจแบบเจ้า เจ้าด่าน้องสาวของข้าว่าเป็นของแถม เป็นตัวขาดทุน แล้วเจ้าล่ะยายแก่ไม่ใช่ของแถมไม่ใช่ตัวขาดทุนเช่นกันรึ แกมันเป็นหญิงแก่ที่น่ารังเกียจ กล้าดียังไงมาทุบตีน้องสาวกับท่านแม่ของข้า อย่าลืมว่าที่นี่บ้านสกุลหลิน และข้าแซ่หลินไม่ได้แซ่ซ่ง”

“เจ้า ไอ้เด็ก...” ยังไม่ทันที่ฉีกุ้ยเถียนจะได้เอ่ยปากด่า หลินตงหยางก็พูดขึ้นมาก่อน

“หยุด เจ้าไม่ต้องมาด่าข้าว่าข้ามันไอ้เด็กเดรัจฉาน ข้าว่าพวกเจ้านั่นแหละ เดรัจฉาน สินเดิมของแม่ข้า เจ้าก็ยึดเอาไป ไหนจะต้องขายไปส่งเสียให้ลูกเดรัจฉานของเจ้าได้ร่ำเรียนอีก หากจะมีใครเดรัจฉาน มันก็คือพวกเจ้าตระกูลซ่ง หาใช่มารดาของข้าไม่ ออกไปจากบ้านของข้า และอย่าได้มาที่นี่อีก หากใครมันกล้ามาข้าจะตีขาของมันให้หัก หากใครมันกล้ารังแกท่านแม่กับน้องสาวของข้า ข้าจะเอาคืนให้สาสม ข้าหลินตงหยางสาบานเอาไว้ตรงนี้เลย”

นางฉีกุ้ยเถียนรู้สึกตกใจไม่น้อยในอดีตหลินตงหยางเป็นเด็กที่ขี้ขลาด ขี้กลัวและไม่มีปากเสียงแล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าจะถูกนางทุบตีจนสมองกลับไปแล้ว

“ยังไม่ไปอีก รอให้ข้าไปส่งเรอะ ออกไปได้แล้ว”

“โครม” หลินตงหยางโยนท่อนไม้ในมือใส่ฉีกุ้ยเถียน

“ว้าย ฆ่าคนแล้ว” นางฉีกุ้ยเถียนรู้สึกตกใจมาก หรือว่าหลินตงหยางจะถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง

หลินเหมยเจียงนั่งมองอดีตแม่สามีวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกจากบ้านไป นางได้แต่ถอนหายใจและอดจะโทษตัวเองไม่ได้ หากนางเข้มแข็งมากกว่านี้ลูก ๆ คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้ นางมองดูลูกชายที่เดินเข้ามาช่วยพยุงนางให้ลุกขึ้น รู้สึกว่าลูกชายของนางในวันนี้ค่อนข้างต่างไปจากเดิมมาก

“ท่านแม่ น้องสาว ลุกไหวหรือไม่ น้องสาวยายแก่นั่นตีเจ้ากี่ไม้ วันหลังพี่ใหญ่จะเอาคืนให้เจ้า”

“ตงหยางแม่ขอโทษนะ แม่ไม่ดีเอง แม่อ่อนแอ แม่ไม่สามารถปกป้องเจ้ากับน้องได้ แม่ขอโทษพวกเจ้า”

“ท่านแม่อย่าได้กล่าวเช่นนั้น ท่านทำดีที่สุดแล้ว ท่านไม่ผิด แต่ผิดที่คนพวกนั้นไม่ใช่คน อย่าคิดมากเลยขอรับ น้องสาวเจ็บมากหรือไม่”

“เจ็บมากเจ้าค่ะ พี่ใหญ่”

“เช่นนั้น ท่านแม่ข้าจะพาท่านกับน้องสาวเข้าบ้านก่อน ต่อไปไม่ต้องเปิดประตูออกมา คนพาลสันดานหยาบพวกนี้ ควรอยู่ให้ห่างขอรับ”

“ขอบใจมากนะ ตงหยาง”

“เป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำขอรับ ต่อไปนี้ข้าจะไม่ทำตัวอ่อนแอและขี้ขลาดเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว หลินตงหยางคนนั้นได้ตายไปแล้ว ต่อจากนี้ข้าจะเป็นคนใหม่ ท่านแม่วางใจได้ ข้าจะดูแลท่านแม่และน้องสาวเอง”

“ข้าเชื่อพี่ใหญ่ แต่ข้าหิวจังเลย”

“เดี๋ยวพี่ใหญ่จะทำของอร่อยให้เจ้ากินนะ ท่านแม่ ท่านไหวหรือไม่ขอรับ ช่วยทำแผลให้น้องสาวที ข้าจะไปเอาตะกร้าที่ซ่อนเอาไว้ ประเดี๋ยวข้ามา”

“ได้ ไปเถอะ แม่ยังพอไหว ลำบากเจ้าแล้ว”

หลังจากเอาตะกร้ากลับมาและเอาฟืนไปเก็บในห้องเก็บฟืน หลินตงหยางก็รีบทำความสะอาดไก่ นำเห็ดหยางตู่ส่วนหนึ่งไปล้าง พร้อมทั้งเผือกอีกหนึ่งหัว เพราะที่บ้านไม่มีข้าวสารเหลือแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแป้ง หรือธัญพืชไม่มีอะไรเหลือทั้งนั้น ห้องครัวว่างเปล่า มีเหลืออยู่แค่หยิบมือเดียวเท่านั้น หลินตงหยางได้แต่ถอนหายใจ ความยากจนสามารถฆ่าคนตายได้จริง ๆ

“ตงหยางมีอันใดให้แม่ช่วยหรือไม่”

“ท่านแม่ ท่านยังมีไข้อยู่ อีกทั้งเมื่อสักครู่ยังเอาตัวไปรับไม้แทนน้องสาวอีก ท่านพักผ่อนรอกับน้องสาวนะขอรับ เดี๋ยวข้าจะทำอาหารเอง”

“ขอบใจเจ้ามากนะ” หลินเหมยเจียงพูดออกมาทั้งน้ำตา ไม่มีใครรู้ว่านางเจ็บแค้นมากแค่ไหน ต่อไปนี้นางคงต้องเข้มแข็งและลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งเพื่อลูกชายลูกสาวของนาง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED