
บทที่ 1
ท่าประจำของโซโล
โซโลจับลูกโซ่กดลงไปกับพื้นแล้วเข้าหาเธอจากทางด้านหลัง เขาใช้มือหนึ่งเอื้อมไปด้านหน้าเพื่อกระชากเสื้อชั้นในของเธอออก ส่วนอีกมือหนึ่งกำลังดึงกางเกงในของเธอออกไปพร้อม ๆ กัน…
ใบหน้าของเธอถูกโซโลกดแนบลงไปกับพื้น ด้านหนึ่งสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ แต่อีกด้านหนึ่งกลับร้อนผะผ่าว
พวกเขาแต่งงานกันมาหนึ่งปีแล้ว ท่าประจำของโซโลก็คือเข้าจากทางด้านหลังอยู่บนพื้น
เมื่อโซโลระบายความใคร่เสร็จ เขาก็ลุกขึ้นมาอย่างสง่าผ่าเผย เขาหยิบทิชชู่ออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนให้ลูกโซ่ที่ยังคงตัวสั่นจากแรงกระตุกอยู่
เขาบอกว่า ท่าที่เข้าจากทางด้านหลังอยู่บนพื้นนั้น เป็นท่าที่ใช้กับโสเภณี “ลูกโซ่ เธออย่าคิดนะว่าการที่เธอมีฐานะเป็นภรรยาของฉันแล้วเธอจะดูสูงส่งขึ้นมา เธอก็เป็นเพียงแค่หญิงโสเภณีที่ตระกูลถาวรวิชซื้อตัวมาเพื่อเอาไว้ให้ฉันระบายอารมณ์เท่านั้น”
ลูกโซ่นอนคว่ำอยู่บนพื้นอย่างหมดแรง เธอครุ่นคิดไปว่าในตอนแรกที่โซโลทิ้งเธอไป เธอยังแอบร้องไห้อยู่เลย แต่ว่าในตอนนี้เธอไม่มีทางร้องไห้อีกแล้วล่ะ
ในห้องเหลือเพียงแค่ลูกโซ่คนเดียวเท่านั้น เธอคลานขึ้นมาจากพื้นอย่างหมดแรงแล้วเข้าไปล้างตัวจนสะอาด จากนั้นเธอก็นอนลงบนเตียง
หนึ่งปี
หนึ่งปีเต็ม ๆ
เธอกักขังตัวเองเอาไว้อยู่ในกรงนี้ อดทนกับการเหยียดหยามที่ไม่มีวันสิ้นสุดของโซโลมาหนึ่งปีเต็ม ๆ แล้ว
เช้าวันใหม่ ดวงอาทิตย์ที่ขึ้นตามปกติยังคงสว่างสดใสเหมือนอย่างเคย
ลูกโซ่สวมใส่ชุดทำงานแล้วเดินทางไปยังบริษัท
ณ บริษัทถาวรวิช
โซโลดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ส่วนเธออยู่แผนกการวางแผน
ทันทีที่มาถึงออฟฟิศ โซโลก็เดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางโมโห
ลูกโซ่เหลือบตาขึ้นไปมอง
อยู่ดี ๆ หัวใจของโซโลก็กระตุกวาบอย่างน่าประหลาด มันนานแค่ไหนแล้วนะ ที่ลูกโซ่ไม่กล้ามองเขาแบบนี้?
“มีธุระอะไรหรือเปล่าคะท่าประธาน?” ลูกโซ่เอ่ยถามด้วยท่าทางที่ดูเหมือนว่าเธอแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกอย่างชัดเจน
“นี่น่ะเหรอ แพลนของเธอ?” โซโลเกลียดท่าทางที่ดูไร้อารมณ์ของลูกโซ่มาก ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงต่ำ ๆ แต่กลับแสร้งทำหน้าเหมือนกับเป็นนางฟ้า
เขาอยากจะฉีกเธอออกเป็นเสี่ยง ๆ
โซโลโยนเอกสานแพลนนิ่งในมือของเขาใส่ตัวของลูกโซ่อย่างแรง
ปลายนิ้วของเธอสั่นเล็กน้อย เธอถูกกระดาษบาดนิ้วจนมีเลือดซึมออกมาเป็นทาง ทำให้กระดาษสีขาวเปรอะเปื้อนเลือดของเธอ
โซโลนิ่งชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง “เหอะ ดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าเธอจะบอบบางแบบนี้”
“ถ้าคุณไม่พอใจ ฉันแก้ให้ใหม่ได้ค่ะ ฉันจะแก้จนกว่าคุณจะพอใจ” ลูกโซ่ปรายตาลง เธอรู้ดี โซโลจะรังเกียจทุกอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอ
“เหอะ” โซโลแค่นเสียงออกมาจากในลำคอ “ถ้าแก้ไม่เสร็จก็ไม่ต้องเลิกงาน!”
โซโลทิ้งเพียงแค่ประโยคนี้เอาไว้แล้วปิดประตูเสียงดังเดินออกไป
ลูกโซ่นั่งลงบนโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างช้า ๆ
เธอเป็นเด็กในอุปการะของตระกูลถาวรวิช ในตอนนั้นคุณท่านใหญ่ของตระกูลถาวรวิชไปเจอเธอในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาถูกชะตากับเธอ ต้องการจะรับเธอมาอุปการะให้ได้ ส่วนคุณผู้หญิงก็ดูมีท่าทีชอบเธอเช่นกัน แต่เธอกลับถูกทุกคนเริ่มดูถูกเหยียดหยามตั้งแต่เมื่อไรกัน?
ลูกโซ่กระตุกมุมปากอย่างขมขื่น
เธอนึกออกแล้ว ตั้งแต่วันที่โซโลพาแฟนของเขามาพบพ่อแม่ที่บ้านวันนั้นนั่นเอง
วันนั้น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาถึงได้เข้ามาในห้องของเธอ…
ลูกโซ่หายใจติดขัดเล็กน้อย นั่นเป็นครั้งแรกของเธอ เธอถูกเขาครอบครองอย่างไร้เยื่อใย วันถัดมาคุณท่านก็เข้ามาเจอกับตา คุณท่านก็เลยบังคับให้โซโลแต่งงานกับเธอ
โซโลเป็นคนเย่อหยิ่ง เขามั่นใจว่านี่เป็นแผนการของเธอเพื่อที่จะทำให้เธออาศัยอยู่ในตระกูลถาวรวิชได้ตลอดไป
ในตอนแรก โซโลก็ยังมีความพะว้าพะวังอยู่เล็กน้อย ต่อมาคุณท่านได้ป่วยหนักจนเสียชีวิตไป เขาก็ยิ่งกำเริบเสิบสานมากยิ่งขึ้น
ทั้งดารา นางแบบ เน็ตไอดอล ต่างก็เป็นข่าว ‘คาว’ กับเขากันให้ทั่วไปหมด
บนหัวของลูกโซ่มีแต่เขางอกออกมา
อยู่ ๆ ลูกโซ่ก็หัวเราะออกมา เธอหัวเราะไปเรื่อย ๆ จนแปรเปลี่ยนกลายเป็นหยดน้ำตาที่ไหลลงมา เธอรับปากกับพ่อบุญธรรมของเธอเอาไว้ว่าให้เวลาหนึ่งปี แล้วตอนนี้ เวลาหนึ่งปีก็มาถึงแล้ว
คุณท่านจับมือของลูกโซ่เอาไว้ก่อนจะสิ้นลมหายใจ ท่านบอกกับเธอว่าพวกเธอจะต้องอยู่ด้วยกันให้ครบหนึ่งปี ถ้าหากว่าโซโลยังมองไม่เห็นความดีของเธออีก พวกเธอก็ค่อยเลิกกัน





